ดื่มน้ำเยอะ ป้องกันโรคไตได้จริงหรือไม่?
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย รวมถึงช่วยปรับความดันโลหิตให้เหมาะสม ทุกวันไตต้องทำงานกับเลือดจำนวนมาก การมี “น้ำ” เพียงพอจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ไตทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ทำงานกลางแจ้ง ออกกำลังกาย เหงื่อออกมาก หรือเคยมีประวัตินิ่วในไต การเพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวันถือเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลสุขภาพไตที่ได้ผลดี
อย่างไรก็ตาม โรคไตส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
ดังนั้น การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันโรคไตได้ 100% แต่เป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการดูแลไตให้แข็งแรง
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีสุขภาพทั่วไปแข็งแรง สามารถใช้แนวทางคร่าว ๆ เพื่อประเมินตนเองได้ เช่น
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่เหมาะสมของแต่ละคนยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคไตระยะสุดท้าย ที่มีภาวะบวมน้ำ แพทย์อาจแนะนำให้จำกัดปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน ดังนั้น หากมีโรคประจำตัวหรือได้รับคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ ควรยึดตามคำแนะนำดังกล่าวเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการปรับปริมาณน้ำด้วยตนเอง
แนวทางที่เหมาะสม คือ ดื่มน้ำสม่ำเสมอตลอดวันไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มครั้งละมาก ๆ
การดื่มน้ำเพียงพอมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพไตและลดความเสี่ยงของปัญหาบางชนิด โดยเฉพาะนิ่วในไต แต่ไม่ใช่คำตอบเดียวของการป้องกันโรคไตทั้งหมด การใส่ใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญของการดูแลไตให้แข็งแรง
ศูนย์โรคไตและไตเทียม
โทร. 0-2265-7777
ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยป้องกันโรคไตจริงหรือไม่
คำตอบคือ “ช่วยได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ทั้งหมด” การดื่มน้ำอย่างเพียงพอมีบทบาทสำคัญในเรื่องต่างๆ ดังนี้- ป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- ลดโอกาสการเกิดนิ่วในไต
- ช่วยให้ไตกรองของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ทำงานกลางแจ้ง ออกกำลังกาย เหงื่อออกมาก หรือเคยมีประวัตินิ่วในไต การเพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวันถือเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลสุขภาพไตที่ได้ผลดี
อย่างไรก็ตาม โรคไตส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- การใช้ยาบางชนิดต่อเนื่อง
- พฤติกรรมการรับประทานอาหารรสจัด
ดังนั้น การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันโรคไตได้ 100% แต่เป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการดูแลไตให้แข็งแรง
ควรดื่มน้ำวันละเท่าไร ถึงจะเหมาะสม?
เป็นคำถามที่แพทย์ได้ยินบ่อย เพราะหลายคนอยากดูแลสุขภาพให้ถูกต้องตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างการดื่มน้ำ คำตอบในทางการแพทย์คือ ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เนื่องจากร่างกายและการใช้ชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีสุขภาพทั่วไปแข็งแรง สามารถใช้แนวทางคร่าว ๆ เพื่อประเมินตนเองได้ เช่น
- ดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว โดยใช้สูตรมาตรฐานทั่วไป คือ น้ำหนักตัว (กก.) × 30–35 มล. = ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน (มล.) เช่น น้ำหนัก 60 กก. → 60 × 30 = 1,800 มล. (1.8 ลิตร/วัน)
- สังเกตจากสีปัสสาวะ หากเป็นสีเหลืองอ่อน ใส ไม่เข้มมาก แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่เหมาะสมของแต่ละคนยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- น้ำหนักตัว และขนาดร่างกาย
- ลักษณะงาน ทำงานกลางแจ้ง สภาพอากาศ โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน
- การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก ควรเพิ่มปริมาณน้ำ
- ภาวะสุขภาพเฉพาะบุคคล เช่น โรคประจำตัวหรือการใช้ยาบางชนิด
ในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคไตระยะสุดท้าย ที่มีภาวะบวมน้ำ แพทย์อาจแนะนำให้จำกัดปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน ดังนั้น หากมีโรคประจำตัวหรือได้รับคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ ควรยึดตามคำแนะนำดังกล่าวเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการปรับปริมาณน้ำด้วยตนเอง
ดื่มน้ำเยอะเกินไป มีผลต่อไตหรือไม่?
การดื่มน้ำมากเกินความจำเป็นในระยะเวลาสั้น ๆ อาจทำให้สมดุลเกลือแร่ในเลือดเปลี่ยนแปลง คือโซเดียมต่ำ ส่งผลต่ออาการเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ชัก หมดสติได้แนวทางที่เหมาะสม คือ ดื่มน้ำสม่ำเสมอตลอดวันไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มครั้งละมาก ๆ
ดูแลไตให้แข็งแรง ไม่ได้มีแค่เรื่องน้ำ
- ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต
- ลดอาหารเค็มและอาหารแปรรูป
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่พาราเซตามอลโดยไม่จำเป็น
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจปัสสาวะและเลือด
การดื่มน้ำเพียงพอมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพไตและลดความเสี่ยงของปัญหาบางชนิด โดยเฉพาะนิ่วในไต แต่ไม่ใช่คำตอบเดียวของการป้องกันโรคไตทั้งหมด การใส่ใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญของการดูแลไตให้แข็งแรง
ศูนย์โรคไตและไตเทียม
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคไตและไตเทียม
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 19/02/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. อธิภัทร์ บรรจงจิตร
ความถนัดเฉพาะทาง
อายุรแพทย์โรคไต






