• banner

คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการทำ Focused Ultrasound

Focused Ultrasound (Ultraformer III®)
การรักษาด้วย Focused Ultrasound (Ultraformer III®) เป็นการนำคลื่นเสียง (Ultrasound) ที่มีความลึกเฉพาะเจาะจง เพื่อการรักษาผิวหนังที่หย่อนคล้อย และเพิ่มการยกกระชับใบหน้า โดยเฉพาะในบริเวณแก้ม ใต้คาง รอบดวงตา และหน้าผาก เครื่องจะส่งคลื่นเสียงที่มีพลังงานความร้อนที่มีความแม่นยำสูง โดยใช้เทคโนโลยี MMFU: Micro & Macro Focused Ultrasound ลงสู่ใต้ชั้นผิวในระดับความลึกได้อย่างแม่นยำ โดยไม่เกิดผลกระทบกับผิวด้านบน จึงทำให้มีความปลอดภัยสูง และเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพในการรักษา โดยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 15-30 นาที ไม่ทำให้เกิดบาดแผล สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น

Micro-focused Ultrasound
เป็นเทคโนโลยีในการปล่อยพลังงานลงไปใต้ชั้นผิวหนังเกิดเป็นความร้อนจุดเล็กๆ ที่ระดับ 65–70 องศาเซลเซียสที่ความลึกต่างๆ ได้แก่ 1.5 mm. / 3 mm. / 4.5 mm. ความร้อนจุดเล็กๆ นี้ จะทำให้ชั้นต่างๆ ของผิวหนังและในระดับชั้นไขมัน เกิดการหดตัว ส่งผลให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยยกกระชับ และตึงขึ้น และหากให้การรักษาในระดับตื้นร่วมด้วยจะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ไปยังชั้นหนังแท้ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

Macro-focused Ultrasound
 เป็นเทคโนโลยีในการปล่อยพลังงานที่ระดับความลึก 2 mm. / 6 mm. / 9 mm. / 13 mm. มีพลังงานสูงกว่า Micro-focused Ultrasound ถึง 8 เท่า สามารถลดไขมัน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยในการกระชับสัดส่วนทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อในชั้นไขมัน และลดขนาดเส้นรอบวงบริเวณต้นแขน หน้าท้อง ต้นขาได้โดยไม่ต้องพักฟื้น

Focused Ultrasound (Ultraformer III®) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า ลำคอ ขอบตาล่างหย่อน ร่องแก้ม ผิวไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัดเจน คิ้วและหางตาตก ผิวหนังใต้คางหย่อนคล้อย 

การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ
• ควรหลีกเลี่ยงการทายา เลเซอร์ หรือหัตถการในการผลัดเซลล์ผิว 7 วัน ก่อนทำหัตถการ
• เตรียมเผื่อเวลาในการทายาชาก่อนทำหัตถการ 30–60 นาที
• ขณะทำการรักษา จะรู้สึกเหมือนมีจุดความร้อนใต้ผิว และจะรู้สึกอุ่นๆ ตามมา ซึ่งความรู้สึกนี้จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และระดับการรักษา

ข้อควรปฏิบัติหลังทำหัตถการ
• หลังการรักษา ในบางรายอาจมีผิวแดงขึ้นเล็กน้อย แต่จะหายไปภายใน 1–2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
• ควรทาครีมกันแดดที่ค่า SPF 30+ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
• แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า อุณหภูมิปกติ
• หลีกเลี่ยงการถูหน้า หรืออบหน้า หรือทำเลเซอร์ 1 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
• อาจมีความรู้สึกเจ็บปวด หรือรู้สึกไม่สบายในขณะที่มีการปล่อยของคลื่นพลังงานกดเจ็บ ภายหลังการทำ อาจมีจุดที่สัมผัสแล้วมีอาการเจ็บ ส่วนใหญ่อาการจะหายภายใน 2 สัปดาห์ สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
• บวม อาจเกิดจุดเรียงเป็นเส้นหรือเป็นแถบได้ ซึ่งเกิดจากผิวหนังไวต่อความร้อน อาการจะหายภายในไมกี่วัน ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 สัปดาห์
• รอยแดง ส่วนใหญ่จะหายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
• ผิวหนังช้ำ การช้ำเล็กน้อยอาจเกิดได้จากความเสียหายที่เกิดบริเวณหลอดเลือด ซึ่งอาจเกิดเป็นครั้งคราว และดีขึ้นภายใน 2–3 สัปดาห์
• คลำได้ก้อนบวม มีสาเหตุจากการใช้พลังงานที่อาจจะสูงเกินไปและจะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์
• แผลเป็น ในการทำที่ผิดเทคนิค อาจจะก่อให้เกิดแผลเป็นได้
• อาการชาหรือเจ็บแปลบๆ จากการบาดเจ็บของเส้นประสาท บริเวณคางจะทำให้ขยับปากล่างได้น้อยลง เกิดความไม่สมมาตรเวลายิ้ม (Asymmetrical smile) แต่อาการเหล่านี้จะสามารถดีขึ้นได้  และจากงานวิจัยไม่พบการบาดเจ็บของเส้นประสาทอย่างถาวร

การรักษานี้ไม่เหมาะกับ
• ผู้ที่มีการอักเสบอื่นๆ บนใบหน้า รวมถึงสิวอักเสบ หรือมีแผลเปิดบนใบหน้า
• ผู้ที่แพ้ความร้อน (Heat contact urticaria)
• ผู้ที่มีการใส่เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ฝังอยู่ในบริเวณที่ทำการรักษา เช่น ผ่าตัดใส่เหล็ก บนกระดูกบริเวณที่ฝังเครื่องกระตุ้นต่างๆ
• ผู้ที่เลือดออกง่ายชนิดรุนแรง

หากมีอาการอักเสบรุนแรง อาการผิดปกติ หรือข้อสงสัยใด ๆ กรุณาติดต่อศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง

ศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
โทร. 0-2265-7777 
Medical Center: Skin and Cosmetic Center
Publish date desc: 01/02/2026

Author doctor

Dr. Pichaya Limphoka

img

Specialty

Dermatologist

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us

Other program