โรคลำไส้แปรปรวนกับอาหาร: กินอะไรดี...เลี่ยงอะไรบ้าง?
คนไข้หลายคนที่มาด้วยอาการ แน่นท้อง ท้องอืด ปวดท้อง ถ่ายไม่ปกติ มักถามคำถามหนึ่งคล้าย ๆ กันว่า...“หมอคะ กินอะไรถึงจะไม่ปวดท้อง?”
ในคนที่มี โรคลำไส้แปรปรวน อาหารมีส่วนสำคัญมาก เพราะอาหารบางอย่างเป็นตัวกระตุ้นอาการโดยไม่รู้ตัว
ขณะเดียวกันก็มีอาหารบางประเภทที่ช่วยให้ลำไส้สงบขึ้นได้จริง
วันนี้หมออยากพาเช็กว่า...อาหารที่คุณกินอยู่ทุกวัน ช่วยลำไส้ หรือทำให้แปรปรวนมากขึ้น?
อาหารที่แนะนำ ได้แก่
• ข้าวสวย ข้าวต้ม ข้าวโอ๊ต มันเทศ
ย่อยง่าย ให้พลังงานพอเหมาะ และช่วยเรื่องการขับถ่าย
• โปรตีนย่อยง่าย เช่น ไข่ต้ม ปลา ต้มจืด เต้าหู้
ให้โปรตีนโดยไม่ก่อแก๊สหรือท้องอืด
• ผักนึ่งหรือผักต้ม เช่น แครอท ฟักทอง บรอกโคลี
ไฟเบอร์นุ่ม ไม่ระคายลำไส้
• ผลไม้สุก เช่น มะละกอ กล้วยน้ำว้า แอปเปิ้ลปอกเปลือก
ช่วยระบบขับถ่าย โดยไม่ทำให้ท้องอืด
• น้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น
ช่วยให้ลำไส้ไม่เกร็ง ลดการสะสมแก๊สในช่องท้อง
เคล็ดลับ: ในช่วงที่อาการดีขึ้นแล้ว ค่อย ๆ ทดลองกินอาหารที่เคยเลี่ยงกลับเข้าไปทีละน้อย พร้อมสังเกตอาการ เพื่อให้ทราบว่าอาหารชนิดใดไม่เหมาะกับลำไส้
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ ได้แก่
• นมวัว ชีส
คนที่ย่อยแลคโตสไม่ดีจะท้องเสียหรือแน่นท้องง่าย
• ของทอด ของมัน อาหารรสจัด เผ็ดจัด
กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ปวดบิดหรือถ่ายบ่อย
• ผักดิบ และผักบางชนิดที่ก่อแก๊ส เช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ถั่วเมล็ดแห้ง กระเทียม หัวหอม
เพิ่มลมในลำไส้ ทำให้แน่นท้อง
• กาแฟ ชาเข้ม น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
กระตุ้นลำไส้ให้ทำงานมากเกินไปหรือระคายเคืองเยื่อบุลำไส้
• กินให้ตรงเวลา ไม่รีบ ไม่ข้ามมื้อ
เพราะลำไส้ชอบความสม่ำเสมอ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน
• เคี้ยวให้ละเอียด
ยิ่งเคี้ยวมาก ยิ่งย่อยง่าย ลำไส้ไม่ต้องทำงานหนัก
• แบ่งมื้อเป็นมื้อเล็ก ๆ
ช่วยลดแรงดันในลำไส้ และป้องกันอาการแน่นท้อง
หมอแนะนำให้จดบันทึก “อาหาร–อาการ” ในแต่ละวัน จะช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรควรเลี่ยง อะไรเริ่มกลับมากินได้ในปริมาณพอเหมาะ
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
โทร. 0-2265-7777
ในคนที่มี โรคลำไส้แปรปรวน อาหารมีส่วนสำคัญมาก เพราะอาหารบางอย่างเป็นตัวกระตุ้นอาการโดยไม่รู้ตัว
ขณะเดียวกันก็มีอาหารบางประเภทที่ช่วยให้ลำไส้สงบขึ้นได้จริง
วันนี้หมออยากพาเช็กว่า...อาหารที่คุณกินอยู่ทุกวัน ช่วยลำไส้ หรือทำให้แปรปรวนมากขึ้น?
