คลำเจอก้อนแบบไหน ควรรีบพบแพทย์?
หลายคนอาจเคยบังเอิญคลำพบ "ก้อน" ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคอ รักแร้ เต้านม ขาหนีบ แขน ขา หรือใต้ผิวหนัง แล้วเกิดคำถามว่าเป็นเพียงก้อนไขมัน ต่อมน้ำเหลือง หรือเป็นสัญญาณของโรคที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
ในความเป็นจริง ก้อนที่เกิดขึ้นตามร่างกายมีหลายสาเหตุ บางชนิดเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปและติดตามอาการได้ แต่บางลักษณะอาจเป็นสัญญาณที่ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม การสังเกตลักษณะของก้อนตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้วางแผนการดูแลรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
1. ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก้อนที่มีการเปลี่ยนแปลงของขนาดภายในช่วงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน ควรได้รับการประเมิน แม้จะไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วยก็ตาม เพราะการเปลี่ยนแปลงของก้อนเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการวินิจฉัย
2. ก้อนแข็งและขยับได้น้อย
ก้อนที่มีลักษณะแข็งกว่าปกติ ขอบไม่เรียบ หรือยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบข้างจนขยับได้จำกัด ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เนื่องจากลักษณะดังกล่าวอาจต้องอาศัยการตรวจด้วยเครื่องมือหรือการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อยืนยันสาเหตุ
3. ก้อนไม่เจ็บ แต่ยังคงอยู่เป็นเวลานาน
หลายคนมักเข้าใจว่าหากก้อนไม่เจ็บก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ในทางการแพทย์ ก้อนที่ไม่มีอาการเจ็บและยังคงอยู่ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ โดยไม่มีแนวโน้มยุบลง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
4. ก้อนเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง
หากบริเวณก้อนมีลักษณะดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจ
5. คลำพบก้อนบริเวณเต้านม
ก้อนที่เต้านมพบได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซีสต์ หรือเนื้องอก ดังนั้น หากคลำพบก้อนใหม่ โดยเฉพาะก้อนที่ไม่หายไปหลังหมดประจำเดือน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของหัวนมหรือผิวหนังบริเวณเต้านม ควรเข้ารับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์หรือศัลยแพทย์เต้านม
6. ต่อมน้ำเหลืองโตนานกว่าปกติ
ต่อมน้ำเหลืองอาจโตจากไข้หวัด การติดเชื้อ หรือการอักเสบ และมักยุบลงเมื่อร่างกายฟื้นตัว
แต่หากต่อมน้ำเหลืองโตต่อเนื่อง มีขนาดมากกว่า 1 เซนติเมตร แข็ง หรือพบหลายตำแหน่ง เช่น คอ รักแร้ และขาหนีบ พร้อมกัน ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
7. ก้อนร่วมกับอาการผิดปกติของร่างกาย
หากคลำพบก้อนร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมิน
หากจำเป็น อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
หากคลำพบก้อนที่มีการเปลี่ยนแปลงของขนาด แข็ง ขยับได้น้อย อยู่ต่อเนื่อง หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
ศูนย์เต้านม
โทร. 0-2265-7777
ในความเป็นจริง ก้อนที่เกิดขึ้นตามร่างกายมีหลายสาเหตุ บางชนิดเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปและติดตามอาการได้ แต่บางลักษณะอาจเป็นสัญญาณที่ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม การสังเกตลักษณะของก้อนตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้วางแผนการดูแลรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
ก้อนที่พบตามร่างกาย เกิดจากอะไรได้บ้าง?
ก้อนที่คลำพบอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น- ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง (Lipoma)
- ซีสต์ (Cyst)
- ต่อมน้ำเหลืองโตจากการติดเชื้อ
- ก้อนจากการอักเสบ
- ก้อนจากต่อมต่าง ๆ เช่น ต่อมไทรอยด์
- เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง
- เนื้องอกชนิดร้ายแรงหรือมะเร็งบางชนิด
ลักษณะก้อนแบบไหนที่ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์?
