เทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังในผู้สูงอายุ ด้วยสกรูเสริมซีเมนต์
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ภาวะกระดูกพรุนและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในภาวะที่พบบ่อย คือ กระดูกสันหลังหักจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporotic Vertebral Fracture) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดหลัง และการลดลงของความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันในผู้สูงอายุ
ในกรณีที่กระดูกสันหลังหักยุบโดยยังคงโครงสร้างกระดูกค่อนข้างดี หรือที่เรียกว่า กระดูกสันหลังหักยุบจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporotic Vertebral Compression Fracture) การรักษาด้วยวิธีการฉีดซีเมนต์เสริมความแข็งแรงของกระดูกสันหลัง (Vertebroplasty) สามารถช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความมั่นคงของกระดูกได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวมีข้อจำกัด และไม่เหมาะสมในผู้ป่วยที่มีการยุบตัวหรือแตกของกระดูกในระดับรุนแรง
สำหรับผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังแตกหรือยุบตัวรุนแรง หรือที่เรียกว่า กระดูกสันหลังแตกจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporotic Vertebral Compression Fracture) อาจเกิดการเคลื่อนของชิ้นกระดูกไปกดทับไขสันหลังหรือเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น อาการชาหรืออ่อนแรงของขา ในกรณีดังกล่าว การผ่าตัดเพื่อลดการกดทับเส้นประสาทร่วมกับการยึดตรึงกระดูกสันหลังด้วยสกรูและแกนโลหะ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาและป้องกันความเสียหายทางระบบประสาทเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุนจะมีความหนาแน่นของกระดูกลดลง ส่งผลให้แรงยึดระหว่างสกรูกับกระดูก หรือที่เรียกว่า แรงยึดของสกรู (Pullout Strength) ต่ำกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดหรือถอนของสกรู และอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของการผ่าตัด
ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาเทคนิคการใช้สกรูยึดกระดูกสันหลังเสริมซีเมนต์ (Cement-augmented Pedicle Screw) โดยสกรูจะถูกออกแบบให้มีรูบริเวณส่วนปลาย หรือที่เรียกว่า สกรูชนิดมีรู (Fenestrated Pedicle Screw) เพื่อให้ซีเมนต์สามารถไหลออกไปยึดระหว่างกระดูกและสกรู ช่วยเพิ่มแรงยึด ความมั่นคงของการยึดตรึง และลดความเสี่ยงของการหลุดถอนของสกรูในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุน
แม้เทคนิคดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของการยึดตรึงกระดูกสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ซีเมนต์ เช่น การรั่วของซีเมนต์ออกนอกกระดูก (Cement Leakage) ซึ่งอาจก่อให้เกิดการกดทับเส้นประสาทหรือโครงสร้างข้างเคียงได้ ดังนั้น การเลือกใช้เทคนิคนี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ใช้ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม และอาศัยความชำนาญของศัลยแพทย์เป็นสำคัญ
การรักษาภาวะกระดูกสันหลังหักจากโรคกระดูกพรุนจำเป็นต้องพิจารณาลักษณะการหักของกระดูก ความรุนแรงของอาการ และสภาพผู้ป่วยเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777
ในกรณีที่กระดูกสันหลังหักยุบโดยยังคงโครงสร้างกระดูกค่อนข้างดี หรือที่เรียกว่า กระดูกสันหลังหักยุบจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporotic Vertebral Compression Fracture) การรักษาด้วยวิธีการฉีดซีเมนต์เสริมความแข็งแรงของกระดูกสันหลัง (Vertebroplasty) สามารถช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความมั่นคงของกระดูกได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวมีข้อจำกัด และไม่เหมาะสมในผู้ป่วยที่มีการยุบตัวหรือแตกของกระดูกในระดับรุนแรง
สำหรับผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังแตกหรือยุบตัวรุนแรง หรือที่เรียกว่า กระดูกสันหลังแตกจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporotic Vertebral Compression Fracture) อาจเกิดการเคลื่อนของชิ้นกระดูกไปกดทับไขสันหลังหรือเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น อาการชาหรืออ่อนแรงของขา ในกรณีดังกล่าว การผ่าตัดเพื่อลดการกดทับเส้นประสาทร่วมกับการยึดตรึงกระดูกสันหลังด้วยสกรูและแกนโลหะ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาและป้องกันความเสียหายทางระบบประสาทเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุนจะมีความหนาแน่นของกระดูกลดลง ส่งผลให้แรงยึดระหว่างสกรูกับกระดูก หรือที่เรียกว่า แรงยึดของสกรู (Pullout Strength) ต่ำกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดหรือถอนของสกรู และอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของการผ่าตัด
ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาเทคนิคการใช้สกรูยึดกระดูกสันหลังเสริมซีเมนต์ (Cement-augmented Pedicle Screw) โดยสกรูจะถูกออกแบบให้มีรูบริเวณส่วนปลาย หรือที่เรียกว่า สกรูชนิดมีรู (Fenestrated Pedicle Screw) เพื่อให้ซีเมนต์สามารถไหลออกไปยึดระหว่างกระดูกและสกรู ช่วยเพิ่มแรงยึด ความมั่นคงของการยึดตรึง และลดความเสี่ยงของการหลุดถอนของสกรูในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุน
แม้เทคนิคดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของการยึดตรึงกระดูกสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ซีเมนต์ เช่น การรั่วของซีเมนต์ออกนอกกระดูก (Cement Leakage) ซึ่งอาจก่อให้เกิดการกดทับเส้นประสาทหรือโครงสร้างข้างเคียงได้ ดังนั้น การเลือกใช้เทคนิคนี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ใช้ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม และอาศัยความชำนาญของศัลยแพทย์เป็นสำคัญ
การรักษาภาวะกระดูกสันหลังหักจากโรคกระดูกพรุนจำเป็นต้องพิจารณาลักษณะการหักของกระดูก ความรุนแรงของอาการ และสภาพผู้ป่วยเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Bone and Joint Center
Publish date desc: 09/03/2026
Author doctor
Dr. Sutipat Pairojboriboon
Specialty
Orthopaedic Surgeon






