ตรวจสุขภาพหัวใจประจำปีสำคัญยังไง?
หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เมื่อหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายก็สามารถดำเนินกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่ แต่ในปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ โรคหัวใจจำนวนมากสามารถพัฒนาได้โดยแทบไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนในระยะแรก การตรวจสุขภาพหัวใจประจำปีจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยง ค้นหาความผิดปกติ และวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
การตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างละเอียด พร้อมค้นหาความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ก่อนที่โรคจะพัฒนาไปสู่ภาวะที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต
ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพหัวใจประจำปี ได้แก่
1. ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ การตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง
2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น
3. ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
หากบิดา มารดา หรือพี่น้องสายตรงเคยมีประวัติโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเสียชีวิตจากโรคหัวใจในวัยอันควร ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
4. ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมถึงสูบบุหรี่ไฟฟ้า
พฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อระบบหลอดเลือดและเพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจในอนาคต
5. ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น
ตรวจร่างกายและซักประวัติสุขภาพ
เป็นขั้นตอนแรกที่ช่วยประเมินปัจจัยเสี่ยง รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต โรคประจำตัว และประวัติครอบครัว
ตรวจวัดความดันโลหิต
ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคเบาหวานและภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจ
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: EKG)
ช่วยประเมินจังหวะการเต้นของหัวใจ และตรวจหาความผิดปกติบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าหัวใจ
ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)
ใช้ประเมินการทำงานของหัวใจขณะออกแรง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีอาการบางอย่างที่ต้องการการตรวจเพิ่มเติม
ตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram)
ช่วยดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ รวมถึงการทำงานของลิ้นหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ
ตรวจเอกซเรย์ทรวงอก
ใช้ประเมินขนาดหัวใจและความผิดปกติของปอดที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการทางหัวใจ
ตรวจ Calcium Score (CAC Score)
เป็นการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อประเมินปริมาณหินปูนที่สะสมในหลอดเลือดหัวใจ ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจ เป็นการตรวจที่รวดเร็ว ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี หากมีคะแนนสูงยิ่งบ่งชี้ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจและหลอดเลือด
หากคุณมีปัจจัยเสี่ยง หรือยังไม่เคยตรวจสุขภาพหัวใจมาก่อน การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการดูแลหัวใจให้แข็งแรงในระยะยาว
ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
โทร. 0-2265-7777
สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ โรคหัวใจจำนวนมากสามารถพัฒนาได้โดยแทบไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนในระยะแรก การตรวจสุขภาพหัวใจประจำปีจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยง ค้นหาความผิดปกติ และวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
ทำไมจึงควรตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำทุกปี?
โรคหัวใจหลายชนิดเกิดจากการสะสมของปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ได้ควบคุมเป็นเวลานาน เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ภาวะอ้วน หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม โดยในช่วงแรกผู้ป่วยอาจยังรู้สึกแข็งแรงและไม่มีอาการผิดปกติการตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างละเอียด พร้อมค้นหาความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ก่อนที่โรคจะพัฒนาไปสู่ภาวะที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต
ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพหัวใจประจำปี ได้แก่
- ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น
- วางแผนป้องกันและดูแลสุขภาพได้ตรงจุด
- ติดตามผลการรักษาในผู้ที่มีโรคประจำตัว
- ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพในระยะยาว
ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพหัวใจประจำปี?
แม้ว่าการตรวจสุขภาพหัวใจจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่1. ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ การตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง
2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- โรคอ้วน
3. ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
หากบิดา มารดา หรือพี่น้องสายตรงเคยมีประวัติโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเสียชีวิตจากโรคหัวใจในวัยอันควร ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
4. ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมถึงสูบบุหรี่ไฟฟ้า
พฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อระบบหลอดเลือดและเพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจในอนาคต
5. ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น
- เจ็บแน่นหน้าอก
- เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- หายใจไม่อิ่ม
- ใจสั่น
- เวียนศีรษะเป็นประจำ
- เป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ
การตรวจสุขภาพหัวใจมีอะไรบ้าง?
แพทย์จะเลือกโปรแกรมตรวจตามอายุ ปัจจัยเสี่ยง และประวัติสุขภาพของแต่ละบุคคล โดยการตรวจที่พบบ่อย ได้แก่ตรวจร่างกายและซักประวัติสุขภาพ
เป็นขั้นตอนแรกที่ช่วยประเมินปัจจัยเสี่ยง รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต โรคประจำตัว และประวัติครอบครัว
ตรวจวัดความดันโลหิต
ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคเบาหวานและภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจ
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: EKG)
ช่วยประเมินจังหวะการเต้นของหัวใจ และตรวจหาความผิดปกติบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าหัวใจ
ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)
ใช้ประเมินการทำงานของหัวใจขณะออกแรง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีอาการบางอย่างที่ต้องการการตรวจเพิ่มเติม
ตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram)
ช่วยดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ รวมถึงการทำงานของลิ้นหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ
ตรวจเอกซเรย์ทรวงอก
ใช้ประเมินขนาดหัวใจและความผิดปกติของปอดที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการทางหัวใจ
ตรวจ Calcium Score (CAC Score)
เป็นการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อประเมินปริมาณหินปูนที่สะสมในหลอดเลือดหัวใจ ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจ เป็นการตรวจที่รวดเร็ว ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี หากมีคะแนนสูงยิ่งบ่งชี้ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจและหลอดเลือด
หากผลตรวจพบความเสี่ยง ควรทำอย่างไร?
เมื่อพบปัจจัยเสี่ยงหรือความผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาแนวทางดูแลที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ซึ่งอาจประกอบด้วย- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
- เพิ่มกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
- งดสูบบุหรี่
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- ติดตามผลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
- รับการรักษาหรือรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
ดูแลหัวใจให้แข็งแรง เริ่มได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี
สุขภาพหัวใจที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการดูแลและติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสุขภาพหัวใจประจำปีช่วยให้ทราบข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ชัดเจนมากขึ้น สามารถวางแผนดูแลร่างกายได้อย่างเหมาะสม และสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยหากคุณมีปัจจัยเสี่ยง หรือยังไม่เคยตรวจสุขภาพหัวใจมาก่อน การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการดูแลหัวใจให้แข็งแรงในระยะยาว
ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Cardio-vascular Center
Publish date desc: 30/06/2026
Author doctor
Dr. Sarayut Wiboonchutikul
Specialty
Cardiologist






