• banner

การตัดชิ้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา Skin Biopsy

โดยส่วนมากโรคผิวหนังสามารถให้การวินิจฉัยได้จากการซักประวัติ และตรวจผิวหนัง แต่ในบางครั้งอาจจะเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากชิ้นเนื้อของผิวหนัง เพื่อทำการวินิจฉัยพยาธิสภาพในระดับลึกโดยการส่งตรวจทางจุลพยาธิวิทยา อิมมูโนพยาธิวิทยาและการนำผิวหนังไปทำการเพาะเชื้อ เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค และวางแผนตัดสินใจในการรักษา โดยวิธีการตัดชิ้นเนื้อมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน ได้แก่

  • Punch biopsy เป็นการตัดชิ้นเนื้อด้วยใบมีดรูปร่างกลม มีหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับขนาดของรอยโรค การตัดชิ้นเนื้อในรูปแบบนี้เป็นวิธีที่มีความสะดวกบาดแผลขนาดเล็กระดับมิลลิเมตร สามารถใช้กับการวินิฉัยโรคส่วนใหญ่ได้ ยกเว้นรอยโรคที่มีพยาธิสภาพค่อนข้างลึกหรือรอยโรคที่กว้างมากๆ โดยหลังทำ จำเป็นต้องได้รับการเย็บปิดแผล และมีโอกาสเกิดแผลเป็นจากการเย็บแผล
  • Shave biopsy เหมาะสำหรับรอยโรคตื้นที่จำกัดเฉพาะในชั้นผิวหนังแท้ส่วนบนเท่านั้น เช่น กระเนื้อ โดยไม่ต้องเย็บแผล แผลหายได้เอง และโอกาสเกิดแผลเป็นน้อย
  • Scissors biopsy เหมาะกับรอยโรคที่เป็นติ่งยื่นออกทางผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณ เปลือกตา คอ รักแร้ เช่น ติ่งเนื้อ หูดบางชนิด มักไม่เกิดรอยแผลเป็น เนื่องจากใช้กรรไกรตัดรอยโรคเฉพาะส่วนที่ยื่นออกจากผิวหนังเท่านั้น ส่วนใหญ่แผลหายเร็วใน 3-5 วัน
  • Elliptical incisional และ ExcisionalBiopsy เป็นการตัดชิ้นเนื้อด้วยใบมีด และจำเป็นต้องมีการเย็บแผล ใช้ในกรณีที่ต้องการชิ้นเนื้อขนาดใหญ่หรือลึก เช่น ไฝ การอักเสบของชั้นไขมัน และรอยโรคที่สงสัยมะเร็งผิวหนัง เป็นวิธีที่ต้องใช้ความชำนาญ และเวลามากกว่าวิธีอื่น โดย incisional biopsy เป็นการตัดชิ้นเนื้อจากรอยโรคเพียงบางส่วน แต่ excisional biopsy เป็นการตัดรอยโรคออกทั้งหมด

การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ
  1. แพทย์อธิบายให้ผู้ป่วยทราบข้อบ่งชี้ที่ต้องตัดชิ้นเนื้อ ผลลัพธ์ ผลข้างเคียง วิธีการดูแลแผล พร้อมทั้งให้ผู้ป่วยลงลายมือชื่อในใบยินยอม และสอบถามข้อมูลการแพ้ยา
  2. แพทย์ทำการฉีดยาชาก่อนทำหัตถการตัดชิ้นเนื้อ โดยทั่วไปการผ่าตัดใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที
  3. ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคลิ้นหัวใจ ผ่ตัดลิ้นหัวใจ หรือฝังเครื่องมือต่างๆ ในร่างกายและมีประวัติ bone graft ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด

ข้อควรปฏิบัติหลังทำหัตถการ
  • อาการชาที่แผลผ่าตัด จะหายเป็นปกติในระยะเวลาประมาณ 1-2ชั่วโมง
  • หลังผ่าตัดอาจมีเลือดซึมบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าซึมออกมากให้กดตรงบริเวณแผลนานประมาณ 10-20 นาที ถ้าเลือดยังไม่หยุด ให้รีบกลับมาพบแพทย์
  • ถ้ามีอาการปวดให้รับประทานยา Paracetamol 500 mg 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่มแอสไพริน เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย
  • แผลจากการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัยนี้เป็นแผลสะอาด โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ แต่ถ้ามีไข้ แผลมีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีอาการปวดผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ เพราะอาจเกิดจากการอักเสบของแผลผ่าตัดได้
  • แผล Shave biopsy ไม่ควรโดนน้ำหรือเหงื่อจนกว่าจะตกสะเก็ด อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • แผลเย็บ ไม่ควรโดนน้ำหรือเหงื่อจนกว่าจะตัดไหม

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  • อาการปวดบวมบริเวณแผล ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา หากรู้สึกปวดบวมมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์
  • อาจมีเลือดซึมจากแผล
  • การอักเสบ ติดเชื้อ โดยเฉพาะตำแหน่งที่อาจสัมผัสเชื้อได้ง่าย เช่น ขา เท้า อวัยวะเพศ รักแร้ ที่ทำให้เกิดอาการปวด บวม หากมีหนองซึม ควรรีบพบแพทย์
  • แผลแยก แผลหายช้า
  • แผลเป็นจากการผ่าตัด รวมถึงอาจเกิดแผลเป็นนูน คีลอยด์ในผู้ที่มีความเสี่ยง

หากมีอาการอักเสบรุนแรง อาการผิดปกติ หรือข้อสงสัยใด ๆ กรุณาติดต่อศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง

ศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
โทร. 0-2265-7777 
Medical Center: Skin and Cosmetic Center
Publish date desc: 01/02/2026

Author doctor

Dr. Akkrawat Chingchai

img

Specialty

Dermatologist

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us

Other program