รู้จักกับโรคหลอดอาหารอักเสบ

301

หากคุณมีอาการรู้สึกเจ็บเวลากลืนอาหาร กลืนอาหารได้ลำบาก หรือเจ็บหน้าอกระหว่างรับประทานอาหาร แสบร้อนกลางอก นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคหลอดอาหารอักเสบแล้วล่ะคะ ว่าแต่อาการที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไรและมีวิธีรักษาดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้างนั้น วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากค่ะ

หลอดอาหารอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองของเยื่อบุภายในหลอดอาหาร จะทำให้เกิดอาการเจ็บเวลากลืนอาหารและมีอาการแสบร้อนกลางอก โดยมักมีสาเหตุมาจากกรดไหลย้อนจากการใช้ยาบางชนิด รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัสก็สามารถทำให้เกิดแผลในหลอดอาหารได้ หากไม่เข้ารับการรักษาหรือไปพบแพทย์ อาจส่งผลให้หลอดอาหารบวม แดงเป็นแผล ทะลุ หรือตีบในภายหลัง

อาการของโรคหลอดอาหารอักเสบ
โดยทั่วไปอาการของหลอดอาหารอักเสบที่พบได้บ่อย คือ
– กลืนอาหารลำบากหรือเจ็บเวลากลืน
– เจ็บหน้าอก แสบร้อนในช่องอก
– มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปากและคอ
– ไอ เจ็บคอ เสียงแหบแห้ง
– คลื่นไส้ อาเจียน

การวินิจฉัยโรคหลอดอาหารอักเสบ
แพทย์อาจตรวจร่างกายอย่างละเอียดและสอบถามประวัติการใช้ยาทุกชนิด รวมทั้งนำวิธีการทดสอบอื่น ๆ มาช่วยในการวินิจฉัยเพื่อให้เกิดความถูกต้องมากขึ้น เช่น
– การส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร เพื่อตรวจดูความผิดปกติหรืออาการอักเสบภายในหลอดอาหาร และตัดชิ้นเนื้อตรวจมาทดสอบการติดเชื้อโรคอย่างแบคทีเรีย ไวรัสและเชื้อรา
– การเอกซเรย์ระบบทางเดินอาหารส่วนบน หรือการกลืนแป้งแบเรียม เป็นวิธีที่ให้ผู้ป่วยดื่มแบเรียมซึ่งเป็นสารทึบรังสีหรือยาที่เคลือบด้วยแบเรียม ก่อนจะถ่ายภาพเอกซ์เรย์หลอดอาหาร  เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น  

การรักษาโรคหลอดอาหารอักเสบ
การรักษาโรคหลอดอาหารอักเสบแตกต่างกันไปตามแต่ละสาเหตุ ซึ่งอาจมีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น
– ให้ยาลดกรด
– ให้ยาฆ่าเชื้อรา ยาปฏิชีวนะ
– ยาแก้ปวด
– ยา steroid เพื่อลดการบวม
– สารอาหารทางน้ำเกลือหากขาดสารอาหาร    

การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคหลอดอาหารอักเสบ
โรคหลอดอาหารอักเสบเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอาจช่วยบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงของหลอดอาหารอักเสบได้
– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเผ็ดที่มีส่วนผสมของพริกสด พริกป่น หรือเครื่องแกง
– รับประทานอาหารอ่อนที่ง่ายต่อการกลืน
– เคี้ยวอาหารให้ละเอียดอยู่เสมอ
– หลีกเลี่ยงการล้มตัวนอนหลังการรับประทานอาหาร ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จึงค่อยล้มตัวนอน
– ปรับหัวนอนให้สูงขึ้น
– หลีกเลี่ยงยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา
– ดื่มน้ำหลังรับประทานยาให้มาก ๆ

ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 3.5]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด