HIV ไม่เท่ากับ เอดส์

409

เอดส์เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HIV ซึ่งไวรัสชนิดนี้จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อบกพร่องจนไม่สามารถกำจัดการติดเชื้อโรคอื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ เช่น วัณโรค เชื้อรา เป็นต้น ทำให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ แม้ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ก็สามารถควบคุมเชื้อไวรัส HIV ในเลือดให้เหลือน้อยมาก ด้วยการรับประทานยาตรงเวลาอย่างต่อเนื่อง แทบไม่แตกต่างจากโรคอื่น ๆ เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เมื่อเชื้อไวรัส HIV ลดลง ภูมิต้านทานจะดีขึ้น ลดอัตราการเสียชีวิต มีอายุยืนยาวใกล้เคียงคนที่ไม่ติดเชื้อ โอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นก็ลดลงด้วยเช่นกัน 

เอชไอวีติดต่อกันได้อย่างไร สาเหตุหลักของการติดเชื้อเอชไอวี มี 3 ทางดังนี้

  • การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับเพศใดก็ตาม ข้อมูลของทางกองระบาดวิทยาระบุว่า 85% ของผู้ติดเชื้อ HIV นั้นได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งสิ้น
  • การติดต่อทางเลือด โดยการใช้เข็มฉีดยาหรืออุปกรณ์เตรียมฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี
  • การแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกในขณะตั้งครรภ์ ระหว่างการคลอด หรือการให้นมบุตร

อาการของการติดเชื้อไวรัส HIV  แบ่งได้เป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะแรก เป็นระยะที่ไม่มีอาการอยู่ในภาวะเริ่มติดเชื้อ จะมีอาการ เช่น ปวดหัว เจ็บคอ มีไข้ เป็นต้น
  • ระยะที่สอง หรือระยะเริ่มมีอาการ จะมีตุ่มขึ้นตามร่างกาย และมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นให้เห็น เช่น ต่อมน้ำเหลืองโตติดต่อกันนานหลายเดือน มีเชื้อราในช่องปาก เป็นงูสวัด เป็นต้น
  • ระยะที่สาม หรือระยะเอดส์ ในระยะนี้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเสียหายอย่างมาก จนร่างกายไม่สามารถขจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ และจะมีอาการ เช่น วัณโรค เชื้อราขึ้นสมอง ต่อมน้ำเหลืองกระจายทั่วร่างกาย ปอดอักเสบ หรือเชื้อไวรัสขึ้นจอตาถึงขั้นตาบอด เป็นต้น

การรักษาเอชไอวี
ปัจจุบันมียาต้านไวรัสเอชไอวี มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไปทั่วร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถลดปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี จนทำให้ผู้ป่วยแข็งแรงใกล้เคียงกับคนปกติ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงจำเป็นต้องกินยารักษาอย่างต่อเนื่อง และตรงต่อเวลา เนื่องจากจะส่งผลให้มีระดับยาในกระแสเลือดสม่ำเสมอ การลดปริมาณไวรัสเอชไอวีให้น้อยที่สุดเป็นสิ่งสำคัญที่จะป้องกันการเข้าสู่ระยะเอดส์และการเสียชีวิต ทั้งนี้ยาต้านเชื้อเอชไอวีเป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้คำสั่งของแพทย์เท่านั้น และไม่ควรปรับขนาดยาด้วยตนเองเพราะอาจทำให้ได้รับเกินขนาดหรือน้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ และเมื่อมีปัญหาจากการรับประทานยา ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 5]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด