ภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

2736

อัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นในทุกกลุ่มอายุ แต่มากกว่าร้อยละ 70 เกิดในประชากรอายุมากกว่า 65 ปี ซึ่งเป็นสาเหตุนำของการเกิดภาวะทุพพลภาพในประชากรผู้สูงวัย จากสถิติพบว่าร้อยละ 10-27 ของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการซึมเศร้า พบว่าในระยะแรกของการเกิดอัมพาตจะมีอาการซึมเศร้าได้ถึงร้อยละ 15-40 อาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปจะหายไปในเวลา 1 ปี ความรุนแรงของอาการซึมเศร้าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งของรอยโรคในสมอง ประวัติของอาการซึมเศร้าของคนในครอบครัว อาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้น อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ บุคลิกภาพที่เปลี่ยนไป ไม่ร่วมมือในการฝึกออกกำลังฟื้นฟูสภาพร่างกาย

อาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยอัมพาตมักจะถูกมองข้ามหรือละเลยไปไม่ได้รับการรักษา คนใกล้ชิดหรือสมาชิกในครอบครัวอาจคิดว่านี่เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยอัมพาต ถึงแม้ว่าอาการของโรคซึมเศร้า จะไปซ้ำซ้อนกับอาการของโรคอัมพาต ผู้ที่ดูแลใกล้ชิดควรจะคำนึงถึงภาวะนี้ เพื่อจะได้ให้การรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป อาการซึมเศร้ามีผลต่อจิตใจ ความคิดอ่าน ความรู้สึก ทำให้ประสิทธิภาพในการดำรงชีวิตถดถอยลงไป เมื่อได้รับการรักษาจะสามารถลดอาการได้เกือบร้อยละ 80 แต่พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้านี้ไม่ได้รับการรักษาหรือช่วยเหลือ

อาการซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติในการทำงานของสมอง สำหรับสาเหตุนั้น ได้มีการศึกษากันอย่างมากเพื่อให้ได้รับการรักษาให้ตรงกับสาเหตุ สาเหตุหนึ่งเชื่อว่า อาจมีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม คือมีปัจจัยเสี่ยงสูงขึ้นหรือแนวโน้มจะมีอาการซึมเศร้าสูงในครอบครัว สมาชิกเป็นโรคซึมเศร้าและมาถูกกระตุ้นเมื่อมีภาวะเครียด ความกดดันในการดำรงชีวิต ผลข้างเคียงจากยาบางอย่าง หรือสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อาการซึมเศร้าทำให้เกิดความอ่อนเพลีย ไม่มีพละกำลัง ทำให้การรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่คาดหวังไว้

เมื่อมีภาวะทุพพลภาพเกิดขึ้น ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยตัวเองได้เหมือนเดิมต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น ไม่สามารถขับถ่ายอุจาระปัสสาวะได้ตามปกติ มีภาวะพิการทางร่างกายเกิดขึ้น พูดจาสื่อสารไม่ได้ดังใจ รับประทานอาหารตามปกติไม่ได้ อาจต้องพึ่งท่อสายอาหารในช่วงแรก ทำให้วิถีชีวิตของผู้ป่วยเปลี่ยนไปจึงมีความรู้สึกท้อแท้ ถดถอย สิ้นหวังในช่วงแรก เกิดอาการซึมเศร้า ไม่มีกำลังกายหรือกำลังใจที่จะทำอะไร ทำให้มีผลกระทบต่อขบวนการรักษาฟื้นฟู ไม่ให้ความร่วมมือ สิ้นหวังหรือไม่อยากทำอะไร ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ในการฝึกทำกายภาพบำบัด ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถพึ่งตนเองหรืออยู่ด้วยตัวเองได้

อารมณ์มีบทบาทอย่างมากต่อขบวนการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ได้มีผลกระทบต่อเฉพาะคนไข้ แต่ยังรวมไปถึงสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ในบางรายพบว่าร้อยละ 76 ของผู้ป่วยสามารถคืนกลับไปในสภาพทางร่างกายเหมือนเดิมก่อนการเจ็บป่วย แม้พบว่ามีเพียงร้อยละ 33 เท่านั้นที่สามารถกลับไปได้ตามปกติ มีคุณภาพชีวิต สถานะภาพทางสังคมหรือปฏิบัติกิจกรรมได้ตามปกติ ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนที่รอดพ้นจากวิกฤตมาได้ แต่มีภาวะทุพพลภาพทางร่างกายตามมา คิดว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความหมายทางสังคมอีกต่อไป

การเข้าใจขบวนการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง อาจจะช่วยทำให้สมาชิกในครอบครัวเข้าใจผู้ป่วยได้มากขึ้น ลดความเครียด ความกังวลไปได้บ้าง รวมถึงตัวผู้ป่วยเองด้วย

ระดับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมองมี 6 ระดับ คือ ปฏิเสธ โกรธ ต่อรอง ซึมเศร้า ยอมรับความจริงและสิ้นหวัง

ระดับที่ 1 ปฏิเสธ : ในระยะแรกทั้งผู้ป่วยและครอบครัวจะรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผู้ป่วย ไม่ทราบว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไร ตั้งตัวไม่ทันไม่ยอมรับกับสิ่งเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ระดับที่ 2 โกรธ : เมื่อระยะแรกผ่านไป จะเริ่มมีความโกรธขึ้นว่า ทำไมตนเองต้องมาเผชิญกับภาวะเจ็บป่วยอย่างนี้

ระดับที่ 3 ต่อรอง : เมื่อผ่านภาวะวิกฤตทางการแพทย์ไป และเริ่มขบวนการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู จะเริ่มมีความคิดบนบานศาลกล่าว ไม่ว่าทั้งตัวผู้ป่วยหรือครอบครัว เช่น จะประพฤติตัวดีขึ้นเมื่อหายดี

ระดับที่ 4 ภาวะซึมเศร้า : เมื่อผ่านขบวนการฝึกทางกายภาพบำบัด หรือเวชศาสตร์ฟื้นฟูไปช่วงหนึ่ง ทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัวจะเริ่มมองเห็นความจริงว่า ตัวผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถกลับไปดำรงชีวิตได้เหมือนเดิม ไม่สามารถเข้าสู่สังคมได้เหมือนแต่ก่อน จะเริ่มมีความคิดกังวล และเกิดอาการซึมเศร้าตามมา

ระดับที่ 5 ภาวะการยอมรับ : ในระยะนี้ผู้ป่วยจะเริ่มยอมรับสภาพมากขึ้น ร่วมมือในการรักษามากขึ้น

ระดับที่ 6 ความหวัง : เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร ทั้งผู้ป่วยเองและครอบครัวต่างก็มีความหวังว่า สักวันหนึ่งผู้ป่วยจะสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้เหมือนเดิมและเข้าสังคมได้ตามปกติ

ระยะต่าง ๆ ของอารมณ์ที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยทุกคนต้องผ่านทั้ง 6 ระยะของอารมณ์ และไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน

อาการซึมเศร้าที่อาจจะเกิดขึ้น

  • อ่อนเพลียไม่มีพละกำลัง
  • มีความกังวล
  • ร้องไห้บ่อย
  • รู้สึกตัวเองไร้ค่า
  • ไม่สุงสิงกับผู้อื่น
  • อารมณ์ซึมเศร้า
  • พฤติกรรมเปลี่ยนไป
  • สมาธิเสีย
  • อาจมีความคิดฆ่าตัวตาย
  • นอนไม่หลับ
  • เบื่ออาหาร

อาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นใช้เวลาพอสมควรในการรักษา การใช้ยาลดอาการซึมเศร้าใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะออกฤทธิ์ได้สูงสุด การรักษาต้องร่วมไปกับการรักษาทางจิตบำบัด ผู้ป่วยแต่ละคนให้การตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกันไป ต้องมีการปรับขนาดยาหรือใช้ยาต่างชนิดกันไป

การใช้พืชสมุนไพรทุกชนิด ควรให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบทุกครั้ง เพราะอาจจะไปรบกวนหรือทำให้ประสิทธิภาพของยารักษาอาการซึมเศร้าน้อยลง ไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้ ทำให้อารมณ์ซึมเศร้าเป็นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาวะซึมเศร้าเป็นความผิดปกติทางสมองที่รักษาได้ดี ดังนั้น เมื่อมีอาการซึมเศร้าเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองควรปรึกษาแพทย์

แหล่งที่มา ; ผศ. พท. นพ.สมเกียรติ เหมตะศิลปะ. 2548. การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง : อารมณ์และจิตใจ กรุงเทพฯ. อัลตร้า พริ้นติ้ง, หน้า 48-51
ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 2.3]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด