• banner

ตามัวข้างเดียวฉับพลัน สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

การมองเห็นที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ทำงาน หรือใช้ชีวิตทั่วไป หากวันหนึ่งเกิดอาการตามัวขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงข้างเดียว หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงอาการล้าของสายตา หรือเกิดจากการใช้สายตานานเกินไป

อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์อาการตามัวข้างเดียวแบบฉับพลัน อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบางอย่างของดวงตาหรือระบบหลอดเลือดที่ควรได้รับการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ เพื่อให้ทราบสาเหตุและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

อาการตามัวข้างเดียวฉับพลันเป็นอย่างไร

อาการตามัวข้างเดียวฉับพลัน หมายถึง การที่การมองเห็นของตาข้างใดข้างหนึ่ง ลดลงหรือพร่ามัวในระยะเวลาสั้น ๆ อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที ชั่วโมง หรือภายในวันเดียว

ลักษณะอาการที่พบได้ เช่น
  • มองภาพไม่ชัดเหมือนมีหมอกบัง
  • ภาพบิดเบี้ยวหรือขาดหายบางส่วน
  • เห็นจุดดำหรือเงาลอยในสายตา
  • การมองเห็นลดลงเฉพาะตาข้างเดียว
  • บางรายอาจมีอาการปวดตาหรือปวดศีรษะร่วมด้วย
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือคงอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค


สาเหตุที่พบได้

อาการตามัวข้างเดียวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของดวงตาโดยตรง ไปจนถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบหลอดเลือด

1. หลอดเลือดที่จอประสาทตาอุดตัน
ภาวะนี้เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปยังจอประสาทตาลดลง ทำให้เซลล์รับภาพทำงานได้ไม่เต็มที่ มักพบในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
ผู้ป่วยมักมีอาการมองเห็นลดลงทันทีโดยไม่เจ็บตา

 2. จอประสาทตาลอก (Retinal Detachment)
จอประสาทตาทำหน้าที่รับภาพและส่งสัญญาณไปยังสมอง หากจอประสาทตาเกิดการลอกออกจากตำแหน่งเดิม อาจทำให้การมองเห็นลดลง
สัญญาณที่พบได้ เช่น
  • เห็นแสงวาบคล้ายแฟลช
  • มีจุดดำลอยในสายตาจำนวนมาก
  • เหมือนมีม่านบังการมองเห็นบางส่วน

3. ภาวะเลือดออกในวุ้นตา
วุ้นตาเป็นของเหลวใสภายในลูกตา หากมีเลือดออกในบริเวณนี้ อาจทำให้การมองเห็นพร่ามัว
สาเหตุที่พบได้ เช่น
  • ภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานขึ้นตา
  • การฉีกขาดของจอประสาทตา
  • การบาดเจ็บบริเวณดวงตา

 4. โรคของเส้นประสาทตา
เส้นประสาทตาเป็นส่วนสำคัญที่ส่งสัญญาณภาพไปยังสมอง หากเกิดการอักเสบหรือความผิดปกติ อาจทำให้การมองเห็นลดลง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ
  • มองเห็นสีซีดลง
  • ปวดตาเมื่อกลอกตา
  • การมองเห็นลดลงในช่วงเวลาไม่นาน

5. ไมเกรนที่มีผลต่อการมองเห็น
ในบางคน อาการปวดศีรษะไมเกรนอาจทำให้เกิดการมองเห็นผิดปกติชั่วคราว เช่น เห็นแสงซิกแซก หรือภาพพร่ามัว อาการมักเกิดเป็นช่วงๆ และอาจกลับสู่ภาวะปกติได้

สัญญาณที่ควรพบแพทย์

หากมีอาการตามัวข้างเดียวและพบลักษณะต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
  • การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว
  • มีแสงวาบหรือจุดดำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • เหมือนมีเงาหรือม่านบังการมองเห็น
  • มีอาการปวดตาร่วมกับตามัว
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะต้นจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลได้เหมาะสมกับสาเหตุของโรค

การตรวจวินิจฉัยโดยจักษุแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ อาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของอาการ เช่น
  • ตรวจวัดระดับการมองเห็น
  • ตรวจความดันลูกตา
  • ตรวจโครงสร้างตาด้วยกล้อง Slit-lamp
  • ตรวจจอประสาทตา
  • ถ่ายภาพจอประสาทตา
  • ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ MRI ในบางกรณี
การตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างภายในดวงตาและวิเคราะห์สาเหตุของอาการได้ชัดเจนขึ้น

การดูแลและป้องกันสุขภาพดวงตา

แม้อาการตามัวบางกรณีจะเกิดขึ้นเฉียบพลัน แต่การดูแลสุขภาพดวงตาอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงได้ เช่น
  • ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิต
  • พักสายตาเมื่อใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา เช่น ผักใบเขียว ปลา และผลไม้
  • สวมแว่นป้องกันดวงตาเมื่อทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
การใส่ใจสุขภาพตาในชีวิตประจำวันช่วยให้การมองเห็นคงอยู่ในสภาพที่ดีได้นานขึ้น

อาการตามัวข้างเดียวฉับพลัน เป็นสัญญาณที่ร่างกายส่งมาเพื่อบอกถึงความผิดปกติบางอย่างของดวงตาหรือระบบหลอดเลือด สาเหตุอาจแตกต่างกันไป ตั้งแต่ภาวะของจอประสาทตา เส้นประสาทตา ไปจนถึงการไหลเวียนของเลือด การสังเกตอาการของตนเองและเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ จะช่วยให้ทราบสาเหตุได้เร็วและสามารถวางแผนดูแลสุขภาพดวงตาได้อย่างเหมาะสม

ศูนย์โรคตา
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Eye Center
Publish date desc: 19/03/2026

Author doctor

Dr. Itsara Pokawattana

img

Specialty

Retinal ophthalmologist (retina/vitreous)

Other Specialty

-

Language Spoken

Thai, English

Contact us

Other program