ตรวจสุขภาพผู้ชาย ตรวจอะไรบ้าง
ผู้ชายหลายคนมักคิดว่า “ถ้ายังแข็งแรงดี ก็ยังไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ” แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางโรคอาจซ่อนอยู่โดยไม่มีอาการ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือด หรือแม้แต่มะเร็งบางชนิดที่พบได้บ่อยในเพศชาย
การตรวจสุขภาพจึงไม่ใช่การรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา แต่คือการ “รู้ก่อน ป้องกันก่อน” เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม บทความนี้จะแนะนำว่าผู้ชายควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง รวมถึงการตรวจคัดกรองเฉพาะทางที่สำคัญสำหรับคุณผู้ชาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงยาวนาน
2. ตรวจเลือด (Blood Test) เป็นการตรวจหลักที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น
3. ตรวจปัสสาวะ (Urine Examination) ช่วยประเมินการทำงานของไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือภาวะน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงโรคเบาหวาน
4. ตรวจหัวใจและหลอดเลือด (Heart Screening) โรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ต้น ๆ ของผู้ชาย แพทย์อาจแนะนำตรวจเพิ่มเติมตามอายุหรือความเสี่ยง เช่น
5. ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) หลังอายุ 40 ปีขึ้นไป ระดับฮอร์โมนเพศชายจะ ค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้พลังงานลด สมรรถภาพทางเพศถดถอย หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลง การตรวจระดับเทสโทสเทอโรนจึงช่วยประเมินสมดุลของร่างกาย และวางแผนการดูแลหรือปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม
หนึ่งในโรคที่พบบ่อยในผู้ชายวัย 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen) และให้แพทย์ตรวจประเมินต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (DRE) ร่วมด้วย หากพบค่าผิดปกติสามารถตรวจยืนยันด้วยอัลตราซาวด์หรือ MRI เพื่อวางแผนการรักษาแต่เนิ่น ๆ
2. ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer Screening)
เริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ มีทั้งวิธีตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง (FIT Test) ปีละครั้ง หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
ทุก 5–10 ปี
3. ตรวจคัดกรองโรคตับและไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis Screening)
ไวรัสตับอักเสบบีและซีพบได้บ่อยในเพศชาย และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับแข็ง ควรตรวจเลือดหาเชื้อไวรัส (HBsAg, Anti-HBs, Anti-HCV) และฉีดวัคซีนป้องกันหากยังไม่เคยได้รับ
4. ตรวจสุขภาพทางเพศและระบบทางเดินปัสสาวะ
ปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือสมรรถภาพลดลง อาจบ่งชี้ถึงโรคต่อมลูกหมากโตหรือโรคทางระบบสืบพันธุ์ ควรพูดคุยเปิดใจกับแพทย์เพื่อตรวจประเมินและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
5. ตรวจสุขภาพจิตและภาวะเครียด
ภาวะเครียดสะสมหรือการนอนไม่พอส่งผลโดยตรงต่อสมดุลฮอร์โมนและหัวใจ แพทย์อาจช่วยประเมินสุขภาพจิต หรือแนะนำแนวทางการพักผ่อนและการปรับสมดุลชีวิต
ตารางตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงอายุ
การตรวจสุขภาพผู้ชายไม่ได้หมายถึงแค่การเจาะเลือด แต่คือการตรวจเชิงลึกที่ช่วยคัดกรองโรคเฉพาะทางซึ่งพบได้บ่อยในเพศชาย เช่น โรคหัวใจ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และภาวะฮอร์โมนต่ำ การตรวจเป็นประจำจะช่วยให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และป้องกันปัญหาใหญ่ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ศูนย์ศัลยกรรม
โทร. 0-2265-7777
การตรวจสุขภาพจึงไม่ใช่การรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา แต่คือการ “รู้ก่อน ป้องกันก่อน” เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม บทความนี้จะแนะนำว่าผู้ชายควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง รวมถึงการตรวจคัดกรองเฉพาะทางที่สำคัญสำหรับคุณผู้ชาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงยาวนาน
ทำไมผู้ชายควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ผู้ชายมีแนวโน้มเกิดโรคเรื้อรังมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งหลายโรคไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจสุขภาพจึงเป็นเหมือน “เครื่องเตือนล่วงหน้า” ที่ช่วยให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพตรวจสุขภาพผู้ชาย ตรวจอะไรบ้าง?
