• banner

มะเร็งกระเพาะอาหาร รู้ให้ทัน ก่อนจะสาย

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้คนจำนวนมากละเลยสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปที่ใช้ชีวิตเร่งรีบและคิดว่าอาการปวดท้องหรืออาหารไม่ย่อยเป็นเรื่องปกติ จนกว่าจะเข้าสู่ระยะลุกลาม การรู้เท่าทันโรคนี้และใส่ใจตรวจสุขภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและรักษาให้ทันเวลา

มะเร็งกระเพาะอาหาร (Stomach Cancer หรือ Gastric Cancer) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุผิวกระเพาะอาหารจนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง โรคนี้พบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี ปัจจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดโรคอย่างปฏิเสธไม่ได้ ที่สำคัญคือ หากคุณเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกปวดท้องเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหารที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธทันที เพื่อหาสาเหตุและเข้ารับการวินิจฉัยที่แม่นยำโดยทีมแพทย์ที่พร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิด

สารบัญ


สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารคืออะไร?

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori) ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในกระเพาะอาหาร
  • การรับประทานอาหารหมักดอง ปิ้งย่าง อาหารแปรรูป หรืออาหารเค็มจัดเป็นประจำ
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมีโรคทางพันธุกรรมบางชนิด
  • โรคกระเพาะอาหารเรื้อรังหรือมีแผลในกระเพาะอาหาร
  • เพศชาย อายุมากกว่า 50 ปี

มะเร็งกระเพาะอาหาร อาการเป็นอย่างไร? (สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต)

อาการของมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรกมักไม่ชัดเจน แต่เมื่อก้อนเนื้อร้ายโตขึ้นจะมีอาการคล้ายโรคกระเพาะอาหารทั่วไป เช่น
  • ปวดท้อง แน่นท้องหรือท้องอืดหลังรับประทานอาหาร
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาหารไม่ย่อย รู้สึกอิ่มเร็ว
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ถ่ายอุจจาระสีดำ (เลือดปนในอุจจาระ)
  • กลืนอาหารลำบาก
  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการ "เบื่ออาหาร น้ำหนักลด" และ "อิ่มเร็ว" เป็นสัญญาณอันตรายแค่ไหน?

อาการเหล่านี้เป็นกลุ่มอาการที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารส่วนบนที่รุนแรง การที่ร่างกายเกิดภาวะเบื่ออาหารและรู้สึกอิ่มเร็วผิดปกติ มักเกิดจากก้อนเนื้อร้ายที่เริ่มขยายตัวในกระเพาะอาหาร ทำให้พื้นที่สำหรับอาหารลดลง และกระเพาะอาหารไม่สามารถยืดขยายตัวได้ตามปกติ เมื่อทานอาหารได้น้อยลงติดต่อกัน จึงเกิดน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุอย่างรวดเร็ว อาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณที่แพทย์ต้องให้ความสนใจและรีบส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมทันที โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

"ถ่ายอุจจาระสีดำ" หรือ "อาเจียนเป็นเลือด" บ่งบอกอะไร?

การมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร เมื่อเลือดสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหารจะทำให้สีของเลือดเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ เมื่อขับถ่ายออกมาจึงเป็นถ่ายอุจจาระสีดำ(คล้ายยางมะตอย) ซึ่งเป็นอาการที่แสดงว่ามีการเสียเลือดในปริมาณมากพอสมควร หากมีอาการอาเจียนเป็นเลือดสดหรือเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายกาแฟบด (Coffee Ground) ยิ่งเป็นอาการเร่งด่วนที่ต้องรีบมาโรงพยาบาล เพราะบ่งชี้ถึงภาวะเลือดออกเฉียบพลันและเป็นหนึ่งในอาการมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะที่ค่อนข้างลุกลามแล้ว

อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

การตรวจวินิจฉัยและการตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหาร

การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยที่สำคัญ ได้แก่
  • การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด สามารถเห็นแผลหรือก้อนเนื้อร้าย และตัดชิ้นเนื้อไปตรวจได้ในคราวเดียว
  • การตรวจหาเชื้อ H. pylori ด้วยการตรวจเลือด ลมหายใจ หรืออุจจาระ
  • CT scan, PET scan ตรวจดูการกระจายของโรค
คนที่มีอาการผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยงสูงควรตรวจคัดกรองโดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปีขึ้นไป

ตรวจหามะเร็งกระเพาะอาหาร

แนวทางการรักษาและการป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร

แนวทางการรักษาที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งชนิดของเซลล์มะเร็ง ระยะของโรค สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และการปรึกษากันของทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา (Multidisciplinary Team) เพื่อวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด แนวทางการรักษา
  1. การผ่าตัด (Surgery) เป็นวิธีการรักษาหลักสำหรับมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกถึงระยะกลาง เป้าหมายคือการนำก้อนเนื้อร้ายทั้งหมด รวมถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงออก ซึ่งอาจเป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหารออกบางส่วน หรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของก้อน
  2. เคมีบำบัด (Chemotherapy) ใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่ หรือเซลล์ที่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย มักใช้ก่อนหรือหลังการผ่าตัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
  3. รังสีรักษา (Radiation Therapy) ใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง มักใช้ร่วมกับเคมีบำบัดในบางกรณี
  4. ยาต้านมะเร็งแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Therapy) และภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นแนวทางการรักษาที่ทันสมัยสำหรับผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะในกรณีที่มะเร็งมีความรุนแรงหรือมีการกลายพันธุ์ของยีนที่ตอบสนองต่อยาเฉพาะทาง

การป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดปัจจัยเสี่ยงและใส่ใจสุขภาพเป็นประจำ
  • เลือกรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารสด สะอาด ครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น อาหารแปรรูป อาหารปิ้งย่าง อาหารหมักดอง และอาหารที่มีโซเดียมสูง (เค็มจัด)
  • ปรับพฤติกรรม เลิกสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นตัวเร่งการเกิดโรคที่สำคัญ
  • รักษาสุขภาพทางเดินอาหาร หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือสงสัยว่าติดเชื้อ H. pylori ควรรีบเข้ารับการตรวจและรักษาให้หายขาด
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ควรพิจารณาการตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการ



คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับมะเร็งกระเพาะอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหารสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

มะเร็งกระเพาะอาหารสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการผ่าตัด การตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่เริ่มมีสัญญาณอันตรายกระเพาะอาหาร เช่น เบื่ออาหาร หรืออิ่มเร็วผิดปกติ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะยิ่งพบเร็ว โอกาสหายขาดยิ่งสูง

การกินอาหารปิ้งย่าง หรืออาหารหมักดองเป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งมากแค่ไหน?

อาหารปิ้งย่าง (ที่มีส่วนไหม้เกรียม) และอาหารหมักดอง หรือเค็มจัด มีสารก่อมะเร็ง เช่น ไนโตรซามีน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการทำลายเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร การรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ แต่หากมีพฤติกรรมดังกล่าวก็ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง

ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหารด้วยการส่องกล้องเมื่ออายุเท่าไหร่?

โดยทั่วไป สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีอาการผิดปกติ และไม่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น ไม่มีประวัติครอบครัว หรือไม่มีการติดเชื้อ H. pylori อาจเริ่มพิจารณาการตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารหลังอายุ 50 ปี อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการมะเร็งกระเพาะอาหารที่น่าสงสัย เช่น กลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีภาวะโลหิตจาง ควรเข้ารับการตรวจโดยไม่จำกัดอายุ

เป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง จะเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารไหม?

โรคกระเพาะอาหารเรื้อรังที่เกิดจากการอักเสบ หรือการติดเชื้อ H. pylori เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ หากการอักเสบดำเนินไปเป็นเวลานานอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจคัดกรองเป็นระยะ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2265 7777
Medical Center: Gastrointestinal and Liver Center
Publish date desc: 02/07/2025

Author doctor

Dr. Warawuti Buranawuti

img

Specialty

Gastroenterologist

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us

Other program