หากคลำพบก้อนที่มีลักษณะต่อไปนี้ แนะนำให้เข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ1. ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก้อนที่มีการเปลี่ยนแปลงของขนาดภายในช่วงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน ควรได้รับการประเมิน แม้จะไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วยก็ตาม เพราะการเปลี่ยนแปลงของก้อนเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการวินิจฉัย
2. ก้อนแข็งและขยับได้น้อย
ก้อนที่มีลักษณะแข็งกว่าปกติ ขอบไม่เรียบ หรือยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบข้างจนขยับได้จำกัด ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เนื่องจากลักษณะดังกล่าวอาจต้องอาศัยการตรวจด้วยเครื่องมือหรือการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อยืนยันสาเหตุ
3. ก้อนไม่เจ็บ แต่ยังคงอยู่เป็นเวลานาน
หลายคนมักเข้าใจว่าหากก้อนไม่เจ็บก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ในทางการแพทย์ ก้อนที่ไม่มีอาการเจ็บและยังคงอยู่ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ โดยไม่มีแนวโน้มยุบลง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
4. ก้อนเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง
หากบริเวณก้อนมีลักษณะดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจ
- ผิวหนังบุ๋มลง
- ผิวหนังหนาตัว
- มีรอยแดงต่อเนื่อง
- มีแผลเรื้อรัง
- มีของเหลวหรือเลือดไหลออกจากก้อน
5. คลำพบก้อนบริเวณเต้านม
ก้อนที่เต้านมพบได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซีสต์ หรือเนื้องอก ดังนั้น หากคลำพบก้อนใหม่ โดยเฉพาะก้อนที่ไม่หายไปหลังหมดประจำเดือน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของหัวนมหรือผิวหนังบริเวณเต้านม ควรเข้ารับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์หรือศัลยแพทย์เต้านม
6. ต่อมน้ำเหลืองโตนานกว่าปกติ
ต่อมน้ำเหลืองอาจโตจากไข้หวัด การติดเชื้อ หรือการอักเสบ และมักยุบลงเมื่อร่างกายฟื้นตัว
แต่หากต่อมน้ำเหลืองโตต่อเนื่อง มีขนาดมากกว่า 1 เซนติเมตร แข็ง หรือพบหลายตำแหน่ง เช่น คอ รักแร้ และขาหนีบ พร้อมกัน ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
7. ก้อนร่วมกับอาการผิดปกติของร่างกาย
หากคลำพบก้อนร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมิน
- น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
- มีไข้ต่อเนื่อง
- เหงื่อออกมากในเวลากลางคืน
- อ่อนเพลียง่าย
- กลืนลำบากหรือเสียงแหบ (กรณีก้อนบริเวณคอ)
ก้อนแบบไหนที่พบได้บ่อยและอาจไม่ใช่ภาวะร้ายแรง?
ก้อนบางชนิดพบได้บ่อยและมีลักษณะเฉพาะ เช่น- ก้อนไขมัน (Lipoma) มักนิ่ม ขยับได้เมื่อใช้นิ้วดัน โตช้า และพบใต้ผิวหนังบริเวณแขน หลัง ไหล่ หรือลำตัว
- ซีสต์ (Epidermoid cyst) มีลักษณะเป็นก้อนกลม ขอบชัด คลำได้ใต้ผิวหนัง บางครั้งอาจมีรูเปิดเล็ก ๆ ตรงกลาง และหากเกิดการอักเสบอาจมีอาการบวมแดง
หากคลำพบก้อน แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง?
เมื่อเข้ารับการตรวจ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยพิจารณาจาก- ตำแหน่งของก้อน
- ขนาดและรูปร่าง
- ความแข็ง
- การเคลื่อนไหวของก้อน
- ระยะเวลาที่พบ
- อาการร่วมอื่น ๆ
หากจำเป็น อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound)
- เอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ในกรณีที่เหมาะสม
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
- คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
- การเจาะดูดเซลล์ (Fine Needle Aspiration; FNA)
- การตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy)
วิธีสังเกตก้อนด้วยตนเอง
หากพบก้อนใหม่ ควรสังเกตและจดบันทึกข้อมูลต่อไปนี้- พบก้อนครั้งแรกเมื่อใด
- ขนาดเปลี่ยนแปลงหรือไม่
- ก้อนเคลื่อนที่ได้หรือไม่
- มีอาการเจ็บหรือไม่
- มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังหรือไม่
- มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่
การตรวจตั้งแต่ระยะแรก ช่วยให้วางแผนการดูแลได้เหมาะสม
ก้อนตามร่างกายไม่ได้มีสาเหตุเพียงรูปแบบเดียว หลายชนิดเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปและสามารถติดตามอาการได้ ขณะที่บางชนิดควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุอย่างชัดเจนหากคลำพบก้อนที่มีการเปลี่ยนแปลงของขนาด แข็ง ขยับได้น้อย อยู่ต่อเนื่อง หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
ศูนย์เต้านม
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์เต้านม
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 23/07/2026
แพทย์ผู้เขียน
พญ. ลักขณา อดิเรกลาภวงศ์
ความถนัดเฉพาะทาง
ศัลยแพทย์ทั่วไป-เต้านม