1. ตรวจร่างกายทั่วไป (Physical Examination) เริ่มจากพื้นฐานที่ทุกคนควรทำเป็นประจำ เช่น- วัดความดันโลหิต ชีพจร น้ำหนัก ส่วนสูง คำนวณ BMI
- ตรวจตา หู จมูก ช่องปาก หัวใจ และปอด
- ตรวจช่องท้อง กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และระบบประสาท
2. ตรวจเลือด (Blood Test) เป็นการตรวจหลักที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น
- ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS, HbA1c) คัดกรองเบาหวาน
- ไขมันในเลือด (Cholesterol, Triglyceride, HDL, LDL) ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
- การทำงานของตับ (SGOT, SGPT, ALP) ตรวจภาวะตับอักเสบ
- การทำงานของไต (BUN, Creatinine) ตรวจภาวะไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง
- กรดยูริก (Uric Acid) ตรวจโรคเกาต์
- CBC ตรวจภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
3. ตรวจปัสสาวะ (Urine Examination) ช่วยประเมินการทำงานของไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือภาวะน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงโรคเบาหวาน
4. ตรวจหัวใจและหลอดเลือด (Heart Screening) โรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ต้น ๆ ของผู้ชาย แพทย์อาจแนะนำตรวจเพิ่มเติมตามอายุหรือความเสี่ยง เช่น
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray)
- ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)
- การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram)
5. ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) หลังอายุ 40 ปีขึ้นไป ระดับฮอร์โมนเพศชายจะ ค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้พลังงานลด สมรรถภาพทางเพศถดถอย หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลง การตรวจระดับเทสโทสเทอโรนจึงช่วยประเมินสมดุลของร่างกาย และวางแผนการดูแลหรือปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม
การตรวจคัดกรองเฉพาะทางที่ควรแนะนำสำหรับผู้ชาย
1. ตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer Screening)หนึ่งในโรคที่พบบ่อยในผู้ชายวัย 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen) และให้แพทย์ตรวจประเมินต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (DRE) ร่วมด้วย หากพบค่าผิดปกติสามารถตรวจยืนยันด้วยอัลตราซาวด์หรือ MRI เพื่อวางแผนการรักษาแต่เนิ่น ๆ
2. ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer Screening)
เริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ มีทั้งวิธีตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง (FIT Test) ปีละครั้ง หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
ทุก 5–10 ปี
3. ตรวจคัดกรองโรคตับและไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis Screening)
ไวรัสตับอักเสบบีและซีพบได้บ่อยในเพศชาย และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับแข็ง ควรตรวจเลือดหาเชื้อไวรัส (HBsAg, Anti-HBs, Anti-HCV) และฉีดวัคซีนป้องกันหากยังไม่เคยได้รับ
4. ตรวจสุขภาพทางเพศและระบบทางเดินปัสสาวะ
ปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือสมรรถภาพลดลง อาจบ่งชี้ถึงโรคต่อมลูกหมากโตหรือโรคทางระบบสืบพันธุ์ ควรพูดคุยเปิดใจกับแพทย์เพื่อตรวจประเมินและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
5. ตรวจสุขภาพจิตและภาวะเครียด
ภาวะเครียดสะสมหรือการนอนไม่พอส่งผลโดยตรงต่อสมดุลฮอร์โมนและหัวใจ แพทย์อาจช่วยประเมินสุขภาพจิต หรือแนะนำแนวทางการพักผ่อนและการปรับสมดุลชีวิต
ตารางตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงอายุ
| ช่วงอายุ | การตรวจที่แนะนำ |
|---|---|
20–30 ปี | ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจเลือดพื้นฐาน ตรวจตับและไต ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
30–40 ปี | เพิ่มตรวจไขมันในเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตรวจกรดยูริก |
40–50 ปี | ตรวจฮอร์โมนเพศชาย ตรวจ PSA ตรวจหัวใจแบบละเอียด ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ |
50 ปีขึ้นไป | ตรวจหัวใจ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจตับ ตรวจสุขภาพตาและการได้ยิน |
การดูแลหลังตรวจสุขภาพ
หลังจากทราบผลตรวจ แพทย์จะช่วยอธิบายและวางแผนดูแลสุขภาพรายบุคคล สิ่งสำคัญคือ “นำผลตรวจไปปรับใช้” เช่น- ควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น บุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- พักผ่อนเพียงพอ และตรวจติดตามตามกำหนด
การตรวจสุขภาพผู้ชายไม่ได้หมายถึงแค่การเจาะเลือด แต่คือการตรวจเชิงลึกที่ช่วยคัดกรองโรคเฉพาะทางซึ่งพบได้บ่อยในเพศชาย เช่น โรคหัวใจ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และภาวะฮอร์โมนต่ำ การตรวจเป็นประจำจะช่วยให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และป้องกันปัญหาใหญ่ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ศูนย์ศัลยกรรม
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Surgical Center
Publish date desc: 25/11/2025
Author doctor
Dr. Noppon Arunkajohnsak
Specialty
Urologist






