คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการฉีด Botulinum Toxin / Filler / Polynucleotide
เป็นโปรตีนที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง นำมาใช้ฉีดให้กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ได้แก่ หน้าผาก หัวคิ้ว รอยตีนการ รอยพับที่คอ ใช้ในการแก้ไขรูปหน้าภายหลังจากการฉีด กล้ามเนื้อจะทำงานลดลงชั่วคราวและจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 48-72 ชั่วโมง และออกฤทธิ์เต็มที่ใน 2 สัปดาห์ โดยผลการรักษาจะคงอยู่นานประมาณ 3-4 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยหรือต้องการปรับรูปหน้า นอกจากนี้ยังใช้ในการรักษาภายะเหงื่อออกมากกว่าปกติเฉพาะที่ เช่น รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
ข้อห้ามในการฉีด Botulinum toxin
คำแนะนำในการปฏิบัติตัวในการฉีด Tissue augmentation (Filler)
เป็นการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการ เพื่อแก้ไขความบกพร่องของรูปหน้า และบริเวณที่พร่องไขมัน โดยสารที่นำมาใช้มีหลายชนิด ปัจจุบันนิยมใช้สารไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบธรรมชาติ มีความปลอดภัยและโอกาสแพ้น้อย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และมีรูปแบบที่เป็นสารชนิดอื่นๆ เช่น Poly-L lactic acid สารเติมเต็มเหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับร่องลึกหรือรูปหน้า เพื่อลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา โหนกแก้ม แก้มตอบ หรือร่องแก้ม สามารถนำมาใช้ฉีดบริเวณรอยแผลเป็นหลุมให้ตื้นขึ้น
ข้อห้ามในการฉีด Filler
คำแนะนำในการปฏิบัติตัวในการฉีด Polynucleotide (Rejuran®)
Polynucleotide (PN) เป็นสารสกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน ซึ่งเป็นสารละลาย มีลักษณะเป็นเจลใส ปราศจากสี หลังฉีดเข้าสู่ผิวหนังแล้วจะค่อยๆ ผสานไปกับผิวหนังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวในชั้นผิวหนังแท้ และหนังกำพร้า ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวได้โดยการกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนและเส้นใยอีลาสติน และความชุ่มชื้นให้ผิวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวอ่อนเยาว์ รักษาหลุมสิว ผิวชุ่มชื้น ผิวกระจ่างใส เหมาะกับทุกสภาพผิว แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดี แนะนำฉีด 3-4 ครั้ง ใน 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและผิวของแต่ละบุคคล
ข้อห้ามในการฉีด Polynucleotide (Rejuran®)
การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ
ข้อควรปฏิบัติหลังทำหัตถการ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
อาการข้างเคียงที่ควรมาพบแพทย์โดยเร็ว เช่น ผิวหนังเปลี่ยนสี บวมแดงเจ็บ มีแผลหรือฝีหนองบริเวณใกล้เคียง หรือบริเวณที่ฉีด หนังตาตก ตามองเห็นผิดปกติ เห็นภาพซ้อน อาการที่ควรนัดพบแพทย์อื่นๆ เช่น บวมแดง คลำพบก้อน รอยช้ำ อาการปวด หรืออาการผิดปกติอื่นใด ซึ่งเรื้อรังนานเกินกว่า 1 สัปดาห์
หากมีอาการอักเสบรุนแรง อาการผิดปกติ หรือข้อสงสัยใด ๆ กรุณาติดต่อศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
ศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
โทร. 0-2265-7777
ข้อห้ามในการฉีด Botulinum toxin
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และโรคของระบบประสาท เช่น Myasthenia gravis
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ขาว (Albumin)
- ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณใบหน้า เช่น เริม โรคผิวหนังอักเสบจากแบคทีเรีย
คำแนะนำในการปฏิบัติตัวในการฉีด Tissue augmentation (Filler)
เป็นการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการ เพื่อแก้ไขความบกพร่องของรูปหน้า และบริเวณที่พร่องไขมัน โดยสารที่นำมาใช้มีหลายชนิด ปัจจุบันนิยมใช้สารไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบธรรมชาติ มีความปลอดภัยและโอกาสแพ้น้อย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และมีรูปแบบที่เป็นสารชนิดอื่นๆ เช่น Poly-L lactic acid สารเติมเต็มเหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับร่องลึกหรือรูปหน้า เพื่อลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา โหนกแก้ม แก้มตอบ หรือร่องแก้ม สามารถนำมาใช้ฉีดบริเวณรอยแผลเป็นหลุมให้ตื้นขึ้น
ข้อห้ามในการฉีด Filler
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้สารเติมเต็ม หรือส่วนประกอบของสารเติมเต็ม
- ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณใบหน้า เช่น เริม โรคผิวหนังอักเสบจากแบคทีเรีย
- ผู้ที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ตัวเองในระยะกำเริบ (Autoimmune diseases)
คำแนะนำในการปฏิบัติตัวในการฉีด Polynucleotide (Rejuran®)
Polynucleotide (PN) เป็นสารสกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน ซึ่งเป็นสารละลาย มีลักษณะเป็นเจลใส ปราศจากสี หลังฉีดเข้าสู่ผิวหนังแล้วจะค่อยๆ ผสานไปกับผิวหนังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวในชั้นผิวหนังแท้ และหนังกำพร้า ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวได้โดยการกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนและเส้นใยอีลาสติน และความชุ่มชื้นให้ผิวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวอ่อนเยาว์ รักษาหลุมสิว ผิวชุ่มชื้น ผิวกระจ่างใส เหมาะกับทุกสภาพผิว แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดี แนะนำฉีด 3-4 ครั้ง ใน 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและผิวของแต่ละบุคคล
ข้อห้ามในการฉีด Polynucleotide (Rejuran®)
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ปลาแซลมอน อาหารทะเล หรือส่วนประกอบของ Polynucleotide
- ผู้ที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ตัวเองในระยะกำเริบ (Autoimmune diseases)
- ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณใบหน้า เช่น เริม โรคผิวหนังอักเสบจากแบคทีเรีย
การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ
- ผู้ป่วยแพ้ยา หรืออาหาร ต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง
- ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาดังต่อไปนี้ก่อนรับการรักษา 1 สัปดาห์ ได้แก่ ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAID และยาอื่นๆ ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ได้แก่ ยาแก้ปวดต่างๆ เช่น Voltaren, Diclofenac รวมถึง Aspirin, fish oil, Vitamin E, Ginkgo biloba
- ควรงดทำฟัน 1 เดือน ก่อนและหลังการฉีดสารเติมเต็มชนิดไฮยาลูโรนิค
- ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการฉีด 1 วัน
- ควรแจ้งประวัติยา และการได้รับวัคซีนหรือการวางแผนรับวัคซีนใน 6 เดือน
- ถ้ามีประวัติโรคเริมที่ริมฝีปากหรือใบหน้า ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง
ข้อควรปฏิบัติหลังทำหัตถการ
- หลังฉีดอาจพบรอยนูน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปใน 2-3 ชั่วโมง หลังการฉีด Botulinum toxin หรือภายใน 1 สัปดาห์ หลังการฉีดสารเติมเต็ม
- หลังการฉีด Botulinum toxin ห้ามนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมง
- หลังการฉีด Filler ควรงดการล้างหน้า 6 ชั่วโมง และงดการใช้เครื่องสำอางค์ 12 ชั่วโมง
- ในกรณีที่มีรอยช้ำ อาจใช้น้ำแข็งประคบในวันแรก รอยช้ำจะหายไปภายในเวลา 7 วัน
- ห้ามนวดคลึง กด ขัดผิวหน้า หรือถูหน้าแรงๆ บริเวณที่ ฉีด 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการกระจายของยา
- งดออกกำลังกายหนัก งดการอยู่ในที่ร้อน เช่น อบซาวน่า ทำเลเซอร์ หรือประคบร้อนบริเวณที่ฉีดยา 1 สัปดาห์
- ควรงดหัตถการอื่นบนใบหน้าที่ทำให้เกิดความร้อน 2 สัปดาห์หลังฉีด
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
อาการข้างเคียงที่ควรมาพบแพทย์โดยเร็ว เช่น ผิวหนังเปลี่ยนสี บวมแดงเจ็บ มีแผลหรือฝีหนองบริเวณใกล้เคียง หรือบริเวณที่ฉีด หนังตาตก ตามองเห็นผิดปกติ เห็นภาพซ้อน อาการที่ควรนัดพบแพทย์อื่นๆ เช่น บวมแดง คลำพบก้อน รอยช้ำ อาการปวด หรืออาการผิดปกติอื่นใด ซึ่งเรื้อรังนานเกินกว่า 1 สัปดาห์
หากมีอาการอักเสบรุนแรง อาการผิดปกติ หรือข้อสงสัยใด ๆ กรุณาติดต่อศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
ศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Skin and Cosmetic Center
Publish date desc: 09/01/2026
Author doctor
Dr. Marisa Pongprutthipan
Specialty
Dermatologist







