• banner

รู้จักอาการนิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดี หรือ Gall Stone มีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลของสารเคมีในร่างกายอย่างคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดี รวมถึงการติดเชื้อบริเวณถุงน้ำดี ส่งผลให้เกิดการตกตะกอนผลึกในถุงน้ำดี ซึ่งการตกผลึกของสารเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดเป็นก้อนนิ่ว โดยก้อนนิ่วที่เกิดขึ้นนี้อาจมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายหรือใหญ่กว่านั้น มีได้ตั้งแต่หนึ่งก้อนจนถึงหลายร้อยก้อนก็ได้

นิ่วในถุงน้ำดี มี 2 ชนิดหลัก ได้แก่
• เกิดจากคอเลสเตอรอล เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นก้อนสีขาว เหลือง หรือเขียว เกิดจากการมีคอเลสเตอรอลเพิ่มมากขึ้นในน้ำดี จึงไปเกาะจับกันจนทำให้ถุงน้ำดีทำงานผิดปกติ
• เกิดจากเม็ดสีหรือบิลิรูบิน พบได้น้อยกว่าชนิดแรก โดยก้อนนิ่วชนิดนี้มีขนาดเล็กกว่าและมีสีคล้ำกว่า มักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็ง หรือผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของเลือด เช่น โรคโลหิตจาง

อาการ
• รู้สึกแสบร้อนที่อก มีลมในกระเพาะอาหาร
• มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนบ่อยๆ
• เสียดท้อง แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่
• มีภาวะดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
• ปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณช่วงท้องส่วนบนด้านขวา
• จุกเสียด แน่นท้องบริเวณใต้ชายโครงด้านขวาถึงลิ้นปี่
• หากมีถุงน้ำดีติดเชื้อผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องใต้ชายโครงขวา อาจมีไข้
    
การรักษา
การรักษานิ่วในถุงน้ำดีมีหลายวิธี รักษาโดยการใช้ยาละลายนิ่ว แต่การใช้ยาละลายใช้ได้เฉพาะนิ่ว บางชนิดเท่านั้น ส่วนใหญ่ต้องรับประทานยาเป็นเวลานาน และเมื่อหยุดยาอาจเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้อีก ซึ่งการรักษาที่ดีที่สุด คือ การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก โดยมี 2 วิธี ดังนี้
• ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง (Open Surgery) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบอย่างรุนแรง ถุงน้ำดีมีการแตกทะลุ
• ผ่าตัดส่องกล้อง  (Laparoscopic cholecystectomy) เรียกกันสั้นๆว่า LC วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้มีแผลผ่าตัดขนาดเล็ก ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และอาการเจ็บปวดของบาดแผล ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าเดิม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2265 7777 
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 22/01/2024