ประจำเดือนมามากผิดปกติ เสี่ยงโลหิตจางโดยไม่รู้ตัว
หลายคนมองว่า "ประจำเดือนมามาก" เป็นเรื่องปกติของร่างกาย โดยเฉพาะหากเป็นมาตั้งแต่วัยรุ่น แต่ในความเป็นจริง หากมีเลือดประจำเดือนออกมากกว่าปกติ หรือออกต่อเนื่องหลายวัน อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ (Heavy Menstrual Bleeding) ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังอาจทำให้ร่างกายสูญเสียธาตุเหล็กสะสม จนนำไปสู่ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia) ได้โดยที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต
การรู้จักลักษณะของประจำเดือนที่ผิดปกติ และเข้ารับการตรวจหาสาเหตุอย่างเหมาะสม จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้ตรงจุดและลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
จากนั้นอาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
ประจำเดือนมามากผิดปกติไม่ใช่เพียงเรื่องของรอบเดือน แต่เป็นสัญญาณที่อาจสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพหลายประการ รวมถึงภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวัน หากสังเกตว่าประจำเดือนมามากกว่าปกติ หรือมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เวียนศีรษะร่วมด้วย การเข้ารับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์จะช่วยค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ศูนย์สุขภาพสตรี
โทร. 0-2265-7777
การรู้จักลักษณะของประจำเดือนที่ผิดปกติ และเข้ารับการตรวจหาสาเหตุอย่างเหมาะสม จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้ตรงจุดและลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ประจำเดือนมามากผิดปกติ คืออะไร?
โดยทั่วไป ผู้หญิงจะมีประจำเดือนประมาณ 3-7 วัน และเสียเลือดเฉลี่ย 30-40 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน หากมีลักษณะดังต่อไปนี้ อาจเข้าข่ายประจำเดือนมามากผิดปกติ- ประจำเดือนมานานเกิน 7 วัน
- ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมงติดต่อกันหลายครั้ง
- ต้องใช้ผ้าอนามัยหลายชั้นหรือใช้ทั้งผ้าอนามัยและผ้าอนามัยแบบสอดพร้อมกัน
- มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่บ่อยครั้ง
- เลือดออกมากจนรบกวนการทำงาน การเรียน หรือการนอนหลับ
- มีอาการอ่อนเพลียร่วมกับประจำเดือนมามากเป็นประจำ
ทำไมประจำเดือนมามาก จึงทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง?
เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งการสร้างเม็ดเลือดแดงจำเป็นต้องอาศัยธาตุเหล็ก เมื่อร่างกายสูญเสียเลือดจำนวนมากในทุก ๆ รอบเดือน ธาตุเหล็กที่สะสมไว้จะค่อย ๆ ลดลง หากไม่ได้รับการชดเชยอย่างเพียงพอ ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง จนเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ภาวะนี้มักค่อย ๆ เกิดขึ้น ทำให้หลายคนคุ้นชินกับอาการ และคิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือพักผ่อนไม่เพียงพออาการของภาวะโลหิตจางที่ควรสังเกต
ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดเรื้อรัง อาจพบอาการ เช่น- เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- เวียนศีรษะ หน้ามืดเมื่อลุกเปลี่ยนอิริยาบถ
- ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็ว
- หายใจเหนื่อยเมื่อออกแรง
- ผิวซีด ริมฝีปากหรือเปลือกตาด้านในซีด
- สมาธิลดลง ทำงานหรือเรียนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
สาเหตุของประจำเดือนมามากผิดปกติ
ประจำเดือนมามากอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น- ความไม่สมดุลของฮอร์โมน
- เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก (Fibroid)
- ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyp)
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่บางชนิด (Adenomyosis)
- ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- การใส่ห่วงอนามัยชนิดทองแดง
- ความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก รวมถึงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?
สูตินรีแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น- ปริมาณเลือดที่ออกในแต่ละรอบเดือน
- จำนวนวันที่มีประจำเดือน
- ประวัติการตั้งครรภ์และการใช้ยาคุมกำเนิด
- โรคประจำตัวและยาที่รับประทาน
จากนั้นอาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
- ตรวจร่างกายและตรวจภายใน
- อัลตราซาวด์อุ้งเชิงกราน
- ตรวจเลือดเพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและระดับธาตุเหล็ก
- ตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เช่น การเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูก
แนวทางการรักษา
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ อายุ ความต้องการมีบุตร และความรุนแรงของอาการ โดยอาจประกอบด้วย- ยาลดปริมาณเลือดประจำเดือน
- ยาฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิด
- การเสริมธาตุเหล็กในผู้ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก
- การรักษาเฉพาะสาเหตุ เช่น ผ่าตัดติ่งเนื้อหรือเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก
- การรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัดในรายที่เหมาะสม
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีประจำเดือนมามาก?
นอกจากการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว การดูแลตัวเองก็มีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกาย ได้แก่- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เนื้อแดง ปลา ไข่ และผักใบเขียว
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีร่วมด้วย เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- จดบันทึกรอบเดือน จำนวนวันที่มีประจำเดือน และปริมาณเลือด เพื่อใช้ประกอบการประเมินของแพทย์
- รับประทานยาตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง และมาตรวจติดตามตามนัด
เมื่อไรควรพบสูตินรีแพทย์?
ควรเข้ารับการตรวจ หากมีอาการต่อไปนี้- ประจำเดือนมามากติดต่อกันหลายรอบเดือน
- ประจำเดือนมานานเกิน 7 วัน
- มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หรือหน้ามืด
- ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง
- มีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน หรือหลังหมดประจำเดือน
ประจำเดือนมามากผิดปกติไม่ใช่เพียงเรื่องของรอบเดือน แต่เป็นสัญญาณที่อาจสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพหลายประการ รวมถึงภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวัน หากสังเกตว่าประจำเดือนมามากกว่าปกติ หรือมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เวียนศีรษะร่วมด้วย การเข้ารับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์จะช่วยค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ศูนย์สุขภาพสตรี
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์สุขภาพสตรี
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 23/07/2026
แพทย์ผู้เขียน
พญ. กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์
ความถนัดเฉพาะทาง
แพทย์ทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์





