เปิดเคล็ดลับสำหรับ working women งานดี สุขภาพก็ต้องดี

35

เพราะเราเข้าใจว่าผู้หญิงยุคใหม่ ไม่ได้มีเรื่องให้โฟกัสเพียงด้านเดียว หลายคนตั้งเป้าอยากมีหน้าที่การงานที่ดี ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด และสนุกกับการออกไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยว ปาร์ตี้ เล่นกีฬา เรียนเพิ่มเติม และหาประสบการณ์ใหม่ ๆ 

แน่นอนว่าชีวิตแบบนี้เป็นชีวิตที่หลาย ๆ คนต้องการ แต่ถ้าเต็มที่กับงานและทุก ๆ กิจกรรมจนลืมใส่ใจสุขภาพ อีกไม่นานสุขภาพของคุณก็อาจจะไม่ดีพอที่จะใช้ชีวิตได้เหมือนกันนะคะ ซึ่งเรื่องที่เราอยากจะแชร์ให้อ่านต่อไปนี้ ต้องบอกเลยค่ะว่า เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่กำลังอยู่ในวัยสนุกกับงาน สนุกกับการใช้ชีวิตชนิดที่เรียกว่า Work Hard Play Harder ที่สุดเลยค่ะ 

ทำงานแค่ไหนถึงยังได้ไปต่อ?
โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่ทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ชม. ต่อวัน เราใช้เวลาไปกับ เช็ค-ตอบ อีเมลลูกค้า ประชุม เคลียร์งาน หรือมีช่วงเบรคผ่อนคลายเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ซึ่งถ้าเราใช้เวลาไปกับการทำงานแบบพอดี ๆ จะส่งผลให้สมองและร่างกายทำงานได้อย่างประสิทธิภาพ

แต่ถ้าคุณเป็นสาย working women ที่ทำงานเกิน 8 ชม. หรือปล่อยให้ล่วงเลยไปจนถึง 12 ชม. แถมต้องวุ่นวายกับงานหลายอย่าง การจัดการชีวิตส่วนตัวในแต่ละวันดูเป็นเรื่องยาก วันไหนมีแรงเหลือก็นัดกับเพื่อน ๆ หลังเลิกงานได้อีก 

ยิ่งถ้าคุณเป็นประเภท ทานอาหารไม่ตรงเวลา ตกเย็นหอบงานกลับมาทำที่บ้าน นอนดึก ตื่นเช้า เสาร์-อาทิตย์ก็ยังทำงาน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว หรือออกกำลังกาย แบบนี้อนาคตอาจมีสิทธิ์สุขภาพพัง แทนที่งานจะดีแบบที่หวังไว้นะคะ

รู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ต้องเริ่มดูแลสุขภาพแล้ว…?
ถ้าคุณมีอายุอยู่ในช่วง 20 ต้น ๆ แน่นอนว่าพลังยังเหลือเฟือ จนไม่รู้สึกเหนื่อยล้าที่ต้องทำงานและกับกิจกรรมหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน แต่ถ้าอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วไม่เริ่มใส่ใจสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ แน่นอนว่าอนาคตสุขภาพของคุณจะไม่ฟิตเหมือนสมัยวัยรุ่น หรือสาว ๆ แน่ อาการเริ่มแรกที่สังเกตได้มีอะไรได้บ้างไปดูกันค่ะ

  • คิดอะไรช้าลง เคยสังเกตไหมว่าเมื่อก่อนเวลาประชุม คุยงาน คิดงาน เราสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว สมองแล่นสุด ๆ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มอืด ๆ ช้าลง อาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเครียดก็ได้
  • ผิวแห้ง หน้าตาหมองคล้ำ สาว ๆ ลองส่องกระจกเช็กตัวเองดูนะคะ ถ้าเราเริ่มริมฝีปากแห้ง รอบตาคล้ำ ผิวพรรณไม่สดใส ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการทำงานจนไม่มีเวลาดื่มน้ำ ทานอาหารไม่ตรงเวลา
  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ความเครียดจากการทำงานส่งผลให้ลำไส้ทำงานได้ไม่ดี ทำให้อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้เช่นกัน

ทำงานหนักไม่ได้เสียแค่สุขภาพกาย แต่ส่งผลต่อสุขภาพจิตได้มากพอ ๆ กัน
การทำงานที่มากจนเกินไปนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตใจ อย่าลืมว่าร่างกายและจิตใจของเราทำงานสัมพันธ์กัน การเร่งรีบและต้องแข่งขันกับทุกสิ่งทุกอย่างตลอดเวลา ทำให้เกิดความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ค่ะ

เวลาที่เรารู้สึกเครียดมาก ๆ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนความเครียด หรือที่เรียกว่า “ฮอร์โมนคอร์ติซอล” (cortisol) และหากเกิดความเครียดบ่อย ๆ จนมีการหลั่งสาร คอร์ติซอล ออกมามากเกินไป จะเกิดเป็นภาวะความเครียดสะสม ซึ่งพบมากในกลุ่มวัยทำงานถึง 80-90% เลยค่ะ 

ฉะนั้นเวลาที่เราเครียดต้องหาจุดสมดุลในการทำงานให้เจอ การหาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ชอบกับคนที่เรารักและครอบครัว แล้วค่อยกลับมาลุยงานใหม่ จะช่วยเรียกพลังในการทำงานออกมาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เช็ค 5 สัญญาณอันตรายของสาย working women
เมื่อสาว ๆ ทำงานหนักจนถึงจุดที่ร่างกายฟ้องว่าไม่ไหว ร่างกายและอารมณ์ของเราจะเปลี่ยนแปลงให้เห็นจนสังเกตุได้ ซึ่งอาการเหล่านี้คือสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย มาเช็คกันว่าคุณเข้าข่ายอาการเหล่านี้หรือยัง?

  • ป่วยบ่อย แค่อากาศเปลี่ยนคุณก็เป็นหวัดแล้ว เพราะความเครียดที่อาจเกิดจากการทำงาน ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง ทำให้มีโอกาสป่วยได้ง่ายกว่าคนอื่น
  • ปวดหัว อาการนี้เกิดจากกล้ามเนื้อที่เกร็งขึ้นจากความเครียดสะสมของเรา และส่งผลให้หลายคนปวดบริเวณต้นคอ ไหล่ และศีรษะ นำไปสู่การเป็นโรคยอดฮิตอย่างไมเกรนได้
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เพราะการทำงานที่มากเกินไป ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและฮอร์โมนความเครียดอื่น ๆ อย่างเต็มที่ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างเกร็งอยู่เสมอ
  • นอนไม่หลับ หนึ่งในสาเหตุที่นอนไม่หลับ เนื่องจากเราคิดถึงสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ เช่น มีประชุม งานไม่เสร็จ ทำให้จิตใจไม่สามารถพักผ่อนได้ และแน่นอนสิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยของการเริ่มสุขภาพเลยนะคะ
  • สุขภาพจิตใจแย่ เมื่อเจอกับความกดดันอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกิดความเครียดสะสม จนทำให้เกิดโรคซึมเศร้าตามมา 

หากสาว ๆ ท่านไหนพบว่าตัวเองเริ่มมีอาการเหล่านี้ แนะนำควรตรวจสุขภาพประจำปี และพบแพทย์ เพื่อเป็นการประเมินสุขภาพและตรวจหาความเสี่ยงของการเกิดโรค ซึ่งช่วยทำให้ทราบถึงคำแนะนำในการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นต่อไป

เพราะเราเข้าใจผู้หญิง Gen นี้ งานก็ต้องดี Activity ก็ต้องมี เราสามารถลุยได้กับทุกปัญหาและความสนุกนะคะ แต่ไม่ควรหยุดที่คำว่าสุขภาพพัง ตอนนี้มาเริ่มเปลี่ยนความคิดแล้วปรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตใหม่ เริ่มต้นดูแลตัวเอง หากมีปัญหาให้ปรึกษาแพทย์ แล้วคุณจะมีพลังและกลับมาทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน 

ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 0]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด