เทคโนโลยีกล้องนำวิถี (CALLISTO – Computer-Assisted Cataract Surgery: Markerless Surgical Planner) ยกระดับความแม่นยำในการผ่าตัดต้อกระจก
การผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม เป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ทักษะของแพทย์เท่านั้น เทคโนโลยีที่ช่วยเสริมความแม่นยำระหว่างการผ่าตัดก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน ปัจจุบัน การผ่าตัดต้อกระจกก้าวหน้าไปมากด้วยเทคโนโลยีช่วยผ่าตัดแบบ “Image-Guided Surgery” ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะของจักษุแพทย์
หนึ่งในระบบ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล คือ กล้องนำวิถี (CALLISTO – Computer-Assisted Cataract Surgery: Markerless Surgical Planner) ที่ช่วยให้ทุกขั้นตอนของการผ่าตัดเป็นไปอย่างละเอียด แม่นยำ และปลอดภัยยิ่งขึ้น
กล้องนำวิถี (CALLISTO) จะช่วยคำนวณและบอกแนวการใส่เลนส์แก้วตาเทียม โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยต้องใส่เลนส์พิเศษ เช่น เลนส์แก้สายตาเอียงหรือเลนส์ที่โฟกัสได้หลายระยะ ทำให้เลนส์วางในตำแหน่งที่ถูกต้อง และตรงกับแกนการมองของสายตา
2.ลดความผิดพลาดของการวางตำแหน่งเลนส์แก้วตาเทียม
การผ่าตัดต้อกระจกต้องอาศัยความละเอียดสูง กล้องนำวิถี (CALLISTO) ช่วยกำหนดตำแหน่งที่ควรผ่าหรือใส่เลนส์ ทำให้โอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนลดลง
3.ทำให้การมองเห็นหลังผ่าตัดชัดขึ้น
เพราะเลนส์ถูกใส่ในตำแหน่งที่แม่นยำ จึงช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการมองเห็นที่ดีกว่าและลดความจำเป็นในการพึ่งพาแว่นตาหลังผ่าตัดต้อกระจก
4.เพิ่มความมั่นใจทั้งแพทย์และผู้ป่วย
ผู้ป่วยอุ่นใจได้ว่า การผ่าตัดมีเทคโนโลยีขั้นสูงช่วยควบคุม จักษุแพทย์ที่ทำการผ่าตัดก็จะมีเครื่องมือช่วยยืนยันความถูกต้องในทุกขั้นตอน
แพทย์จะตรวจตาอย่างละเอียด เช่น ตรวจวัดความหนาและความโค้งของกระจกตา วัดกำลังสายตา และตรวจจอประสาทตา เพื่อคำนวณชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสม ข้อมูลจากกล้องนำวิถี (CALLISTO) จะถูกบันทึกเพื่อใช้เทียบในระหว่างผ่าตัด
การเลือกชนิดของเลนส์เทียม
เลนส์แก้วตาเทียมมีหลายประเภท เช่น Monofocal IOL, Toric IOL, และ Multifocal IOL แพทย์จะอธิบายข้อดีและผลลัพธ์ของแต่ละแบบ เพื่อให้ผู้ป่วยเลือกได้เหมาะกับการใช้สายตาในกิจวัตรประจำวันหรือการทำงานของผู้ป่วย
ขั้นตอนระหว่างการผ่าตัด
ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที ภายใต้ยาชาหยอดตา โดยกล้องนำวิถี (CALLISTO) จะช่วยแสดงแนวแผลและตำแหน่งเลนส์แบบเรียลไทม์
การดูแลหลังผ่าตัด
ควรหยอดยาตามแพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงการขยี้ตา หลีกเลี่ยงการถูกน้ำเข้าตาในช่วงแรกๆหลังผ่าตัด และมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผล
ความปลอดภัยและผลลัพธ์
เทคโนโลยีกล้องนำวิถี (CALLISTO) ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งเลนส์ แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสุขภาพตาเดิมของแต่ละบุคคล
กล้องนำวิถี (CALLISTO) คือเทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะที่ยกระดับการผ่าตัดต้อกระจกให้แม่นยำยิ่งขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนไปจนถึงการใส่เลนส์เทียมในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้น ลดโอกาสการเบี้ยวหรือเบลอของภาพ และช่วยให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น
แพทย์ผู้เขียน : นพ. วัลลภ เอี่ยมสมบุญ จักษุุแพทย์ด้านต้อหิน
หนึ่งในระบบ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล คือ กล้องนำวิถี (CALLISTO – Computer-Assisted Cataract Surgery: Markerless Surgical Planner) ที่ช่วยให้ทุกขั้นตอนของการผ่าตัดเป็นไปอย่างละเอียด แม่นยำ และปลอดภัยยิ่งขึ้น
กล้องนำวิถี (CALLISTO) คืออะไร
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำงานร่วมกับกล้องผ่าตัดตาทำหน้าที่เหมือน “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่คอยบอกตำแหน่งและแนวทางในการผ่าตัดแบบเรียลไทม์ ข้อมูลที่ได้จะปรากฏขึ้นตรงในกล้องที่จักษุแพทย์ใช้มอง ทำให้ผ่าตัดแม่นยำขึ้น ระบบนี้จะทำงานร่วมกับกล้องผ่าตัด เปรียบเสมือนมี “แผนที่ดวงตา” อยู่ตรงหน้าจักษุแพทย์ ข้อมูลภาพที่ได้จากการวัดก่อนผ่าตัดจะถูกซ้อนทับ (overlay) ลงบนภาพจริงในระหว่างผ่าตัด แสดงเส้นแนวและจุดอ้างอิงต่างๆ ให้แพทย์เห็นชัดเจนโดยไม่ต้องทำเครื่องหมายบนตาผู้ป่วยด้วยมือ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวางตำแหน่งเลนส์เทียมได้อย่างแม่นยำตามแผนที่กำหนด ช่วยคำนวณแนวการเปิดแผล การเปิดแคปซูลหน้าเลนส์ และการหมุนเลนส์ให้ตรงแกนสายตา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพการมองเห็นของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดประโยชน์ต่อผู้ป่วย
1.เพิ่มความแม่นยำในการใส่เลนส์แก้วตาเทียมกล้องนำวิถี (CALLISTO) จะช่วยคำนวณและบอกแนวการใส่เลนส์แก้วตาเทียม โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยต้องใส่เลนส์พิเศษ เช่น เลนส์แก้สายตาเอียงหรือเลนส์ที่โฟกัสได้หลายระยะ ทำให้เลนส์วางในตำแหน่งที่ถูกต้อง และตรงกับแกนการมองของสายตา
2.ลดความผิดพลาดของการวางตำแหน่งเลนส์แก้วตาเทียม
การผ่าตัดต้อกระจกต้องอาศัยความละเอียดสูง กล้องนำวิถี (CALLISTO) ช่วยกำหนดตำแหน่งที่ควรผ่าหรือใส่เลนส์ ทำให้โอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนลดลง
3.ทำให้การมองเห็นหลังผ่าตัดชัดขึ้น
เพราะเลนส์ถูกใส่ในตำแหน่งที่แม่นยำ จึงช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการมองเห็นที่ดีกว่าและลดความจำเป็นในการพึ่งพาแว่นตาหลังผ่าตัดต้อกระจก
4.เพิ่มความมั่นใจทั้งแพทย์และผู้ป่วย
ผู้ป่วยอุ่นใจได้ว่า การผ่าตัดมีเทคโนโลยีขั้นสูงช่วยควบคุม จักษุแพทย์ที่ทำการผ่าตัดก็จะมีเครื่องมือช่วยยืนยันความถูกต้องในทุกขั้นตอน
ข้อควรทราบและคำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก
การประเมินก่อนการผ่าตัดแพทย์จะตรวจตาอย่างละเอียด เช่น ตรวจวัดความหนาและความโค้งของกระจกตา วัดกำลังสายตา และตรวจจอประสาทตา เพื่อคำนวณชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสม ข้อมูลจากกล้องนำวิถี (CALLISTO) จะถูกบันทึกเพื่อใช้เทียบในระหว่างผ่าตัด
การเลือกชนิดของเลนส์เทียม
เลนส์แก้วตาเทียมมีหลายประเภท เช่น Monofocal IOL, Toric IOL, และ Multifocal IOL แพทย์จะอธิบายข้อดีและผลลัพธ์ของแต่ละแบบ เพื่อให้ผู้ป่วยเลือกได้เหมาะกับการใช้สายตาในกิจวัตรประจำวันหรือการทำงานของผู้ป่วย
ขั้นตอนระหว่างการผ่าตัด
ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที ภายใต้ยาชาหยอดตา โดยกล้องนำวิถี (CALLISTO) จะช่วยแสดงแนวแผลและตำแหน่งเลนส์แบบเรียลไทม์
การดูแลหลังผ่าตัด
ควรหยอดยาตามแพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงการขยี้ตา หลีกเลี่ยงการถูกน้ำเข้าตาในช่วงแรกๆหลังผ่าตัด และมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผล
ความปลอดภัยและผลลัพธ์
เทคโนโลยีกล้องนำวิถี (CALLISTO) ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งเลนส์ แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสุขภาพตาเดิมของแต่ละบุคคล
กล้องนำวิถี (CALLISTO) คือเทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะที่ยกระดับการผ่าตัดต้อกระจกให้แม่นยำยิ่งขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนไปจนถึงการใส่เลนส์เทียมในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้น ลดโอกาสการเบี้ยวหรือเบลอของภาพ และช่วยให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น
แพทย์ผู้เขียน : นพ. วัลลภ เอี่ยมสมบุญ จักษุุแพทย์ด้านต้อหิน
Contact us
ศูนย์โรคตา
ชั้น 11 อาคารศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ
ชั้น 2 อาคารวิชัยยุทธเหนือ
วันและเวลาทำการ
วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 19.00 น.
วันเสาร์ เวลา 08.30 – 17.00 น.
วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น.






