5 พฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายระบบขับถ่าย
เชื่อว่าหลายคนคงมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำจนชินในชีวิตประจำวัน เพราะคิดว่าไม่เป็นโทษต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นการทำลายระบบขับถ่ายของตัวคุณเองให้แย่ลงได้ ว่าแต่พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายระบบขับถ่ายมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกัน
• กลั้นอุจจาระไว้นานๆ ไม่ยอมถ่ายเมื่อปวด ร่างกายจะดูดซึมเอาน้ำจากอุจจาระกลับไปใช้งาน ของเสียที่จะต้องขับทิ้งก็จะถูกดูดซึมกลับเข้ากระแสเลือด ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนัก ทำให้อุจจาระแข็งขับถ่ายยาก เกิดอาการท้องผูก และอาจทำให้เป็นโรคริดสีดวงทวาร และแผลแยกที่รูทวารหนักมีเลือดออกได้
• กินยาระบายโดยไม่มีความจำเป็นหรือข้อบ่งชี้ อาจทำให้การขับถ่ายแย่ลง ควรพยายามขับถ่ายด้วยตัวเองจะดีที่สุด และรับประทานยาระบายเมื่อมีข้อบ่งชี้ ตามแพทย์สั่งหรือเมื่อมีอาการท้องผูกแล้วเท่านั้น
• ดีท็อกลำไส้เพื่อให้หน้าท้องแบน หรือการดีท็อกลำไส้บ่อย ๆ ด้วยสารน้ำหรือสารละลายปริมาณมากจะทำให้ลำไส้ใหญ่คุ้นชินกับการกระตุ้นด้วยปริมาณสารในลำไส้ใหญ่ปริมาณมากๆ เมื่อหยุดการทำดีท็อกปริมาณอุจจาระที่ร่างกายสร้างได้ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าปริมาณสารละลายดีท็อกมากจะไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดอยากถ่ายได้ทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมา
• ดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอแก่ความต้องการของร่ายกาย จะทำให้อุจจาระแข็งเกิดอาการท้องผูกได้
• การออกกำลังกาย และทำงานอยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานานๆ จะทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง กากของอาหารที่เรากินเข้าไปก็จะตกค้างอยู่ในลำไส้ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะโรคท้องผูกได้
แม้พฤติกรรมบางอย่างจะดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย แต่เมื่อทำบ่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว อาจกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ระบบขับถ่ายแย่ลง และส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ลองค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนทีละนิด เพื่อให้ลำไส้ได้ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ และกลับมามีระบบขับถ่ายที่ดี แข็งแรง ไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องฝืนร่างกาย แล้วสุขภาพโดยรวมของคุณก็จะดีขึ้นตามไปด้วยแน่นอน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2265 7777
• กลั้นอุจจาระไว้นานๆ ไม่ยอมถ่ายเมื่อปวด ร่างกายจะดูดซึมเอาน้ำจากอุจจาระกลับไปใช้งาน ของเสียที่จะต้องขับทิ้งก็จะถูกดูดซึมกลับเข้ากระแสเลือด ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนัก ทำให้อุจจาระแข็งขับถ่ายยาก เกิดอาการท้องผูก และอาจทำให้เป็นโรคริดสีดวงทวาร และแผลแยกที่รูทวารหนักมีเลือดออกได้
• กินยาระบายโดยไม่มีความจำเป็นหรือข้อบ่งชี้ อาจทำให้การขับถ่ายแย่ลง ควรพยายามขับถ่ายด้วยตัวเองจะดีที่สุด และรับประทานยาระบายเมื่อมีข้อบ่งชี้ ตามแพทย์สั่งหรือเมื่อมีอาการท้องผูกแล้วเท่านั้น
• ดีท็อกลำไส้เพื่อให้หน้าท้องแบน หรือการดีท็อกลำไส้บ่อย ๆ ด้วยสารน้ำหรือสารละลายปริมาณมากจะทำให้ลำไส้ใหญ่คุ้นชินกับการกระตุ้นด้วยปริมาณสารในลำไส้ใหญ่ปริมาณมากๆ เมื่อหยุดการทำดีท็อกปริมาณอุจจาระที่ร่างกายสร้างได้ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าปริมาณสารละลายดีท็อกมากจะไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดอยากถ่ายได้ทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมา
• ดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอแก่ความต้องการของร่ายกาย จะทำให้อุจจาระแข็งเกิดอาการท้องผูกได้
• การออกกำลังกาย และทำงานอยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานานๆ จะทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง กากของอาหารที่เรากินเข้าไปก็จะตกค้างอยู่ในลำไส้ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะโรคท้องผูกได้
แม้พฤติกรรมบางอย่างจะดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย แต่เมื่อทำบ่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว อาจกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ระบบขับถ่ายแย่ลง และส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ลองค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนทีละนิด เพื่อให้ลำไส้ได้ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ และกลับมามีระบบขับถ่ายที่ดี แข็งแรง ไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องฝืนร่างกาย แล้วสุขภาพโดยรวมของคุณก็จะดีขึ้นตามไปด้วยแน่นอน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2265 7777
Medical Center: Gastrointestinal and Liver Center
Publish date desc: 15/07/2025
Author doctor
Dr. Sutep Gonlachanvit
Specialty
Gastroenterologist






