ไข้หวัด VS ไข้หวัดใหญ่

186

ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ต่างก็เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส และมีอาการป่วยที่คล้ายๆ กัน ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะแยกโรคเหล่านี้ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าอาการที่เป็นนั้น คือ ไข้หวัดธรรมดา หรือไข้หวัดใหญ่กันแน่ วันนี้เรามีข้อมูลมาบอกค่ะ อ่านเพิ่มเติม

ไข้หวัด อาจมีอาการป่วยที่ไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น จมูก คอ กล่องเสียง และไซนัส มักเป็นเชื้อไวรัสชนิดไม่รุนแรง สามารถหายเองใน 3 – 4 วัน หรือไม่เกิน 7 วัน พบได้บ่อยทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่สามารถเป็นบ่อยได้ถึงปีละ 6-8 ครั้ง เพราะเด็กมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำกว่าผู้ใหญ่ และในเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากขึ้น

อาการของไข้หวัด

  • มีไข้ แต่ไข้สูงไม่เกิน 38°เซลเซียส
  • ปวดศีรษะเล็กน้อย
  • คัดจมูก หายใจได้ไม่สะดวกเนื่องจากจมูกบวม และมีน้ำมูกอุดตันภายในจมูก
  • เจ็บคอ ไอ และจาม
  • เสียงแหบ
  • อ่อนเพลีย และรู้สึกไม่สบายตัว
  • ระคายเคืองตา หรือมีตาแดง ขี้ตาแฉะร่วมด้วย

การรักษาไข้หวัด
หากไม่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรง สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง โดยทานอาหารที่มีประโยชน์ที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย พักผ่อนให้มากขึ้น และดื่มน้ำมากๆ กินยาลดไข้ เช่น แอสไพริน หรือพาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด ถ้ายังมีไข้ให้กินซ้ำได้ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง

ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) เป็นโรคที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถพบได้ตลอดปี พบบ่อยในฤดูฝนและฤดูหนาว ไข้หวัดใหญ่ติดต่อจากการสัมผัสละอองฝอยจากการไอและการจามของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจะมีอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1-4 วัน โดยไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

อาการของไข้หวัดใหญ่

  • มีไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส หนาวสั่น
  • มีอาการอ่อนเพลียอย่างเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้
  • ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ
  • ในเด็กเล็กจะมีไข้สูงร่วมกับอาการอื่น เช่น คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว และชักจากไข้สูง

การรักษาไข้หวัดใหญ่
หากมีอาการไม่รุนแรงสามารถดูแลเองที่บ้านและรักษาตามอาการ เช่น ใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล หรือถ้ามีน้ำมูกให้ใช้ยาลดน้ำมูกและยาละลายเสมหะ เมื่อมีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว นอนพักผ่อนมากๆ รับประทานอาหารอ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน อาจมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 3.2]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด