โรคตับอักเสบ (Hepatitis) คืออะไร? สาเหตุ อาการและรักษาหายไหม
โรคตับอักเสบคือภาวะที่ตับเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการติดเชื้อไวรัส การสะสมไขมันในตับ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยา หรือปัจจัยภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง ตับถือเป็นอวัยวะสำคัญในการกรองสารพิษ สังเคราะห์โปรตีน และเก็บพลังงาน การอักเสบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายโดยรวม หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะร้ายแรง เช่น ตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ครับ
หนึ่งในสาเหตุที่พบมากในปัจจุบันคือ ไขมันพอกตับ (NAFLD) โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการกินอาหารหวาน มัน และออกกำลังกายน้อย ไขมันสะสมเหล่านี้สามารถกระตุ้นการอักเสบในเซลล์ตับ และหากปล่อยไว้นานอาจพัฒนาเป็นตับอักเสบจากไขมัน (NASH) หรือพังผืดในตับ การทำความเข้าใจ โรคตับอักเสบ อาการ สาเหตุ และแนวทางรักษา ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ครับ
ระยะต่าง ๆ ของไขมันพอกตับ แบ่งได้ตามนี้
ระยะ 1: ไขมันสะสมในตับ (Simple Steatosis)
ระยะ 2: ตับอักเสบจากไขมัน (NASH – Non-Alcoholic Steatohepatitis)
ระยะ 3: พังผืดในตับ (Fibrosis)
ระยะ 4: ตับแข็ง (Cirrhosis)
การดูแลตับเริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และตรวจค่าตับเป็นประจำ หากพบอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
โรงพยาบาลวิชัยยุทธพร้อมให้บริการตรวจและดูแลโรคตับโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย เช่น FibroScan และอัลตราซาวด์ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าตับได้รับการดูแลอย่างครบวงจรตั้งแต่ระยะเริ่มต้นครับ
หนึ่งในสาเหตุที่พบมากในปัจจุบันคือ ไขมันพอกตับ (NAFLD) โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการกินอาหารหวาน มัน และออกกำลังกายน้อย ไขมันสะสมเหล่านี้สามารถกระตุ้นการอักเสบในเซลล์ตับ และหากปล่อยไว้นานอาจพัฒนาเป็นตับอักเสบจากไขมัน (NASH) หรือพังผืดในตับ การทำความเข้าใจ โรคตับอักเสบ อาการ สาเหตุ และแนวทางรักษา ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ครับ
สารบัญ
- เช็กอาการ: สัญญาณเตือนของโรคตับอักเสบ
- ตับอักเสบ เกิดจากอะไรได้บ้าง? (5 สาเหตุหลักที่พบบ่อย)
- แพทย์วินิจฉัยโรคตับอักเสบได้อย่างไร?
- แนวทางการรักษาโรคตับอักเสบ
- โรคตับอักเสบ รักษาหายไหม?
- สรุป
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตับอักเสบ (FAQ)
เช็กอาการ: สัญญาณเตือนของโรคตับอักเสบ
อาการของโรคตับอักเสบแบ่งออกเป็นเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งแต่ละระยะมีความรุนแรงและสัญญาณที่แตกต่างกัน- เฉียบพลัน: มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ อาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดท้องด้านขวา และมีไข้
- เรื้อรัง: อาการค่อย ๆ ปรากฏอาจเริ่มจากความเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือค่าตับสูง (AST, ALT) พบจากการตรวจสุขภาพประจำปี บางรายอาจไม่แสดงอาการจนเข้าสู่ระยะตับแข็งเลยก็ได้ครับ
ตับอักเสบ เกิดจากอะไรได้บ้าง? (5 สาเหตุหลักที่พบบ่อย)
1.ไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis A, B, C)
ไวรัสตับอักเสบเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด และมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีความรุนแรงและวิธีติดต่อแตกต่างกัน- ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A): ติดต่อผ่านอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน มักเป็นระยะสั้นและหายได้เอง
- ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B): ติดต่อทางเลือด เพศสัมพันธ์ หรือแม่สู่ลูก หากกลายเป็นเรื้อรังอาจทำให้ตับแข็งและมะเร็งตับ
- ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C): ติดต่อผ่านเลือด เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ปัจจุบันสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาต้านไวรัส
2.ไขมันพอกตับ (NAFLD / NASH)
ไขมันพอกตับเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้เกิดตับอักเสบจากไขมัน (NASH) หากไม่ได้รับการดูแลระยะต่าง ๆ ของไขมันพอกตับ แบ่งได้ตามนี้
ระยะ 1: ไขมันสะสมในตับ (Simple Steatosis)
- มีไขมันสะสมในเซลล์ตับมากกว่า 5% แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืด
- อาจไม่แสดงอาการ ตรวจพบได้จากอัลตราซาวด์หรือ FibroScan
- ค่าตับ (AST, ALT) มักอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสูงเล็กน้อย
ระยะ 2: ตับอักเสบจากไขมัน (NASH – Non-Alcoholic Steatohepatitis)
- ไขมันสะสมเริ่มกระตุ้นการอักเสบ
- อาจอ่อนเพลีย แน่นชายโครงขวา ค่าตับ AST, ALT สูงขึ้น
ระยะ 3: พังผืดในตับ (Fibrosis)
- เซลล์ตับถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำงานลดลง และเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็ง
- การตรวจ FibroScan ช่วยประเมินความแข็งของตับ
ระยะ 4: ตับแข็ง (Cirrhosis)
- อาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน เลือดออกง่าย
- เสี่ยงต่อมะเร็งตับและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
3. แอลกอฮอล์ (Alcoholic Hepatitis)
การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากต่อเนื่องทำให้เกิดตับอักเสบจากแอลกอฮอล์และเพิ่มความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ การหยุดดื่มเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคร้าย
4. ยาและสารพิษ
ยาบางชนิดและสารพิษบางประเภทอาจทำให้ตับอักเสบ เช่น ยาลดไขมัน ยาแก้ปวด หรือสมุนไพรบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
5. ภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (Autoimmune Hepatitis)
ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเซลล์ตับเองได้ครับ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ต้องรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องแพทย์วินิจฉัยโรคตับอักเสบได้อย่างไร?