อาหารที่ “ลำไส้ชอบ” — กินแล้วสบายท้อง
ในช่วงที่อาการยังไม่คงที่ หมอแนะนำให้เลือกอาหารที่ย่อยง่าย ไฟเบอร์ไม่สูงเกินไป และไม่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้มากเกินไปอาหารที่แนะนำ ได้แก่
• ข้าวสวย ข้าวต้ม ข้าวโอ๊ต มันเทศ
ย่อยง่าย ให้พลังงานพอเหมาะ และช่วยเรื่องการขับถ่าย
• โปรตีนย่อยง่าย เช่น ไข่ต้ม ปลา ต้มจืด เต้าหู้
ให้โปรตีนโดยไม่ก่อแก๊สหรือท้องอืด
• ผักนึ่งหรือผักต้ม เช่น แครอท ฟักทอง บรอกโคลี
ไฟเบอร์นุ่ม ไม่ระคายลำไส้
• ผลไม้สุก เช่น มะละกอ กล้วยน้ำว้า แอปเปิ้ลปอกเปลือก
ช่วยระบบขับถ่าย โดยไม่ทำให้ท้องอืด
• น้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น
ช่วยให้ลำไส้ไม่เกร็ง ลดการสะสมแก๊สในช่องท้อง
เคล็ดลับ: ในช่วงที่อาการดีขึ้นแล้ว ค่อย ๆ ทดลองกินอาหารที่เคยเลี่ยงกลับเข้าไปทีละน้อย พร้อมสังเกตอาการ เพื่อให้ทราบว่าอาหารชนิดใดไม่เหมาะกับลำไส้
อาหารที่ “ลำไส้ไม่ถูกใจ” — ควรเลี่ยงเมื่ออาการยังไม่ดี
อาหารบางอย่างอาจทำให้ลำไส้หดเกร็ง หรือมีแก๊สมากขึ้น ส่งผลให้อาการกำเริบได้ง่ายอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ ได้แก่
• นมวัว ชีส
คนที่ย่อยแลคโตสไม่ดีจะท้องเสียหรือแน่นท้องง่าย
• ของทอด ของมัน อาหารรสจัด เผ็ดจัด
กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ปวดบิดหรือถ่ายบ่อย
• ผักดิบ และผักบางชนิดที่ก่อแก๊ส เช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ถั่วเมล็ดแห้ง กระเทียม หัวหอม
เพิ่มลมในลำไส้ ทำให้แน่นท้อง
• กาแฟ ชาเข้ม น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
กระตุ้นลำไส้ให้ทำงานมากเกินไปหรือระคายเคืองเยื่อบุลำไส้
กินยังไงให้เหมาะกับลำไส้?
หมอแนะนำให้…• กินให้ตรงเวลา ไม่รีบ ไม่ข้ามมื้อ
เพราะลำไส้ชอบความสม่ำเสมอ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน
• เคี้ยวให้ละเอียด
ยิ่งเคี้ยวมาก ยิ่งย่อยง่าย ลำไส้ไม่ต้องทำงานหนัก
• แบ่งมื้อเป็นมื้อเล็ก ๆ
ช่วยลดแรงดันในลำไส้ และป้องกันอาการแน่นท้อง
แล้วต้องกินแบบนี้ตลอดไปไหม?
ไม่จำเป็นครับ จุดสำคัญคือ รู้ว่าอาหารชนิดไหนกระตุ้นอาการของคุณเป็นพิเศษ แต่ละคนไม่เหมือนกัน อาหารที่กินได้ของคนหนึ่ง อาจทำให้ลำไส้ของอีกคนแปรปรวนได้หมอแนะนำให้จดบันทึก “อาหาร–อาการ” ในแต่ละวัน จะช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรควรเลี่ยง อะไรเริ่มกลับมากินได้ในปริมาณพอเหมาะ
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Gastrointestinal and Liver Center
Publish date desc: 08/08/2025
Author doctor
Dr. Kasem Saenghirunvattana

Specialty
Gastroenterologist