รู้ทันมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากอะไร? อาการเตือนที่ต้องรีบตรวจคัดกรอง
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นหนึ่งในชนิดของมะเร็งที่พบได้บ่อยในคนไทย และมักถูกละเลยในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากอาการไม่ชัดเจนหรือคล้ายคลึงกับโรคทางเดินอาหารอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นภัยเงียบที่ร้ายแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัว การรู้เท่าทันอาการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณสังเกตพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด เป็น ๆ หาย ๆ หรือมีพฤติกรรมท้องผูกสลับท้องเสีย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เพื่อทำการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ และวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการค้นพบโรคในระยะแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้สูง
พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง
พฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยง
ผู้ที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ ได้แก่
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2265 7777
สารบัญ
- อาการ มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นอย่างไร?
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากอะไร?
- ใครบ้างที่ต้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้?
- การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ทำยังไง?
- การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่แต่ละระยะ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
อาการ มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นอย่างไร?
อาการเริ่มต้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มักไม่จำเพาะเจาะจง และอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการท้องผูกหรือริดสีดวงทั่วไป แต่เมื่อใดที่อาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที- การเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย มีอาการ ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด
- ถ่ายเป็นเลือด พบเลือดปนออกมากับอุจจาระ อาจเป็นเลือดสีแดงสดหรือสีคล้ำ
- ปวดท้องหรือไม่สบายท้องอย่างต่อเนื่อง เช่น ปวดเกร็ง ท้องอืด หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหารมากผิดปกติ
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อ่อนเพลีย หรือมีภาวะโลหิตจางโดยไม่ทราบสาเหตุ
ถ่ายเป็นเลือดแบบไหน ที่เสี่ยงมะเร็ง?
การถ่ายเป็นเลือด มะเร็งมักมีลักษณะแตกต่างจากการถ่ายเป็นเลือดที่เกิดจากริดสีดวง ดังนี้- ริดสีดวง มักเป็นเลือดสีแดงสด หยดหรือพุ่งออกมาตอนถ่าย
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ เลือดที่ปนออกมามักมีสีคล้ำหรือสีดำ เนื่องจากเลือดผ่านการย่อยในลำไส้ หรืออาจปนมากับเมือก ถ่ายเป็นเลือด เป็น ๆ หาย ๆ แต่ในกรณีที่ก้อนมะเร็งอยู่ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ อาจเห็นเป็นเลือดแดงสดได้เช่นกัน หากมีอาการถ่ายเป็นเลือด เป็น ๆ หาย ๆ หรือมีมูกเลือดปนออกมา ควรรีบทำการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อความแน่ใจ
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากอะไร?
การที่คนเราจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นมะเร็งลำไส้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ใหญ่ ซึ่งมักจะเริ่มจากการเป็นติ่งเนื้อ (Polyp) ที่ผิดปกติก่อนและใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาไปเป็นมะเร็ง โดยมีปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมที่เพิ่มโอกาสในการเกิดโรค ดังนี้พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง
- อาหาร การรับประทานเนื้อแดง (เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู) และเนื้อแปรรูป รวมถึงอาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียมเป็นประจำ
- ภาวะสุขภาพ โรคอ้วน และโรคเบาหวาน
- พฤติกรรม การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
- ประวัติครอบครัว หากมีบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีภาวะทางกรรมพันธุ์บางชนิด จะยิ่งมีความเสี่ยงสูง
พฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยง
- การรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยสูง
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
ใครบ้างที่ต้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้?
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ในระยะแรกมักไม่มีอาการแสดงออกมา การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ จึงมีความสำคัญอย่างมากเพื่อค้นหาติ่งเนื้อ ในระยะก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งหรือค้นพบมะเร็งในระยะแรกเริ่มที่รักษาได้ง่ายผู้ที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น มีการถ่ายเป็นเลือดปนกับอุจจาระ มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ปวดท้องเรื้อรัง หรือน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เคยตรวจพบ ติ่งเนื้อ หรือเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มาก่อน หรือมีประวัติ กรรมพันธุ์ หรือมีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ทำยังไง?
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้มีหลายวิธี แต่ที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดและครบถ้วนที่สุดคือ การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)- การส่องกล้องลำไส้ใหญ่
เป็นการใช้กล้องที่มีความยืดหยุ่นและมีแหล่งกำเนิดแสง สอดเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อตรวจดูความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ทั้งหมด ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องมีการเตรียมลำไส้ (การรับประทานยาถ่าย) เพื่อให้ลำไส้สะอาดก่อนทำการส่องกล้อง ซึ่งกระบวนการจะทำโดยแพทย์เฉพาะทาง และมักมีการให้ยานอนหลับอย่างอ่อน เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตลอดการตรวจ
- ทางเลือกอื่นๆ (การตรวจเบื้องต้น)
ตรวจอุจจาระ เป็นการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ (Fecal Occult Blood Test: FOBT) ใช้เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น หากผลเป็นบวกจะต้องทำการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ต่อไป
การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่แต่ละระยะ
การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย- ระยะเริ่มต้น: หากพบตั้งแต่ระยะที่ยังเป็นแค่ติ่งเนื้อ สามารถทำการตัดออกผ่านการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ได้ทันที หากเป็นมะเร็งระยะที่ 1-2 มักใช้การผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออกเป็นหลัก
- ระยะลุกลาม: ในระยะที่ 3 และ 4 อาจต้องมีการผ่าตัดร่วมกับการให้เคมีบำบัดหรือการฉายแสง เพื่อควบคุมโรคและทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายไปแล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
ถ่ายเป็นเลือดสด กับ ถ่ายปนเลือดสีคล้ำ ต่างกันยังไง?
โดยทั่วไปถ่ายเป็นเลือด สีแดงสดมักเกิดจากปัญหาใกล้ทวารหนัก เช่น ริดสีดวง แต่ถ้าเป็นเลือดสีคล้ำหรือมีมูกเลือดปน มักเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติภายในลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือภาวะอื่น ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจอุจจาระหรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่มะเร็งลำไส้ ระยะแรก มีอาการอะไรเตือนบ้าง?
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะแรกมักไม่มีอาการมะเร็งลำไส้ที่ชัดเจน หรืออาจมีอาการเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย ท้องอืดง่าย หรือมีการเปลี่ยนแปลงของนิสัยการขับถ่ายเล็กน้อย เช่น ท้องผูกสลับท้องเสียทำให้การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้เป็นประจำสำคัญที่สุดอายุเท่าไหร่ ควรเริ่ม ส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้?
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ควรเริ่มการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ตั้งแต่อายุ 45 ปี เป็นต้นไป แต่ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นโรค มีภาวะกรรมพันธุ์ หรือมีความเสี่ยงสูงอื่น ๆ แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มตรวจเร็วขึ้นถ้าคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ เราจะเสี่ยงด้วยไหม?
ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหากมีบุคคลในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมีติ่งเนื้อจำนวนมาก ควรแจ้งแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ที่เร็วขึ้นกว่าคนทั่วไปกินเนื้อแดง หรือ ปิ้งย่าง ทำให้เป็นมะเร็งลำไส้จริงไหม?
จริง การรับประทานเนื้อแดง (Red Meat) และเนื้อแปรรูป รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูง เช่น ปิ้งย่าง จนไหม้เกรียม เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้มะเร็งลำไส้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในลำไส้ใหญ่ได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2265 7777
Medical Center: Gastrointestinal and Liver Center
Publish date desc: 01/09/2024
Author doctor
Dr. Kasem Saenghirunvattana
Specialty
Gastroenterologist






