• banner

ตรวจสุขภาพผู้ชาย ตรวจอะไรบ้าง

ผู้ชายหลายคนมักคิดว่า “ถ้ายังแข็งแรงดี ก็ยังไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ” แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางโรคอาจซ่อนอยู่โดยไม่มีอาการ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือด หรือแม้แต่มะเร็งบางชนิดที่พบได้บ่อยในเพศชาย

การตรวจสุขภาพจึงไม่ใช่การรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา แต่คือการ “รู้ก่อน ป้องกันก่อน” เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม บทความนี้จะแนะนำว่าผู้ชายควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง รวมถึงการตรวจคัดกรองเฉพาะทางที่สำคัญสำหรับคุณผู้ชาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงยาวนาน

ทำไมผู้ชายควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ

ผู้ชายมีแนวโน้มเกิดโรคเรื้อรังมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งหลายโรคไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจสุขภาพจึงเป็นเหมือน  “เครื่องเตือนล่วงหน้า” ที่ช่วยให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตรวจสุขภาพผู้ชาย ตรวจอะไรบ้าง?

1. ตรวจร่างกายทั่วไป (Physical Examination) เริ่มจากพื้นฐานที่ทุกคนควรทำเป็นประจำ เช่น
  • วัดความดันโลหิต ชีพจร น้ำหนัก ส่วนสูง คำนวณ BMI
  • ตรวจตา หู จมูก ช่องปาก หัวใจ และปอด
  • ตรวจช่องท้อง กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และระบบประสาท
แพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ประเมินภาพรวมของสุขภาพและคัดกรองความผิดปกติที่อาจซ่อนอยู่

2. ตรวจเลือด (Blood Test) เป็นการตรวจหลักที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น
  • ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS, HbA1c) คัดกรองเบาหวาน
  • ไขมันในเลือด (Cholesterol, Triglyceride, HDL, LDL) ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การทำงานของตับ (SGOT, SGPT, ALP) ตรวจภาวะตับอักเสบ
  • การทำงานของไต (BUN, Creatinine) ตรวจภาวะไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง
  • กรดยูริก (Uric Acid) ตรวจโรคเกาต์
  • CBC ตรวจภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

3. ตรวจปัสสาวะ (Urine Examination) ช่วยประเมินการทำงานของไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือภาวะน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงโรคเบาหวาน

4. ตรวจหัวใจและหลอดเลือด (Heart Screening) โรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ  ต้น ๆ ของผู้ชาย แพทย์อาจแนะนำตรวจเพิ่มเติมตามอายุหรือความเสี่ยง เช่น
  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  • เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray)
  • ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram)
เหมาะสำหรับผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

5. ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) หลังอายุ 40 ปีขึ้นไป ระดับฮอร์โมนเพศชายจะ  ค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้พลังงานลด สมรรถภาพทางเพศถดถอย หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลง การตรวจระดับเทสโทสเทอโรนจึงช่วยประเมินสมดุลของร่างกาย และวางแผนการดูแลหรือปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม

การตรวจคัดกรองเฉพาะทางที่ควรแนะนำสำหรับผู้ชาย

1. ตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer Screening)
หนึ่งในโรคที่พบบ่อยในผู้ชายวัย 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen) และให้แพทย์ตรวจประเมินต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (DRE) ร่วมด้วย หากพบค่าผิดปกติสามารถตรวจยืนยันด้วยอัลตราซาวด์หรือ MRI เพื่อวางแผนการรักษาแต่เนิ่น ๆ

2. ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer Screening)
เริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ มีทั้งวิธีตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง (FIT Test) ปีละครั้ง หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
ทุก 5–10 ปี

3. ตรวจคัดกรองโรคตับและไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis Screening)
ไวรัสตับอักเสบบีและซีพบได้บ่อยในเพศชาย และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับแข็ง ควรตรวจเลือดหาเชื้อไวรัส (HBsAg, Anti-HBs, Anti-HCV) และฉีดวัคซีนป้องกันหากยังไม่เคยได้รับ

4. ตรวจสุขภาพทางเพศและระบบทางเดินปัสสาวะ
ปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือสมรรถภาพลดลง อาจบ่งชี้ถึงโรคต่อมลูกหมากโตหรือโรคทางระบบสืบพันธุ์ ควรพูดคุยเปิดใจกับแพทย์เพื่อตรวจประเมินและรับคำแนะนำที่เหมาะสม

5. ตรวจสุขภาพจิตและภาวะเครียด
ภาวะเครียดสะสมหรือการนอนไม่พอส่งผลโดยตรงต่อสมดุลฮอร์โมนและหัวใจ แพทย์อาจช่วยประเมินสุขภาพจิต หรือแนะนำแนวทางการพักผ่อนและการปรับสมดุลชีวิต

ตารางตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงอายุ

ช่วงอายุการตรวจที่แนะนำ

20–30 ปี

ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจเลือดพื้นฐาน ตรวจตับและไต ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

30–40 ปี

เพิ่มตรวจไขมันในเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตรวจกรดยูริก

40–50 ปี

ตรวจฮอร์โมนเพศชาย ตรวจ PSA ตรวจหัวใจแบบละเอียด ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่

50 ปีขึ้นไป

ตรวจหัวใจ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจตับ ตรวจสุขภาพตาและการได้ยิน

การดูแลหลังตรวจสุขภาพ

หลังจากทราบผลตรวจ แพทย์จะช่วยอธิบายและวางแผนดูแลสุขภาพรายบุคคล สิ่งสำคัญคือ “นำผลตรวจไปปรับใช้” เช่น
  • ควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น บุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนเพียงพอ และตรวจติดตามตามกำหนด
การดูแลอย่างต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญในการมีสุขภาพดีระยะยาว

การตรวจสุขภาพผู้ชายไม่ได้หมายถึงแค่การเจาะเลือด แต่คือการตรวจเชิงลึกที่ช่วยคัดกรองโรคเฉพาะทางซึ่งพบได้บ่อยในเพศชาย เช่น โรคหัวใจ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และภาวะฮอร์โมนต่ำ การตรวจเป็นประจำจะช่วยให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และป้องกันปัญหาใหญ่ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ศูนย์ศัลยกรรม
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Surgical Center
Publish date desc: 25/11/2025

Author doctor

Dr. Noppon Arunkajohnsak

img

Specialty

Urologist

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us

Other program