ปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร?
เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น คุณแม่หลายคนเริ่มรู้สึกว่าการลุก นั่ง เดิน หรือแม้แต่นอนพักก็ไม่สบายเหมือนเดิม โดยเฉพาะอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งพบได้บ่อยตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 และมักชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3
อาการปวดหลังส่วนใหญ่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของการตั้งครรภ์ แต่การเข้าใจสาเหตุและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณแม่เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย และส่งเสริมสุขภาพตลอดการตั้งครรภ์
อาการปวดหลังเกิดได้จากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงตั้งครรภ์ ได้แก่
1. น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
เมื่อทารกเจริญเติบโต น้ำหนักของมดลูก รก น้ำคร่ำ และน้ำหนักตัวของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการปวดหรือเมื่อยล้าได้ง่าย
2. จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนไป
หน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้ร่างกายต้องปรับสมดุลโดยการเอนตัวไปด้านหลัง ส่งผลให้กระดูกสันหลังแอ่นมากขึ้น กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักตลอดเวลา จึงเกิดอาการปวดหลังตามมา
3. ฮอร์โมนที่ทำให้เอ็นและข้อต่อยืดหยุ่นมากขึ้น
ระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน Relaxin เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด ฮอร์โมนชนิดนี้ช่วยให้เอ็นและข้อต่อบริเวณอุ้งเชิงกรานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความมั่นคงของข้อต่อลดลง ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่างหรือสะโพกได้
4. กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานลดลง
เมื่อหน้าท้องขยายตัว กล้ามเนื้อหน้าท้องจะถูกยืดออก ทำให้ช่วยพยุงกระดูกสันหลังได้น้อยลง ภาระจึงตกอยู่ที่กล้ามเนื้อหลังมากขึ้น จึงเกิดอาการเมื่อยล้าและปวดหลังได้ง่าย
5. ท่าทางในชีวิตประจำวัน
การยืนนาน การนั่งหลังค่อม การยกของผิดท่า หรือการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม ล้วนเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ ทำให้อาการปวดหลังชัดเจนขึ้น
1. ปรับท่าทางให้ถูกต้อง
2. ออกกำลังกายสำหรับหญิงตั้งครรภ์
การออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง และเชิงกราน เช่น
3. ใช้หมอนช่วยรองรับเวลานอน
การนอนตะแคงซ้าย พร้อมใช้หมอนรองระหว่างเข่า รองหน้าท้อง หรือรองบริเวณเอว จะช่วยลดแรงดึงของกล้ามเนื้อหลัง ทำให้นอนหลับสบายขึ้น
4. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
หากจำเป็นต้องหยิบของจากพื้น ควรงอเข่าแทนการก้มหลังตรง และใช้แรงจากขาในการยก เพื่อลดแรงกดที่หลังส่วนล่าง
5. ประคบอุ่น
การประคบอุ่นบริเวณที่ปวดประมาณ 15–20 นาที สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและรู้สึกสบายขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนที่สูงเกินไป
6. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
การเพิ่มน้ำหนักตามคำแนะนำของสูติแพทย์ช่วยลดภาระของกระดูกสันหลัง และส่งเสริมสุขภาพของทั้งคุณแม่และทารก
แม้อาการปวดหลังส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ แต่หากพบอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์
อาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ เป็นอาการที่พบได้บ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน น้ำหนักตัว จุดศูนย์ถ่วงของร่างกาย และการทำงานของกล้ามเนื้อที่เปลี่ยนไปตามการเจริญเติบโตของทารก การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และเลือกท่าทางที่ถูกต้อง สามารถช่วยบรรเทาอาการและเพิ่มความสบายตลอดการตั้งครรภ์ได้ หากอาการมีความรุนแรงหรือมีอาการร่วมที่แตกต่างจากเดิม ควรเข้ารับการประเมินจากสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
ศูนย์สุขภาพสตรี
โทร. 0-2265-7777
อาการปวดหลังส่วนใหญ่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของการตั้งครรภ์ แต่การเข้าใจสาเหตุและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณแม่เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย และส่งเสริมสุขภาพตลอดการตั้งครรภ์
ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์จึงปวดหลัง?
อาการปวดหลังเกิดได้จากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงตั้งครรภ์ ได้แก่1. น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
เมื่อทารกเจริญเติบโต น้ำหนักของมดลูก รก น้ำคร่ำ และน้ำหนักตัวของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการปวดหรือเมื่อยล้าได้ง่าย
2. จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนไป
หน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้ร่างกายต้องปรับสมดุลโดยการเอนตัวไปด้านหลัง ส่งผลให้กระดูกสันหลังแอ่นมากขึ้น กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักตลอดเวลา จึงเกิดอาการปวดหลังตามมา
3. ฮอร์โมนที่ทำให้เอ็นและข้อต่อยืดหยุ่นมากขึ้น
ระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน Relaxin เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด ฮอร์โมนชนิดนี้ช่วยให้เอ็นและข้อต่อบริเวณอุ้งเชิงกรานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความมั่นคงของข้อต่อลดลง ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่างหรือสะโพกได้
4. กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานลดลง
เมื่อหน้าท้องขยายตัว กล้ามเนื้อหน้าท้องจะถูกยืดออก ทำให้ช่วยพยุงกระดูกสันหลังได้น้อยลง ภาระจึงตกอยู่ที่กล้ามเนื้อหลังมากขึ้น จึงเกิดอาการเมื่อยล้าและปวดหลังได้ง่าย
5. ท่าทางในชีวิตประจำวัน
การยืนนาน การนั่งหลังค่อม การยกของผิดท่า หรือการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม ล้วนเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ ทำให้อาการปวดหลังชัดเจนขึ้น
ปวดหลังช่วงไหนของการตั้งครรภ์พบได้บ่อย?
อาการปวดหลังสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แต่ส่วนใหญ่มักเริ่มชัดเจนใน- ไตรมาสที่ 2 ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง น้ำหนักเพิ่มขึ้น
- ไตรมาสที่ 3 หน้าท้องใหญ่ขึ้น การทรงตัวเปลี่ยน และกล้ามเนื้อหลังรับน้ำหนักมากขึ้น
ลักษณะอาการปวดหลังที่พบได้บ่อย
อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละคน เช่น- ปวดเมื่อยบริเวณหลังส่วนล่าง
- ปวดบริเวณสะโพกหรือก้น
- ปวดมากขึ้นเมื่อยืนนาน เดินนาน หรือเปลี่ยนท่าทาง
- รู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อหลัง
- อาการดีขึ้นเมื่อได้พักหรือเปลี่ยนอิริยาบถ
วิธีดูแลตนเองเมื่อมีอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์
แม้อาการปวดหลังจะพบได้บ่อย แต่สามารถดูแลและบรรเทาอาการได้หลายวิธี1. ปรับท่าทางให้ถูกต้อง
- ยืนหลังตรง
- หลีกเลี่ยงการแอ่นหลังมากเกินไป
- นั่งโดยมีพนักพิงรองรับหลัง
- วางเท้าทั้งสองข้างให้มั่นคงบนพื้น
2. ออกกำลังกายสำหรับหญิงตั้งครรภ์
การออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง และเชิงกราน เช่น
- เดิน
- ว่ายน้ำ
- โยคะสำหรับหญิงตั้งครรภ์
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
3. ใช้หมอนช่วยรองรับเวลานอน
การนอนตะแคงซ้าย พร้อมใช้หมอนรองระหว่างเข่า รองหน้าท้อง หรือรองบริเวณเอว จะช่วยลดแรงดึงของกล้ามเนื้อหลัง ทำให้นอนหลับสบายขึ้น
4. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
หากจำเป็นต้องหยิบของจากพื้น ควรงอเข่าแทนการก้มหลังตรง และใช้แรงจากขาในการยก เพื่อลดแรงกดที่หลังส่วนล่าง
5. ประคบอุ่น
การประคบอุ่นบริเวณที่ปวดประมาณ 15–20 นาที สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและรู้สึกสบายขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนที่สูงเกินไป
6. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
การเพิ่มน้ำหนักตามคำแนะนำของสูติแพทย์ช่วยลดภาระของกระดูกสันหลัง และส่งเสริมสุขภาพของทั้งคุณแม่และทารก
อาการแบบไหนที่ควรปรึกษาแพทย์?
แม้อาการปวดหลังส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ แต่หากพบอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์- ปวดหลังรุนแรงหรือปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ปวดร่วมกับมีไข้
- ปวดร่วมกับปัสสาวะแสบขัดหรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
- มีเลือดออกทางช่องคลอด
- มีน้ำใสไหลออกจากช่องคลอด
- ปวดเป็นจังหวะร่วมกับมดลูกหดรัดตัว
- ปวดร้าวลงขาพร้อมอ่อนแรงหรือชาบริเวณขา
คุณแม่สามารถลดโอกาสเกิดอาการปวดหลังได้หรือไม่?
แม้ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความรุนแรงของอาการได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม การปรับท่าทาง การพักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการฝากครรภ์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แพทย์ติดตามสุขภาพของคุณแม่และทารกได้อย่างใกล้ชิดอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ เป็นอาการที่พบได้บ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน น้ำหนักตัว จุดศูนย์ถ่วงของร่างกาย และการทำงานของกล้ามเนื้อที่เปลี่ยนไปตามการเจริญเติบโตของทารก การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และเลือกท่าทางที่ถูกต้อง สามารถช่วยบรรเทาอาการและเพิ่มความสบายตลอดการตั้งครรภ์ได้ หากอาการมีความรุนแรงหรือมีอาการร่วมที่แตกต่างจากเดิม ควรเข้ารับการประเมินจากสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
ศูนย์สุขภาพสตรี
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์สุขภาพสตรี
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 23/07/2026
แพทย์ผู้เขียน
พญ. กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์
ความถนัดเฉพาะทาง
แพทย์ทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์





