• banner

Pap Smear กับ HPV DNA Test ต่างกันอย่างไร? ผู้หญิงควรตรวจแบบไหน

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคที่สามารถป้องกันและตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม ปัจจุบันการตรวจที่ได้รับความนิยมมีอยู่ 2 วิธี ได้แก่ Pap Smear และ HPV DNA Test หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อทั้งสองการตรวจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าต่างกันอย่างไร และควรเลือกตรวจแบบไหนจึงจะเหมาะกับตนเอง

ความจริงแล้ว ทั้งสองการตรวจมีจุดประสงค์ร่วมกัน คือการคัดกรองความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก แต่มีหลักการตรวจและบทบาทที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจข้อแตกต่างเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถเลือกแนวทางการตรวจร่วมกับแพทย์ได้อย่างเหมาะสมกับช่วงอายุและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน


Pap Smear คืออะไร?

Pap Smear (Pap Test) คือ การตรวจคัดกรองเซลล์บริเวณปากมดลูก โดยแพทย์จะใช้แปรงหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กเก็บเซลล์จากปากมดลูก เพื่อนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ จุดประสงค์หลักของ Pap Smear คือการค้นหา
  • เซลล์ที่เริ่มมีความผิดปกติ
  • เซลล์ก่อนเป็นมะเร็ง
  • มะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้น
กล่าวง่าย ๆ คือ Pap Smear เป็นการตรวจหา "ความเปลี่ยนแปลงของเซลล์" ที่เกิดขึ้นแล้ว

ข้อดีของ Pap Smear
  • เป็นวิธีที่ใช้มายาวนานและได้รับการยอมรับทั่วโลก
  • สามารถตรวจพบเซลล์ผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • ใช้เวลาตรวจไม่นาน
  • สามารถทำร่วมกับการตรวจภายในได้

ข้อจำกัด
แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ Pap Smear อาจตรวจไม่พบความผิดปกติบางกรณี โดยเฉพาะหากเก็บตัวอย่างเซลล์ได้ไม่เพียงพอ หรือความผิดปกติยังเกิดขึ้นในระยะเริ่มต้นมาก

HPV DNA Test คืออะไร?

HPV DNA Test เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 95%

การตรวจชนิดนี้ไม่ได้ตรวจหาเซลล์ผิดปกติโดยตรง แต่ตรวจว่ามีเชื้อ HPV ชนิดที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งหรือไม่ หากพบเชื้อ แพทย์จะพิจารณาการติดตามหรือตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

ข้อดีของ HPV DNA Test
  • มีความไวในการค้นหาความเสี่ยงได้สูง
  • สามารถตรวจพบการติดเชื้อก่อนที่เซลล์จะเริ่มเปลี่ยนแปลง
  • หากผลตรวจเป็นปกติ ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูกในช่วงหลายปีข้างหน้าจะอยู่ในระดับต่ำ
  • หลายแนวทางแนะนำให้ใช้เป็นการตรวจคัดกรองหลักในผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปี

ข้อจำกัด
การตรวจพบเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะผู้หญิงจำนวนมากสามารถกำจัดเชื้อได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงอายุน้อย ดังนั้นการแปลผลจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับอายุ ประวัติสุขภาพ และคำแนะนำของแพทย์

Pap Smear กับ HPV DNA Test ต่างกันอย่างไร?


แล้วผู้หญิงควรเลือกตรวจแบบไหน?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ ประวัติสุขภาพ และแนวทางการประเมินของแพทย์

ผู้หญิงอายุ 21-29 ปี

โดยทั่วไป แนะนำให้ตรวจ Pap Smear เป็นประจำตามแนวทางการคัดกรอง เนื่องจากการติดเชื้อ HPV ในวัยนี้พบได้บ่อยและหลายรายสามารถหายได้เอง

ผู้หญิงอายุ 30-65 ปี

สามารถเลือกได้หลายแนวทาง ได้แก่
  • HPV DNA Test
  • Pap Smear
  • ตรวจร่วมกันทั้ง Pap Smear และ HPV DNA Test (Co-testing)
แพทย์จะช่วยประเมินว่าการตรวจแบบใดเหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาจากอายุ ประวัติผลตรวจที่ผ่านมา ภาวะสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล

ผู้หญิงที่เคยมีผลตรวจผิดปกติ

อาจต้องตรวจติดตามด้วยวิธีเฉพาะตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงของเซลล์และวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

เพื่อให้ผลตรวจมีความแม่นยำ ควรเตรียมตัว ดังนี้
  • งดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 24-48 ชั่วโมงก่อนตรวจ
  • งดสวนล้างช่องคลอด
  • งดใช้ยาหรือครีมสอดช่องคลอดก่อนตรวจ หากไม่จำเป็น
  • ควรหลีกเลี่ยงการตรวจในช่วงมีประจำเดือน และนัดหมายในช่วงที่ไม่มีเลือดออก
หากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกผิดปกติ ตกขาวที่เปลี่ยนแปลง หรือปวดท้องน้อย ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจ

ตรวจแล้วผลปกติ ยังต้องตรวจอีกหรือไม่?

แม้ว่าผลตรวจครั้งล่าสุดจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอยังคงมีความสำคัญ เพราะการติดเชื้อ HPV หรือการเปลี่ยนแปลงของเซลล์สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต
การเข้ารับการตรวจตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม

การฉีดวัคซีน HPV ยังจำเป็นต้องตรวจคัดกรองหรือไม่?

ผู้ที่ได้รับวัคซีน HPV แล้ว ยังควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อ HPV หลายสายพันธุ์ที่สำคัญ แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติ ดังนั้น การฉีดวัคซีนควบคู่กับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Pap Smear และ HPV DNA Test เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่มีบทบาทแตกต่างกัน โดย Pap Smear เน้นการตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ ส่วน HPV DNA Test เน้นการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ชนิดเสี่ยงสูงที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรค

การเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับอายุ ประวัติสุขภาพ และคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ เพื่อให้การคัดกรองมีประสิทธิภาพและเหมาะกับแต่ละบุคคล

ศูนย์สุขภาพสตรี
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์สุขภาพสตรี
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 23/07/2026

แพทย์ผู้เขียน

พญ. พิมพ์อร คงประยูร

img

ความถนัดเฉพาะทาง

แพทย์ทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา

โปรแกรมอื่นๆ