• banner

ลำไส้แปรปรวน กินยาอะไร อาการแบบนี้ต้องไปหาหมอหรือไม่?

อาการปวดเกร็งหน้าท้อง ท้องอืด ท้องเสียสลับท้องผูกเป็นประจำ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome หรือ IBS) ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยถึง 10–15% ของคนไทย แม้ในทางการแพทย์จะยืนยันว่า IBS ไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเหมือนโรคลำไส้อักเสบและไม่นำไปสู่โรคมะเร็ง แต่ความแปรปรวนของระบบขับถ่ายนี้กลับส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการทำงาน คำถามที่ผู้ป่วยมักสงสัยและค้นหาคำตอบมากที่สุด คือ ลำไส้แปรปรวนกินยาอะไร? และอาการระดับไหนที่ควรไปพบแพทย์? ความจริงก็คือโรคนี้ยังไม่มียาตัวใดที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากการตอบสนองของลำไส้แต่ละคนมีความแตกต่างกัน การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดจึงต้องอาศัยการประเมินชนิดของอาการ ไม่ว่าจะเป็นท้องเสีย ท้องผูกหรือแบบผสม เพื่อเลือกใช้ยาให้เหมาะสมควบคู่ไปกับการปรับไลฟ์สไตล์อย่างเข้าใจ ดังนั้นการเข้าใจและรู้ว่ามียากลุ่มไหนที่ช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง รวมถึงแนวทางการทานอาหารแบบ Low-FODMAP และสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรซื้อยาทาน เพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมที่สุด

สารบัญ

ลำไส้แปรปรวน (IBS) คืออะไร? แตกต่างจากโรคลำไส้อักเสบอย่างไร?

หลายคนมักสับสนระหว่างโรคลำไส้แปรปรวนและโรคลำไส้อักเสบเนื่องจากมีอาการขับถ่ายผิดปกติที่คล้ายคลึงกัน แต่ในทางการแพทย์ทั้ง 2 โรคนี้มีสาเหตุ ความรุนแรงและกลไกการเกิดโรคที่ต่างกัน โดยลำไส้แปรปรวนเป็นความผิดปกติของการทำงานของลำไส้โดยที่โครงสร้างของลำไส้ยังคงปกติดี แตกต่างจากโรคลำไส้อักเสบ (IBD) ที่มีแผลและการอักเสบเกิดขึ้นจริง

เกณฑ์วินิจฉัย IBS (Rome V) และการแบ่งประเภท

แพทย์จะวินิจฉัยว่าคุณเป็น IBS ก็ต่อเมื่อตรวจไม่พบความผิดปกติทางกายวิภาค แต่มีอาการปวดท้องซ้ำ ๆ อย่างน้อย 3 วันต่อเดือนใน 3 เดือนที่ผ่านมาและมีความสัมพันธ์กับการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป



ยารักษาลำไส้แปรปรวน


ยารักษาลำไส้แปรปรวน ยา OTC (Over The Counter)vs. ยาจากแพทย์

การรักษาลำไส้แปรปรวนด้วยยานั้นจะเน้นไปที่การบรรเทาอาการที่รบกวนการใช้ชีวิตเป็นหลัก โดยมียาทั้งกลุ่มที่สามารถหาซื้อได้เองเบื้องต้นจากเภสัชกรและกลุ่มยาควบคุมพิเศษที่ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง ดังนี้

ยา OTC (Over The Counter) ที่ซื้อได้เองที่ร้านยา

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ด้วยยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา Over The Counter (OTC) ดังนี้

ชื่อยา ใช้สำหรับบรรเทาอาการ ข้อควรระวัง
Loperamide (Imodium) กลุ่ม IBS-D
ช่วยชะลอลำไส้
ลดอาการท้องเสีย
ห้ามใช้เด็ดขาด หากมีไข้
หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
Psyllium Husk กลุ่ม IBS-C
ไฟเบอร์ธรรมชาติช่วยเพิ่มกากใย
ต้องดื่มน้ำตามในปริมาณมาก เพื่อไม่ให้อุดตันลำไส้
Buscopan (Hyoscine) ลดอาการปวดเกร็งช่องท้อง ลำไส้บีบตัวรุนแรง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปากแห้งหรือตาพร่า
Simethicone ลดแก๊ส บรรเทาอาการท้องอืด
และจุกแน่นท้อง
มีความปลอดภัยสูง
สามารถใช้ได้บ่อย


อาหาร Low-FODMAP ลดลำไส้แปรปรวน


อาหาร Low-FODMAP ช่วย IBS ได้จริงไหม?

นอกจากการใช้ยาแล้วการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร คือหนึ่งในการควบคุมอาการ IBS ในระยะยาว ซึ่งแนวทางที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วโลกและเห็นผลชัดเจนที่สุดในการลดอาการปวดท้องและท้องอืด คือ การทานอาหารแบบ Low-FODMAP

FODMAP คืออะไร?

FODMAP ย่อมาจาก Fermentable Oligo-Di-Mono-saccharides And Polyols ซึ่งก็คือ กลุ่มคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสายสั้นที่ระบบลำไส้ของคนเราดูดซึมได้ไม่ดี เมื่ออาหารเหล่านี้ตกค้างไปถึงลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียจะทำการหมักหมมจนทำให้ เกิดแก๊สปริมาณมาก นำไปสู่อาการท้องอืด ปวดเกร็งและกระตุ้นให้ลำไส้แปรปรวนกำเริบ งานวิจัยจาก Monash University ในปี 2020 ระบุว่า ผู้ป่วย IBS มากถึง 70% มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่ม High-FODMAP

อาหาร High-FODMAP ที่ควรหลีกเลี่ยง

  • กลุ่ม Oligosaccharides ได้แก่ หัวหอม กระเทียม ข้าวสาลี
  • กลุ่ม Fructose ได้แก่ แอปเปิล ลูกพีช แตงโม มะม่วง
  • กลุ่ม Lactose ได้แก่ นมวัว ชีสและผลิตภัณฑ์จากนม
  • กลุ่ม Polyols ได้แก่ ถั่วบางชนิด เห็ดและสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น ซอร์บิทอล

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์โดยด่วน?

โรคลำไส้แปรปรวนแม้อาการจะน่ารำคาญแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต หากคุณมีอาการในกลุ่มโรคทางเดินอาหารร่วมกับสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ ห้ามซื้อยาทานเองและควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • อุจจาระมีเลือดสดปนหรือมีสีดำคล้ำคล้ายยางมะตอย
  • น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจลด
  • อาการปวดท้องหรือท้องเสียรุนแรงจนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก
  • เริ่มมีอาการลำไส้แปรปรวนครั้งแรกเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)
  • ดูแลตัวเองและปรับอาหารแล้วแต่อาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ

โรงพยาบาลวิชัยยุทธมีแพทย์เฉพาะทางโรคลำไส้แปรปรวนพร้อมให้การวินิจฉัยและวางแผนรักษา นัดหมายได้ที่ www.vichaiyut.com หรือโทร 02-265-7777


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

IBS รักษาหายขาดได้ไหม?

ปัจจุบัน IBS ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด 100% แต่ผู้ป่วยกว่า 30–50% สามารถควบคุมอาการให้ดีขึ้นจนใช้ชีวิตได้ตามปกติในระยะยาวผ่านการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร ลดความเครียดและใช้ยาควบคุมเมื่อจำเป็น ที่สำคัญคือต้องทำความเข้าใจว่า IBS เป็นเพียงความผิดปกติของการทำงาน ซึ่งไม่นำไปสู่โรคมะเร็งลำไส้

ความเครียดทำให้ IBS แย่ลงได้จริงไหม?

จริงแน่นอน เพราะลำไส้ของเรามีระบบประสาทของตัวเอง (Enteric Nervous System) ที่เชื่อมโยงกับสมองโดยตรงผ่านแกนสมองและลำไส้ (Brain-Gut Axis) เมื่อคุณมีความเครียดหรือวิตกกังวล สมองจะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัวผิดปกติโดยตรง ทำให้เกิดอาการปวดบิดหรือท้องเสียเฉียบพลันได้

IBS กับ IBD ต่างกันอย่างไร?

IBS (ลำไส้แปรปรวน) เป็นความผิดปกติของการทำงาน ลำไส้บีบตัวผิดจังหวะทำให้ปวดท้องหรือท้องเสีย แต่เยื่อบุลำไส้ยังคงปกติดี

IBD (โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง) เช่น Crohn’s Disease หรือ Ulcerative Colitis เป็นโรคที่เกิดการอักเสบเยื่อบุลำไส้จริง ๆ ทำให้เกิดแผล มีเลือดออกและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ซึ่งอันตรายกว่า IBS

กิน Probiotic ช่วย IBS ได้ไหม?

งานวิจัยพบว่า โพรไบโอติกส์ (Probiotics) บางสายพันธุ์ เช่น Bifidobacterium infantis และ Lactobacillus plantarum สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ปวดท้องและปรับสมดุลการขับถ่ายได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน แนะนำให้ลองทานต่อเนื่องระยะหนึ่งควบคู่กับการสังเกตอาการของตนเอง

ผู้ป่วย IBS ออกกำลังกายได้ไหม?

ควรออกกำลังกายอย่างยิ่ง งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise) เช่น วิ่ง ว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน ครั้งละประมาณ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการ IBS ลงได้ถึง 50% เพราะการขยับร่างกายจะช่วยลดระดับความเครียดและปรับสมดุลการสั่งการของ Brain-Gut Axis ได้เป็นอย่างดี

Medical Center: Gastrointestinal and Liver Center
Publish date desc: 14/07/2026

Author doctor

Dr. Chatchai Kriengkirakul

img

Specialty

Internal Medicine

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us

Other program