การประเมินระยะของตับอักเสบหรือไขมันพอกตับต้องอาศัยหลายการตรวจร่วมกัน เช่น- ตรวจเลือด ค่าตับ (AST, ALT) และชีวเคมีอื่น ๆ
- อัลตราซาวด์ ตรวจความหนาแน่นและลักษณะของตับ
- FibroScan วัดความแข็งของตับ บ่งชี้การเกิดพังผืด
- ตรวจชิ้นเนื้อตับ ใช้เฉพาะกรณีจำเป็นเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
แนวทางการรักษาโรคตับอักเสบ
แนวทางการรักษาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของการอักเสบ- ไวรัสตับอักเสบ B และ C แพทย์จะใช้ ยาต้านไวรัส เพื่อควบคุมการแบ่งตัวของเชื้อ ซึ่งปัจจุบันมียาที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถรักษาไวรัสตับอักเสบ C ให้หายขาดได้
- ไขมันพอกตับ (NAFLD/NASH) หัวใจสำคัญคือการปรับพฤติกรรม ทั้งการควบคุมอาหารเพื่อลดไขมันและน้ำหนักตัว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อช่วยควบคุมภาวะเบาหวานหรือไขมันในเลือดร่วมด้วย
- แอลกอฮอล์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการหยุดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด
- ตับอักเสบจากยา/สารพิษ ต้องหยุดใช้สารที่เป็นสาเหตุทันที
- ตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง ใช้ยากลุ่มที่ช่วยกดภูมิคุ้มกันเพื่อควบคุมการอักเสบ
โรคตับอักเสบ รักษาหายไหม?
โรคตับอักเสบสามารถรักษาให้หายได้ หากพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น ไวรัสตับอักเสบเอหายเองได้ หรือไวรัสซีสามารถใช้ยาต้านไวรัสให้หายขาดได้ ส่วนไขมันพอกตับ หากปรับพฤติกรรมและติดตามค่าตับสม่ำเสมอ ก็สามารถฟื้นกลับสู่ภาวะปกติได้สรุป
โรคตับอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไวรัส แอลกอฮอล์ ไขมันสะสม หรือภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองครับ หากไม่ได้รับการดูแล อาจพัฒนาเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ แต่หากตรวจพบเร็วและรักษาอย่างถูกวิธี ก็สามารถควบคุมหรือรักษาให้หายได้ครับการดูแลตับเริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และตรวจค่าตับเป็นประจำ หากพบอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
โรงพยาบาลวิชัยยุทธพร้อมให้บริการตรวจและดูแลโรคตับโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย เช่น FibroScan และอัลตราซาวด์ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าตับได้รับการดูแลอย่างครบวงจรตั้งแต่ระยะเริ่มต้นครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตับอักเสบ (FAQ)
ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ต่างกันอย่างไร?
แต่ละชนิดติดต่อและรุนแรงต่างกัน A มักหายเอง B และ C อาจเรื้อรัง ต้องรักษาด้วยวัคซีนยาต้านไวรัสตับอักเสบติดต่อทางไหนได้บ้าง?
ติดต่อผ่านเลือด เพศสัมพันธ์ หรือแม่สู่ลูก ยกเว้นไวรัสเอที่ติดต่อทางอาหารและน้ำไขมันพอกตับ พัฒนาไปเป็นตับแข็งได้จริงหรือ?
จริง หากไม่ได้รับการดูแล ไขมันสะสมจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ พังผืด และพัฒนาเป็นตับแข็ง แต่หากตรวจพบเร็วและรักษาอย่างต่อเนื่อง สามารถชะลอหรือย้อนกลับได้Medical Center: Gastrointestinal and Liver Center
Publish date desc: 02/08/2025
Author doctor
Dr. Warawuti Buranawuti
Specialty
Gastroenterologist






