อุดรอยรั่วสุขภาพของลูกน้อย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานหนัก

57

“ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกๆ เพราะต้องออกไปทำงานนอกบ้านครับ / ค่ะ”


คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนเป็นแบบนี้บ้าง?
เพราะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ไหนจะค่าเรียนลูก ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย ทำให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ต้องช่วยกันทำงาน และมีจำนวนมากที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านทั้งคู่ บางบ้านแทบไม่มีเวลาดูแลลูก ๆ กันเลย

แต่ไม่ว่าเด็ก ๆ จะอยู่ในช่วงวัยใด เค้าก็ต้องการการดูแลใส่ใจอย่างใกล้ชิดจากคุณพ่อคุณแม่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่ไม่ควรละเลย ถ้าเขามีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย เขาก็จะเติบโตเป็นเด็กที่มีพัฒนาการที่ดี เติบโตสมวัยเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต เพราะความสุขและรอยยิ้มของลูก ก็คือกำลังใจสำคัญที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีพลังในการทำงานใช่ไหม?

ถึงงานจะไม่ได้พัก แต่สุขภาพกายและใจของลูกรักต้องไม่พัง

“ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะทำงานหนักแค่ไหน การจัดสรรเวลาให้ลูกเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”

รู้หรือไม่ว่า การแบ่งเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อพูดคุย เล่นกับลูก ๆ ในช่วงเย็นหลังเลิกงาน หรือวันหยุด เป็นการใช้เวลาไม่มากแต่ได้ประโยชน์มหาศาล 

สำหรับ “สุขภาพกาย” หากลูกคุณเป็นเด็กเล็กอาจต้องสังเกตเขาให้มากเป็นพิเศษ เพราะเด็กวัยนี้ จะยังไม่สามารถอธิบายอาการเมื่อเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าเขาโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง คุณพ่อ คุณแม่อาจสังเกตอาการ สอบถาม และช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้ลูกพกพา เช่น ร่ม เสื้อกันหนาว ตามสภาพอากาศ และฤดูกาล

ส่วนในเรื่อง “สุขภาพใจ” นั้น การดูแลใกล้ชิด ทำความเข้าใจในตัวตนของลูก เมื่อรู้สึกว่าเขาไม่ร่าเริงสดใส พ่อแม่ต้องคอยถามไถ่ เช่น วันนี้ที่โรงเรียนครูให้ทำอะไรบ้าง? และควรเปิดใจรับฟังทุกเรื่องที่เขาเล่า ให้คำปรึกษาด้วยเหตุและผล ไม่ควรตำหนิในสิ่งที่เขาทำได้ไม่ค่อยดีหรือไม่สำเร็จ แต่ควรกำลังใจสนับสนุนในสิ่งที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ จะช่วยให้พ่อแม่รู้ว่าลูกต้องการอะไร ลูกจะไม่เครียดและกล้าปรึกษาพ่อแม่ ช่วยลดช่องว่าง ทำให้ครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดีและอบอุ่นอีกด้วย  

เช็คสุขภาพของลูกน้อยช่วงวัยไหนเสี่ยงง่ายเป็นพิเศษ
เพราะเด็กไม่เหมือนผู้ใหญ่ แต่ละช่วงวัยของเขามีโอกาสเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพต่างกันไป การสังเกต และพาลูกไปตรวจเช็คสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะนอกจากจะเป็นการเฝ้าระวังแล้ว พ่อแม่ก็จะได้รับคำแนะนำด้วยว่า ลูกแต่ละช่วงวัยจะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร 

หรือพัฒนาการแบบนี้ พฤติกรรมและอารมณ์แบบนี้ปกติหรือไม่ เพื่อให้พ่อแม่สามารถรับมือและพาลูกไปรักษาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะเด็กในช่วงก่อนเข้าอนุบาล หรือช่วงก่อน 5 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่มีโอกาสเจ็บป่วยไม่สบายได้ง่าย เพราะภูมิคุ้มกันของยังไม่มากเท่าที่ควร จึงมีความความเสี่ยงด้านสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัด ปวดท้อง อาเจียน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลเบื้องต้นได้ เช่น ช่วยเช็ดตัว ให้พักผ่อนมาก ๆ ดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการ และควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุ หากตรวจพบความเสี่ยงที่นำไปสู่โรคร้ายอื่น ๆ ในอนาคต 

รู้ได้อย่างไรว่าลูกของคุณต้องการการดูแล
พ่อแม่คืออาชีพที่ไม่มีวันหยุด เช่นเดียวกับการดูแลลูกที่ต้องใส่ใจในทุก ๆ ด้าน เน้นการดูแลเขาจากช่วงวัยเป็นหลัก พ่อแม่ต้องเข้าใจก่อนว่าเด็กในวัยนั้น ๆ มีธรรมชาติแบบไหน มีความต้องการอะไร เช่น

  • เด็กวัย 2-3 ขวบ มีความอยากรู้อยากเห็น พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูกเรียนรู้ตามธรรมชาติ วัยนี้ จะมีพัฒนาการกล้ามเนื้อหมัดใหญ่บริเวณแขนขา เพื่อความปลอดภัยพ่อแม่ควรดูแลระวังสิ่งของที่จะเป็นอันตรายขณะที่ลูกเล่น
  • เด็กวัย 4-5 ขวบ เป็นช่วงที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ระบายสี ขีดเขียน พับกระดาษ เมื่อลูกขีดเขียนหรือทำเลอะ พ่อแม่ไม่ควรดุหรือปิดกั้นการเรียนรู้ของลูกแต่ควรอธิบายด้วยเหตุผลเพื่อให้เข้าใจ
  • เด็กวัย 6-12 ขวบ เป็นช่วงที่ลูกไปโรงเรียน เจอเพื่อนใหม่ ๆ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พ่อแม่ต้องคอยสังเกตดูแลทั้งสุขภาพทางกายและให้คำปรึกษาเมื่อลูกมีปัญหา เป็นต้น

ดูแลได้ทั้งครอบครัวไม่ต้องกลัวปัญหาสุขภาพ
ความรักคือภูมิคุ้มกันที่พ่อแม่สามารถมอบให้ลูกได้ทุกเวลา ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของลูกให้แข็งแรงได้ เช่น

  • ดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย
  • ให้เวลากันและกัน เช่น ทานอาหารร่วมกัน ช่วยกันปลูกต้นไม้ ช่วยลูก ๆ ช่วยทำความสะอาดบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้
  • เอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน พูดคุย ให้คำปรึกษา อยู่เคียงข้างลูกเสมอเมื่อเจอกับปัญหา
  • ชวนลูกคิดบวก สอนให้เค้ารู้จักแบ่งปัน ให้อภัย มีน้ำใจ เช่น เมื่อลูกมีน้ำใจกับผู้อื่นก็ต้องชื่นชม และพูดคุยว่าการมีน้ำใจกับผู้อื่นจะนำไปสู่อะไรบ้าง? สิ่งเหล่านี้จะทำให้เค้าเติบโตเป็นเด็กที่มีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานหนัก เพื่อคนที่เรารักมากแค่ไหน สิ่งสำคัญคือ ต้องดูแลตัวเองทั้งกายและใจอยู่เสมอ… เพราะอย่าลืมว่าคุณต้องดูแลลูกและคนในครอบครัว ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่ใส่ใจดูแลตัวเองดี ก็จะมีสามารถดูแลลูกให้เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไป

ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 0]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด