• banner

ปวดหัวบ่อย อาจไม่ใช่แค่พักผ่อนน้อย

หลายคนเคยรู้สึก “ปวดหัว” หลังจากนอนดึก ทำงานหนัก หรือใช้สายตากับหน้าจอนานเกินไป จนคิดว่าแค่พักผ่อนให้เพียงพอก็น่าจะดีขึ้น แต่หากอาการปวดหัวเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน อาการนี้อาจกำลังเป็นสัญญาณจากร่างกายที่ควรใส่ใจมากขึ้น

อาการปวดหัวมีหลายรูปแบบ ทั้งปวดตื้อ ปวดตุบ ๆ ปวดข้างเดียว หรือปวดร้าวไปบริเวณคอและบ่า ซึ่งสาเหตุของอาการก็แตกต่างกันไป ตั้งแต่ความเครียด ไมเกรน ภาวะสายตาผิดปกติ ไปจนถึงโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและหลอดเลือด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า “ปวดหัวบ่อย” เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหนที่ควรพบแพทย์ และดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะสม

ปวดหัวบ่อย เกิดจากอะไรได้บ้าง?

1. ปวดหัวจากความเครียด (Tension Headache)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดจากการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม หรือการนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ ลักษณะอาการคือ
  • ปวดตื้อ ๆ เหมือนมีอะไรรัดรอบศีรษะ
  • ปวดบริเวณหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย
  • อาจมีอาการตึงคอ บ่า ไหล่ร่วมด้วย
อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อนหรือผ่อนคลายความเครียด

2. ไมเกรน (Migraine)
ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวที่พบได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยทำงานและผู้หญิง ลักษณะเด่นของไมเกรน ได้แก่
  • ปวดตุบ ๆ มักปวดข้างเดียว
  • ปวดนานหลายชั่วโมงถึงหลายวัน
  • ไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่น
  • คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยได้
บางคนอาจมีอาการเตือนก่อนปวด เช่น เห็นแสงวูบวาบ ชามือ หรือมองภาพไม่ชัด

ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่พบได้บ่อย เช่น นอนน้อย อดอาหาร ความเครียด คาเฟอีน ฮอร์โมน หรืออาหารบางชนิด

3. ปวดหัวจากการใช้สายตาหนัก
การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือแท็บเล็ตต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อรอบศีรษะทำงานหนัก อาการที่พบได้ เช่น
  • ปวดรอบดวงตา
  • ปวดบริเวณหน้าผาก
  • ตาล้า ตาแห้ง มองไม่ชัด
โดยเฉพาะในคนที่มีค่าสายตาผิดปกติแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

4. ปวดหัวจากไซนัสอักเสบ
หากมีอาการปวดบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก หรือรอบดวงตาร่วมกับคัดจมูก น้ำมูกข้น หรือแน่นจมูก อาจเกี่ยวข้องกับไซนัสอักเสบ อาการมักเป็นมากเวลาก้มหน้า หรือช่วงมีอากาศเปลี่ยนแปลง

5. ปวดหัวจากโรคหรือภาวะอื่น ๆ
ในบางกรณี อาการปวดหัวอาจสัมพันธ์กับภาวะทางสุขภาพ เช่น
  • ความดันโลหิตสูง
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะติดเชื้อบางชนิด
แม้จะพบไม่บ่อย แต่หากอาการมีลักษณะผิดปกติ ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์

สัญญาณแบบไหน ควรพบแพทย์?

อาการปวดหัวบางลักษณะควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้
  • ปวดหัวบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดต่อเนื่องหลายวัน
  • ปวดรุนแรงเฉียบพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
  • มีไข้ คอแข็ง หรืออ่อนแรงร่วมด้วย
  • พูดไม่ชัด แขนขาชา เดินเซ
  • มองเห็นผิดปกติ หรือหมดสติ
  • ปวดหัวหลังอุบัติเหตุ
  • รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
การเข้าพบแพทย์จะช่วยหาสาเหตุของอาการและวางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการปวดหัวบ่อย

แม้อาการปวดหัวหลายประเภทสามารถดูแลเบื้องต้นได้ แต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดอาการซ้ำได้เช่นกัน

นอนหลับให้เพียงพอ
ควรนอนวันละประมาณ 7–9 ชั่วโมง และพยายามเข้านอนให้เป็นเวลา

ลดความเครียด
การพักสายตา ยืดกล้ามเนื้อ เดินเล่น หรือทำกิจกรรมผ่อนคลาย จะช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอได้

ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ภาวะขาดน้ำเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดหัวได้ง่าย โดยเฉพาะในคนที่ทำงานหนักหรืออยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมกระตุ้นอาการ เช่น
    • นอนดึก
    • อดอาหาร
    • ดื่มคาเฟอีนมากเกินไป
    • ใช้หน้าจอต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ไม่ใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันบ่อยเกินไป
การรับประทานยาแก้ปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิด “อาการปวดหัวจากการติดยาแก้ปวด” ได้

การตรวจวินิจฉัยอาการปวดหัวทำอย่างไร?

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอาการอย่างละเอียด เช่น
  • ลักษณะการปวด
  • ความถี่ของอาการ
  • ระยะเวลาที่ปวด
  • ปัจจัยกระตุ้น
  • โรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่

ในบางกรณีอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
  • ตรวจวัดสายตา
  • ตรวจเลือด
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan)
  • MRI สมอง
เพื่อประเมินสาเหตุของอาการให้ชัดเจนมากขึ้น

ปวดหัวบ่อย อย่าปล่อยให้กระทบคุณภาพชีวิต

อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่บางครั้งก็อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพในด้านอื่นที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

หากเริ่มมีอาการปวดหัวบ่อยขึ้น ปวดรุนแรง หรือมีอาการร่วมผิดปกติ การเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ดูแลสุขภาพได้ตรงจุด และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

ศูนย์อายุรกรรม
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Internal Medicine Center
Publish date desc: 27/05/2026

Author doctor

Dr. Damkirng Tantamacharik

img

Specialty

Pulmonologist

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us