ใจสั่นแค่ไหน ถึงควรพบแพทย์?
เคยไหม? อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ เต้นเร็ว รัว หรือเหมือนหัวใจกระตุกจนรับรู้ได้ชัดเจน หลายคนเรียกอาการนี้ว่า "ใจสั่น" ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และมีสาเหตุได้ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงภาวะที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและระบบการทำงานของร่างกาย
แม้อาการใจสั่นหลายกรณีอาจเกิดขึ้นชั่วคราวและหายได้เอง แต่บางครั้งอาการนี้อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายต้องการให้เราใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
อาการใจสั่น (Palpitations) คือความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่าหัวใจกำลังเต้นผิดไปจากปกติ ไม่ว่าจะเป็น
1. ปัจจัยจากการใช้ชีวิตประจำวัน
2. ผลข้างเคียงจากยาและอาหารเสริม
ยาบางชนิดอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เช่น
3. ภาวะทางร่างกาย
อาการใจสั่นอาจเกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น
ในบางราย อาการใจสั่นอาจเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) หรือโรคหัวใจบางชนิด ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลจากแพทย์
1. ใจสั่นบ่อยขึ้นหรือเป็นนานกว่าปกติ
หากอาการเกิดซ้ำบ่อยครั้ง หรือแต่ละครั้งเป็นนานหลายนาทีจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
2. ใจสั่นร่วมกับอาการแน่นหน้าอก
อาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรือรู้สึกอึดอัดบริเวณทรวงอกที่เกิดร่วมกับใจสั่น อาจเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด
3. ใจสั่นร่วมกับเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม
อาการเหล่านี้อาจสะท้อนว่าหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในช่วงเวลาหนึ่ง
4. ใจสั่นร่วมกับหายใจเหนื่อย
หากมีอาการหอบเหนื่อย เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือหายใจไม่สะดวก
5. มีโรคหัวใจหรือปัจจัยเสี่ยงอยู่เดิม
ผู้ที่มีประวัติ
จากนั้นอาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น
การตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถระบุสาเหตุและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
อาการใจสั่นเป็นอาการที่พบได้บ่อยและเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การสังเกตลักษณะอาการ ความถี่ และอาการร่วมอื่น ๆ มีความสำคัญอย่างมาก
หากมีอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย เป็นนานผิดปกติ หรือมีอาการร่วม เช่น เจ็บหน้าอก เวียนศีรษะ เป็นลม หรือเหนื่อยง่าย การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตเป็นไปอย่างปกติ
ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
โทร. 0-2265-7777
แม้อาการใจสั่นหลายกรณีอาจเกิดขึ้นชั่วคราวและหายได้เอง แต่บางครั้งอาการนี้อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายต้องการให้เราใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ใจสั่น คืออะไร?
อาการใจสั่น (Palpitations) คือความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่าหัวใจกำลังเต้นผิดไปจากปกติ ไม่ว่าจะเป็น- หัวใจเต้นเร็ว
- หัวใจเต้นแรง
- หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ
- รู้สึกเหมือนหัวใจกระโดดหรือสะดุดเป็นช่วง ๆ
- รู้สึกว่าหัวใจเต้นรัวบริเวณหน้าอก คอ หรือคอหอย
สาเหตุของอาการใจสั่น มีอะไรบ้าง?
อาการใจสั่นสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่1. ปัจจัยจากการใช้ชีวิตประจำวัน
- ดื่มกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง หรือคาเฟอีนในปริมาณมาก
- พักผ่อนไม่เพียงพอ
- ออกกำลังกายหนัก
- สูบบุหรี่
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ความเครียดหรือความตื่นเต้น
2. ผลข้างเคียงจากยาและอาหารเสริม
ยาบางชนิดอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เช่น
- ยาแก้คัดจมูก
- ยารักษาโรคหอบหืดบางชนิด
- ยาลดน้ำหนัก
- อาหารเสริมที่มีสารกระตุ้น
3. ภาวะทางร่างกาย
อาการใจสั่นอาจเกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น
- ไทรอยด์เป็นพิษ
- ภาวะโลหิตจาง
- ภาวะขาดน้ำ
- ระดับเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ
- ไข้หรือการติดเชื้อ
ในบางราย อาการใจสั่นอาจเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) หรือโรคหัวใจบางชนิด ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลจากแพทย์
ใจสั่นแบบไหน ควรพบแพทย์?
หากพบลักษณะต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์1. ใจสั่นบ่อยขึ้นหรือเป็นนานกว่าปกติ
หากอาการเกิดซ้ำบ่อยครั้ง หรือแต่ละครั้งเป็นนานหลายนาทีจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
2. ใจสั่นร่วมกับอาการแน่นหน้าอก
อาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรือรู้สึกอึดอัดบริเวณทรวงอกที่เกิดร่วมกับใจสั่น อาจเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด
3. ใจสั่นร่วมกับเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม
อาการเหล่านี้อาจสะท้อนว่าหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในช่วงเวลาหนึ่ง
4. ใจสั่นร่วมกับหายใจเหนื่อย
หากมีอาการหอบเหนื่อย เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือหายใจไม่สะดวก
5. มีโรคหัวใจหรือปัจจัยเสี่ยงอยู่เดิม
ผู้ที่มีประวัติ
- โรคหัวใจ
- ความดันโลหิตสูง
- เบาหวาน
- ไขมันในเลือดสูง
- ประวัติคนในครอบครัวมีโรคหัวใจ
เมื่อมาพบแพทย์ จะต้องตรวจอะไรบ้าง?
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น- อาการเกิดขึ้นเมื่อใด
- เป็นนานแค่ไหน
- มีปัจจัยกระตุ้นหรือไม่
- มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่
จากนั้นอาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG)
- ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor)
- ตรวจเลือด
- ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์
- อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram)
การตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถระบุสาเหตุและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการใจสั่น
หากอาการไม่ได้รุนแรงและไม่ได้เกิดจากภาวะฉุกเฉิน สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ ดังนี้- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- สังเกตและจดบันทึกช่วงเวลาที่เกิดอาการ เพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น
อาการใจสั่นเป็นอาการที่พบได้บ่อยและเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การสังเกตลักษณะอาการ ความถี่ และอาการร่วมอื่น ๆ มีความสำคัญอย่างมาก
หากมีอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย เป็นนานผิดปกติ หรือมีอาการร่วม เช่น เจ็บหน้าอก เวียนศีรษะ เป็นลม หรือเหนื่อยง่าย การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตเป็นไปอย่างปกติ
ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/06/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. ชนินทร์ พีระบูล
ความถนัดเฉพาะทาง
อายุรแพทย์โรคหัวใจ





