• banner

“สะเก็ดเงิน” ทำไมถึงเป็นๆ หายๆ

หลายคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินอาจเคยมีช่วงที่ผื่นดีขึ้นจนแทบมองไม่เห็น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผื่นกลับมาปรากฏอีกครั้ง บางคนกลับมาเป็นบริเวณเดิม ขณะที่บางคนอาจมีผื่นเกิดขึ้นในตำแหน่งใหม่ จึงเกิดคำถามว่า “รักษาแล้ว ทำไมสะเก็ดเงินถึงกลับมาเป็นซ้ำ?”

คำตอบคือ การกลับมาเป็นซ้ำเป็นลักษณะตามธรรมชาติของโรคสะเก็ดเงิน เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โรคจึงมีช่วงที่สงบและช่วงที่กำเริบสลับกันได้

การเข้าใจธรรมชาติของโรคและรู้จักปัจจัยกระตุ้นของตนเอง จะช่วยให้สามารถควบคุมโรคและลดโอกาสกำเริบได้

สะเก็ดเงินไม่ได้เกิดจาก”ผิวแห้ง”เพียงอย่างเดียว

โรคสะเก็ดเงิน เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังและกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังสร้างและผลัดตัวให้เร็วกว่าปกติ เกิดเป็นผื่นนูนแดงที่มีสะเก็ดหรือขุยสีขาวปกคลุม

ตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่ หนังศีรษะ ข้อศอก เข่า และลำตัว แต่สามารถเกิดบริเวณอื่นได้เช่นกัน เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า เล็บ หรือบริเวณข้อพับ

สิ่งสำคัญคือ “สะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ” จึงไม่สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนผ่านการสัมผัส การใช้ชีวิตร่วมกัน หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน

ทำไมผื่นหายแล้ว สะเก็ดเงินจึงกลับมาอีก?

แม้การรักษาจะช่วยให้ผื่นลดลงหรือผิวกลับมาใกล้เคียงปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการของโรคจะหายไปอย่างถาวร เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังที่มีช่วงโรคสงบ (Remission) และช่วงโรคกำเริบ (Flare-up) สลับกันได้

ระยะเวลาที่โรคสงบแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนอาจไม่มีผื่นขึ้นเป็นเวลานาน ขณะที่บางคนอาจกลับมากำเริบได้ภายในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะเมื่อพบปัจจัยกระตุ้น ดังนั้น เป้าหมายของการรักษาจึงไม่ได้มีเพียงการทำให้ผื่นหายแต่ยังรวมถึง
  • ควบคุมการอักเสบของโรค
  • ลดความถี่และความรุนแรงของการกำเริบ
  • ป้องกันการเกิดผื่นใหม่
  • ลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
  • ป้องกันหรือดูแลภาวะแทรกซ้อน เช่น ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน

7 ปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้ “สะเก็ดเงิน” กลับมาเป็นซ้ำ

ปัจจัยกระตุ้นของแตกต่างกันในแต่ละคน และบางครั้งมีมากกว่าหนึ่งปัจจัยร่วมกัน ปัจจัยที่พบบ่อย ได้แก่
  • ความเครียด ทั้งทางร่างกายและจิตใจสามารถส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและกระตุ้นอักเสบและทำให้ผื่นกำเริบได้ ผู้ป่วยบางรายจึงสังเกตว่าผื่นเพิ่มขึ้นในช่วงที่พักผ่อนน้อยหรือมีความเครียดสะสม
  • การติดเชื้อ เชื้อบางชนิด โดยเฉพาะการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) บริเวณลำคอ มีความสัมพันธ์กับการเกิดหรือกำเริบของสะเก็ดเงิน โดยเฉพาะสะเก็ดเงินชนิดหยดน้ำ (Guttate Psoriasis)
  • การบาดเจ็บหรือระคายเคืองผิวหนัง รอยเกา แผลถลอก แมลงกัดต่อย หรือผิวไหม้จากแสงแดด อาจกระตุ้นให้เกิดผื่นสะเก็ดเงินบริเวณที่ผิวหนังได้รับบาดเจ็บได้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Koebner phenomenon ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเกา หรือทำให้ผิวหนังเกิดบาดแผลโดยไม่จำเป็น
  • ยาบางชนิด อาจสัมพันธ์กับการกระตุ้นหรือทำให้ผื่นกำเริบได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวและใช้ยาหลายชนิดจึงควรแจ้งแพทย์ว่ามีประวัติโรคสะเก็ดเงิน และไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง
  • การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการกำเริบและการควบคุมโรคสะเก็ดเงิน จึงควรลดหรือหลีกเลี่ยงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวมและอาจช่วยควบคุมโรคได้ดีขึ้น
  • น้ำหนักตัวและสุขภาพโดยรวม ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับกระบวนการอักเสบในร่างกาย และอาจส่งผลต่อความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงิน การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม รับประทานอาหารที่สมดุล และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลโรคในระยะยาว
  • การหยุดการรักษาหรือใช้ยาไม่ต่อเนื่อง เมื่อผื่นดีขึ้น ผู้ป่วยบางคนอาจหยุดยาเอง แต่ยารักษาสะเก็ดเงินบางชนิดจำเป็นต้องปรับหรือลดตามแผนการรักษา การหยุดยาบางชนิดอย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้โรคกลับมากำเริบได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนแปลงการรักษาทุกครั้ง

สะเก็ดเงินกลับมาเป็นซ้ำ ต้องรักษาเหมือนเดิมหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะการเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของสะเก็ดเงิน ตำแหน่งของผื่น พื้นที่ผิวที่เป็น ความรุนแรง ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต รวมถึงการตอบสนองต่อการรักษาที่ผ่านมา

ผู้ที่มีอาการไม่มากอาจรักษาด้วยยาทาและการดูแลผิว ขณะที่ผู้ที่มีอาการมากขึ้นหรือควบคุมด้วยยาทาได้ไม่เพียงพอ แพทย์อาจพิจารณาวิธีอื่น เช่น การฉายแสง ยารับประทาน หรือยาชีววัตถุ (Biologic Drug) ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย จึงไม่ควรนำยาของผู้อื่นมาใช้ หรือซื้อยาที่เคยได้รับกลับมาใช้เองโดยไม่ได้ประเมินอาการใหม่

ทำอย่างไรให้สะเก็ดเงิน “สงบได้นานขึ้น”

  • รู้จักปัจจัยกระตุ้นของตัวเอง ลองสังเกตว่าในช่วงก่อนโรคกำเริบ มีอะไรเปลี่ยนแปลง เช่น ความเครียด การเจ็บป่วย การพักผ่อนไม่เพียงพอ การบาดเจ็บของผิวหนัง หรือการเริ่มยาใหม่
  • ใช้ยาตามแผนการรักษา แม้ผื่นจะดีขึ้นแล้ว ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง เพราะแผนการรักษาในระยะควบคุมโรคอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย
  • ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอให้มีความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการแกะเกา และลดการระคายเคืองหรือการบาดเจ็บของผิวหนัง
  • ดูแลสุขภาพโดยรวม นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก หลีกเลี่ยงบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
  • ติดตามการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ และพบแพทย์เมื่อโรคมีการเปลี่ยนแปลง ในผู้ป่วยบางรายอาจมีข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย (Psoriatic arthritis) ถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ ข้อบวม โดยเฉพาะในตอนเช้า ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ

สะเก็ดเงินเป็นซ้ำ ไม่ได้หมายความว่าการรักษาที่ผ่านมาไม่ได้ผล

การกลับมาของผื่นเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของโรคสะเก็ดเงินซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้ผื่นหาย แต่คือการควบคุมโรคในระยะยาว ลดการกำเริบและเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยในแต่ละช่วงของโรค

เมื่อเข้าใจธรรมชาติของโรค รู้จักปัจจัยกระตุ้นของตัวเอง ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถควบคุมอาการให้สงบและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หากผื่นกลับมาเป็นบ่อย ขยายพื้นที่มากขึ้น มีอาการคันหรือรบกวนการใช้ชีวิต หรือเริ่มมีอาการผิดปกติบริเวณข้อ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับระยะของโรค

ศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 28/09/2026

แพทย์ผู้เขียน

นพ. อัครวัฒน์ ชิงชัย

img

ความถนัดเฉพาะทาง

ตจวิทยา

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา

โปรแกรมอื่นๆ