ไตวายเฉียบพลัน มาเงียบแต่รุนแรง! 7 สัญญาณเตือนที่คนมองข้าม
เคยสังเกตไหมว่า…
ช่วงนี้เข้าห้องน้ำน้อยลง เหนื่อยง่ายขึ้น หรือมีอาการบวมเล็ก ๆ ที่ขา หรือหน้าโดยไม่รู้สาเหตุ
หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือแค่พักผ่อนไม่พอ แต่ในทางการแพทย์ อาการเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ไตวายเฉียบพลัน” ภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน
จุดสำคัญ คือ โรคนี้มักเริ่มต้นแบบ “ไม่ชัดเจน” และค่อย ๆ แสดงสัญญาณผ่านความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่หลายคนมองข้าม มาดู 7 สัญญาณเตือนสำคัญ เพื่อให้คุณสังเกตร่างกายตัวเองได้เร็วขึ้น และดูแลไตได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
หนึ่งในสัญญาณแรกที่พบได้บ่อย คือ ปริมาณปัสสาวะลดลง หรือบางคนอาจปัสสาวะน้อยลงชัดเจน บางครั้งไม่ได้หยุดสนิท แต่จะรู้สึกว่า “เข้าห้องน้ำน้อยลง” ทั้งที่ดื่มน้ำเท่าเดิม
เมื่อสมดุลผิดปกติ อาจเกิด
ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่ “เกิดเร็ว แต่สามารถสังเกตได้” หากรู้จักสัญญาณของร่างกาย การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น ปัสสาวะ บวม หรือความรู้สึกอ่อนเพลีย อาจช่วยให้เข้ารับการดูแลได้เร็วขึ้น
ศูนย์โรคไตและไตเทียม
โทร. 0-2265-7777
ช่วงนี้เข้าห้องน้ำน้อยลง เหนื่อยง่ายขึ้น หรือมีอาการบวมเล็ก ๆ ที่ขา หรือหน้าโดยไม่รู้สาเหตุ
หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือแค่พักผ่อนไม่พอ แต่ในทางการแพทย์ อาการเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ไตวายเฉียบพลัน” ภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน
จุดสำคัญ คือ โรคนี้มักเริ่มต้นแบบ “ไม่ชัดเจน” และค่อย ๆ แสดงสัญญาณผ่านความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่หลายคนมองข้าม มาดู 7 สัญญาณเตือนสำคัญ เพื่อให้คุณสังเกตร่างกายตัวเองได้เร็วขึ้น และดูแลไตได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
1. ปัสสาวะลดลงอย่างผิดปกติ
หนึ่งในสัญญาณแรกที่พบได้บ่อย คือ ปริมาณปัสสาวะลดลง หรือบางคนอาจปัสสาวะน้อยลงชัดเจน บางครั้งไม่ได้หยุดสนิท แต่จะรู้สึกว่า “เข้าห้องน้ำน้อยลง” ทั้งที่ดื่มน้ำเท่าเดิม2. ตัวบวม เท้าบวม หรือหน้าบวม
เมื่อไตทำงานได้ไม่ดี น้ำและเกลือแร่จะคั่งในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม โดยเฉพาะ- ข้อเท้า
- เท้า
- ใบหน้า
3. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ของเสียที่สะสมในเลือด ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอ่อนแรง- ไม่มีแรง
- เหนื่อยง่าย
- สมาธิลดลง
4. คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
เมื่อของเสียสะสมมากขึ้น ระบบทางเดินอาหารจะเริ่มตอบสนอง- คลื่นไส้
- ไม่อยากอาหาร
- รู้สึกไม่สบายท้อง
5. หายใจเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก
ในบางรายที่มีการคั่งของน้ำมาก อาจเกิด- หายใจไม่สะดวก
- แน่นหน้าอก
- เหนื่อยเวลาออกแรง
6. ใจสั่น หรือความดันผิดปกติ
ไตมีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลเกลือแร่ เช่น โพแทสเซียมเมื่อสมดุลผิดปกติ อาจเกิด
- ใจสั่น
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง
7. สับสน มึนงง หรือรู้สึกไม่สดชื่น
ในระยะที่ของเสียสะสมมากขึ้น อาจมีผลต่อสมอง- มึนงง
- สมาธิลดลง
- รู้สึกไม่สดชื่น
ใครคือกลุ่มเสี่ยง?
แม้ภาวะนี้จะเกิดได้กับทุกคน แต่พบได้บ่อยในกลุ่ม- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน
- ผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต หรือกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ
- ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดบางชนิดเป็นประจำ (เช่น NSAIDs)
- ผู้ที่ขาดน้ำ เช่น ท้องเสีย อาเจียน หรือดื่มน้ำน้อย
- ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง
แนวทางดูแลและลดความเสี่ยง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ (ปรับตามสภาพร่างกายและอากาศ)
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยาแก้ปวดที่ไม่ใช่พาราเซตามอล
- ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปริมาณสูง
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน
- ตรวจสุขภาพเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง
ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่ “เกิดเร็ว แต่สามารถสังเกตได้” หากรู้จักสัญญาณของร่างกาย การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น ปัสสาวะ บวม หรือความรู้สึกอ่อนเพลีย อาจช่วยให้เข้ารับการดูแลได้เร็วขึ้น
ศูนย์โรคไตและไตเทียม
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Nephrology and Hemodialysis Center
Publish date desc: 23/04/2026
Author doctor
Dr. Athiphat Banjongjit
Specialty
Nephrologist







