การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเบาหวานเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยว

322

ในการเดินทางแต่ละครั้งของผู้ป่วยเบาหวาน หลายคนอาจมีความกังวลใจว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรดี ยิ่งหากต้องเดินทางไปที่อื่นหลาย ๆ วัน คนใกล้ชิดดูแลหรือคนในครอบครัว ตลอดจนผู้ป่วยเองนั้นควรต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวไว้ให้พร้อม เพื่อที่สามารถออกไปเปิดประสบการณ์ให้กับชีวิตและเดินทางได้อย่างราบรื่น ว่าแต่การปฏิบัติตัวจะมีอะไรบ้างนั้น เรามีข้อมูลมาบอกค่ะ

  • ควรวางแผนการเดินทางทุกครั้ง
  • ควรมีจดหมายรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่าเป็นโรคเบาหวาน ระบุภาวะแทรกซ้อน รวมถึงยาที่รับประทานในปัจจุบัน
  • ในกรณีที่ฉีดอินซูลินควรมีบัตรประจำตัวเป็นภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่นของประเทศที่เดินทางไปว่าเป็นเบาหวานและฉีดอินซูลินอยู่ด้วย ในกรณีฉุกเฉิน เช่น หมดสติจากภาวะน้ำตาลต่ำจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
  • เตรียมยาและอินซูลินที่มีฉลากชื่อยาติดอยู่ด้วย รวมถึงอุปกรณ์การฉีดยาไปให้พอ
  • เตรียมยาเป็น 2 ชุด ชุดแรกเก็บในกระเป๋า carry-on อีกชุดเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง ยาอินซูลินที่ฉีดให้นำติดตัวไปด้วยไม่ต้องแช่เย็น และควรพกลูกอมติดตัวเผื่อเหตุฉุกเฉินเมื่อเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ควรแจ้งก่อนขึ้นเครื่องขอเป็นอาหารเบาหวาน โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ในกรณีที่ฉีดอินซูลินต้องรอให้ได้อาหารก่อนค่อยฉีดยา หรือควรเตรียมอาหารติดขึ้นเครื่องไปด้วย
  • การฉีดยา หรือรับประทานยา เมื่อเวลาเปลี่ยนให้ถือเวลาจากที่ออกเดินทาง (ประเทศไทย) ไปจนกระทั่งจุดหมายปลายทาง และเมื่อลงจากเครื่องบิน จึงเปลี่ยนเป็นเวลาท้องถิ่นของประเทศที่เดินทางไปถึง
  • ควรคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของ Time zones ในกรณีที่ฉีดอินซูลินวันละ 2-4 ครั้งต่อวัน ถ้าเวลาแตกต่างกันไม่เกิน 2 ชม. ไม่จำเป็นต้องปรับยาเบาหวาน ถ้าเดินทางไปตะวันออก ระยะเวลาของวันจะสั้นลง ดังนั้นถ้าฉีดอินซูลินอยู่ อาจจะต้องฉีดยาน้อยกว่าปกติในวันนั้น ในขณะที่เดินทางไปตะวันตก ระยะเวลาจะยาวขึ้น ดังนั้นถ้าฉีดอินซูลินอยู่ จะใช้ยามากกว่าปกติ ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเบาหวานในการปรับยาฉีด
  • เจาะน้ำตาลปลายนิ้ว เมื่อเดินทางถึงประเทศเป้าหมาย เนื่องจากภาวะ jet lag ทำให้บอกยากว่าเป็นอาการของน้ำตาลต่ำหรือน้ำตาลสูง
  • เจาะน้ำตาลปลายนิ้วบ่อยในช่วง 2-3 วันแรกที่เดินทางถึง
  • ถ้ามีกิจกรรมมากกว่าปกติ หรือต้องเดินเยอะควรระวังภาวะน้ำตาลต่ำ ดังนั้นควรมี snacks ติดตัวและอย่าฉีดอินซูลินที่ต้นขา เพราะจะทำให้ยาดูดซึมเร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำประปาที่ต่างประเทศ เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
  • การรับประทานอาหารพื้นเมืองควรตรวจสอบส่วนประกอบของอาหาร ว่ามีส่วนประกอบของแป้งหรือน้ำตาลมากหรือเปล่า
  • ไม่ควรเดินเท้าเปล่า และตรวจเท้าทุกคืน รวมถึงไม่ควรใส่รองเท้าคู่ใหม่ในการเดินทาง
  • แจ้งผู้ที่ร่วมเดินทางว่าคุณเป็นเบาหวาน
  • ขณะอยู่บนเครื่องบินควรเดินเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1-2 ชม. เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดหลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน

ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ควรมีการวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อม รวมทั้งทำตามคำแนะนำของแพทย์ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับการเดินทางอีกต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คลินิกโรคระบบต่อมไร้ท่อและเบาหวาน
โทร. 0 2265 7777 

ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 3.8]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด