• banner

โรคตับอักเสบ (Hepatitis) คืออะไร? สาเหตุ อาการและรักษาหายไหม

โรคตับอักเสบคือภาวะที่ตับเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการติดเชื้อไวรัส การสะสมไขมันในตับ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยา หรือปัจจัยภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง ตับถือเป็นอวัยวะสำคัญในการกรองสารพิษ สังเคราะห์โปรตีน และเก็บพลังงาน การอักเสบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายโดยรวม หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะร้ายแรง เช่น ตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ครับ

หนึ่งในสาเหตุที่พบมากในปัจจุบันคือ ไขมันพอกตับ (NAFLD) โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการกินอาหารหวาน มัน และออกกำลังกายน้อย ไขมันสะสมเหล่านี้สามารถกระตุ้นการอักเสบในเซลล์ตับ และหากปล่อยไว้นานอาจพัฒนาเป็นตับอักเสบจากไขมัน (NASH) หรือพังผืดในตับ การทำความเข้าใจ โรคตับอักเสบ อาการ สาเหตุ และแนวทางรักษา ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ครับ

สารบัญ



ตับอักเสบ

เช็กอาการ: สัญญาณเตือนของโรคตับอักเสบ

อาการของโรคตับอักเสบแบ่งออกเป็นเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งแต่ละระยะมีความรุนแรงและสัญญาณที่แตกต่างกัน
  • เฉียบพลัน: มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ อาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดท้องด้านขวา และมีไข้
  • เรื้อรัง: อาการค่อย ๆ ปรากฏอาจเริ่มจากความเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือค่าตับสูง (AST, ALT) พบจากการตรวจสุขภาพประจำปี บางรายอาจไม่แสดงอาการจนเข้าสู่ระยะตับแข็งเลยก็ได้ครับ

ตับอักเสบ เกิดจากอะไรได้บ้าง? (5 สาเหตุหลักที่พบบ่อย)

1.ไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis A, B, C)

ไวรัสตับอักเสบเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด และมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีความรุนแรงและวิธีติดต่อแตกต่างกัน
  • ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A): ติดต่อผ่านอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน มักเป็นระยะสั้นและหายได้เอง
  • ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B): ติดต่อทางเลือด เพศสัมพันธ์ หรือแม่สู่ลูก หากกลายเป็นเรื้อรังอาจทำให้ตับแข็งและมะเร็งตับ
  • ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C): ติดต่อผ่านเลือด เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ปัจจุบันสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาต้านไวรัส

ตับอักเสบ อาการ

2.ไขมันพอกตับ (NAFLD / NASH)

ไขมันพอกตับเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้เกิดตับอักเสบจากไขมัน (NASH) หากไม่ได้รับการดูแล
ระยะต่าง ๆ ของไขมันพอกตับ แบ่งได้ตามนี้
ระยะ 1: ไขมันสะสมในตับ (Simple Steatosis)
  • มีไขมันสะสมในเซลล์ตับมากกว่า 5% แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืด
  • อาจไม่แสดงอาการ ตรวจพบได้จากอัลตราซาวด์หรือ FibroScan
  • ค่าตับ (AST, ALT) มักอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสูงเล็กน้อย
การดูแล: ควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารหวาน มัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจติดตามค่า AST, ALT

ระยะ 2: ตับอักเสบจากไขมัน (NASH – Non-Alcoholic Steatohepatitis)
  • ไขมันสะสมเริ่มกระตุ้นการอักเสบ
  • อาจอ่อนเพลีย แน่นชายโครงขวา ค่าตับ AST, ALT สูงขึ้น
การดูแล: ปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างจริงจัง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาลดการอักเสบ และตรวจติดตามทุก 3–6 เดือน

ระยะ 3: พังผืดในตับ (Fibrosis)
  • เซลล์ตับถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำงานลดลง และเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็ง
  • การตรวจ FibroScan ช่วยประเมินความแข็งของตับ
การดูแล: พบแพทย์เฉพาะทาง ตรวจติดตามพังผืดและโรคร่วม เช่น เบาหวาน ไขมัน ความดัน

ระยะ 4: ตับแข็ง (Cirrhosis)
  • อาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน เลือดออกง่าย
  • เสี่ยงต่อมะเร็งตับและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
การดูแล: อยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง ตรวจคัดกรองมะเร็งตับทุก 6 เดือน และอาจต้องพิจารณาการปลูกถ่ายตับในกรณีตับวาย

การดื่มแอลกอฮอล์ ตับอักเสบ

3. แอลกอฮอล์ (Alcoholic Hepatitis)

การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากต่อเนื่องทำให้เกิดตับอักเสบจากแอลกอฮอล์และเพิ่มความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ การหยุดดื่มเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคร้าย

ตับอักเสบจากยา

4. ยาและสารพิษ

ยาบางชนิดและสารพิษบางประเภทอาจทำให้ตับอักเสบ เช่น ยาลดไขมัน ยาแก้ปวด หรือสมุนไพรบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

ตับอักเสบกับภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง

5. ภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (Autoimmune Hepatitis)

ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเซลล์ตับเองได้ครับ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ต้องรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

แพทย์วินิจฉัยโรคตับอักเสบได้อย่างไร?

การประเมินระยะของตับอักเสบหรือไขมันพอกตับต้องอาศัยหลายการตรวจร่วมกัน เช่น
  • ตรวจเลือด ค่าตับ (AST, ALT) และชีวเคมีอื่น ๆ
  • อัลตราซาวด์ ตรวจความหนาแน่นและลักษณะของตับ
  • FibroScan วัดความแข็งของตับ บ่งชี้การเกิดพังผืด
  • ตรวจชิ้นเนื้อตับ ใช้เฉพาะกรณีจำเป็นเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

แนวทางการรักษาโรคตับอักเสบ

แนวทางการรักษาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของการอักเสบ
  • ไวรัสตับอักเสบ B และ C แพทย์จะใช้ ยาต้านไวรัส เพื่อควบคุมการแบ่งตัวของเชื้อ ซึ่งปัจจุบันมียาที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถรักษาไวรัสตับอักเสบ C ให้หายขาดได้
  • ไขมันพอกตับ (NAFLD/NASH) หัวใจสำคัญคือการปรับพฤติกรรม ทั้งการควบคุมอาหารเพื่อลดไขมันและน้ำหนักตัว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อช่วยควบคุมภาวะเบาหวานหรือไขมันในเลือดร่วมด้วย
  • แอลกอฮอล์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการหยุดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด
  • ตับอักเสบจากยา/สารพิษ ต้องหยุดใช้สารที่เป็นสาเหตุทันที
  • ตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง ใช้ยากลุ่มที่ช่วยกดภูมิคุ้มกันเพื่อควบคุมการอักเสบ

โรคตับอักเสบ รักษาหายไหม?

โรคตับอักเสบสามารถรักษาให้หายได้ หากพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น ไวรัสตับอักเสบเอหายเองได้ หรือไวรัสซีสามารถใช้ยาต้านไวรัสให้หายขาดได้ ส่วนไขมันพอกตับ หากปรับพฤติกรรมและติดตามค่าตับสม่ำเสมอ ก็สามารถฟื้นกลับสู่ภาวะปกติได้

สรุป

โรคตับอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไวรัส แอลกอฮอล์ ไขมันสะสม หรือภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองครับ หากไม่ได้รับการดูแล อาจพัฒนาเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ แต่หากตรวจพบเร็วและรักษาอย่างถูกวิธี ก็สามารถควบคุมหรือรักษาให้หายได้ครับ
การดูแลตับเริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และตรวจค่าตับเป็นประจำ หากพบอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
โรงพยาบาลวิชัยยุทธพร้อมให้บริการตรวจและดูแลโรคตับโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย เช่น FibroScan และอัลตราซาวด์ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าตับได้รับการดูแลอย่างครบวงจรตั้งแต่ระยะเริ่มต้นครับ



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตับอักเสบ (FAQ)

ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ต่างกันอย่างไร?

แต่ละชนิดติดต่อและรุนแรงต่างกัน A มักหายเอง B และ C อาจเรื้อรัง ต้องรักษาด้วยวัคซีนยาต้านไวรัส

ตับอักเสบติดต่อทางไหนได้บ้าง?

ติดต่อผ่านเลือด เพศสัมพันธ์ หรือแม่สู่ลูก ยกเว้นไวรัสเอที่ติดต่อทางอาหารและน้ำ

ไขมันพอกตับ พัฒนาไปเป็นตับแข็งได้จริงหรือ?

จริง หากไม่ได้รับการดูแล ไขมันสะสมจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ พังผืด และพัฒนาเป็นตับแข็ง แต่หากตรวจพบเร็วและรักษาอย่างต่อเนื่อง สามารถชะลอหรือย้อนกลับได้
Medical Center: Gastrointestinal and Liver Center
Publish date desc: 02/08/2025

Author doctor

Dr. Warawuti Buranawuti

img

Specialty

Gastroenterologist

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us

Other program