• banner

ท้องอืด อาการเป็นยังไง สาเหตุเกิดจากอะไร และวิธีแก้ไข

สำหรับท้องอืด อาการมีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น แน่นท้อง จุกเสียด เหมือนคนที่มีลมในท้องเยอะ แล้วมักจะเรอบ่อย ๆ ส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารเร็วเกินไป มีความเครียดสูง ของผู้หญิงอาจจะต้องเผชิญมากกว่าเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้รวมไปถึงปัญหาของระบบย่อยอาหาร และโรคอื่น ๆ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้โดยการปรับพฤติกรรมการกิน ไม่ทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส ลดเรื่องเครียด เลี่ยงการสูบบุหรี่ เป็นต้น

สารบัญ


อาการท้องอืด สังเกตได้จากอะไรบ้าง?

อาการท้องอืด สังเกตได้จากการแน่นท้อง ท้องตึง อึดอัด เหมือนมีลมหรือแก๊สอยู่เต็มท้อง บางครั้งท้องโตขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน รู้สึกไม่สบายตลอดทั้งวัน มักเกิดหลังมื้ออาหาร มาพร้อมกับเรอ ผายลม และปวดท้องเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในช่วงบ่าย

อาการท้องอืดที่พบบ่อย มีอะไรบ้าง?

อาการท้องอืดที่พบได้บ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • แน่นท้อง เรอบ่อย อึดอัดบริเวณช่องท้อง
  • จุกเสียดบริเวณลิ้นปี่
  • ผายลมเกิน 20 ครั้งต่อวัน
  • ท้องโตหรือดูบวม หลังมื้ออาหาร
  • ปวดท้องแบบบีบ ๆ เป็นพัก ๆ แต่ทุเลาลงหลังเรอหรือผายลม

ท้องอืดกับท้องเฟ้อ ต่างกันอย่างไร?

ท้องอืดกับท้องเฟ้อ มีอาการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

หัวข้อ ท้องอืด (Bloating) ท้องเฟ้อ (Flatulence)
อาการ อึดอัด แน่นท้อง ท้องป่อง ท้องแข็ง ผายลม เรอบ่อย บางครั้งอาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวร่วมด้วย
สาเหตุ มีแก๊สสะสมในกระเพาะและลำไส้มากเกินไป ลมหรือแก๊สสะสมในกระเพาะจากอาหารไม่ย่อย
ระดับความรุนแรง อาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ไม่มีอาการปวดท้อง

ท้องอืด เกิดจากอะไร

ท้องอืดเกิดจากอะไร? สาเหตุที่ทำให้ท้องอืดบ่อย

ท้องอืดเกิดจากอะไร? ท้องอืดเกิดจากการสะสมของลมหรือแก๊สในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีสาเหตุได้จากหลายปัจจัยทั้งพฤติกรรมการกิน ปัญหาการย่อย และโรคประจำตัว

พฤติกรรมการกินแบบไหนทำให้ท้องอืด?

พฤติกรรมการกินที่เพิ่มความเสี่ยงท้องอืด ได้แก่

  • กินเร็วและกลืนอาหารโดยไม่เคี้ยวให้ละเอียด ทำให้กลืนอากาศเข้าไปพร้อมอาหาร
  • ดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีแก๊สคาร์บอเนต ทำให้ลมในกระเพาะเพิ่มขึ้นทันที
  • รับประทานอาหารมัน ทอด หรือมีกากใยสูงมากเกินไปในคราวเดียว
  • เคี้ยวหมากฝรั่งหรือดูดอมยิ้มบ่อย ทำให้กลืนอากาศโดยไม่รู้ตัว
  • รับประทานอาหารในปริมาณมากเกินไปจนกระเพาะอาหารขยายเกินขีดจำกัด
  • นอนหลังมื้ออาหารทันที ทำให้การย่อยช้าลง

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย มักเกิดร่วมกัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่อาหารไม่ย่อย จะทำให้อาหารเกิดการตกค้าง และเมื่อมีแบคทีเรียในลำไส้ย่อยสลายไปแล้ว จะถูกเปลี่ยนเป็นแก๊สสะสม และส่งผลให้ท้องอืด จุดเสียด แน่นท้องตามมาได้


โรคอะไรบ้างที่ทำให้ท้องอืดเรื้อรัง?

หากท้องอืดบ่อยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจเกี่ยวข้องกับโรคเหล่านี้

  • โรคกรดไหลย้อน (GERD): กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นหลอดอาหาร ทำให้แน่นอก จุกเสียด และเรอบ่อย
  • ลำไส้แปรปรวน (IBS): ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวลำไส้ ทำให้ท้องอืด ปวดท้อง และถ่ายไม่ปกติ
  • ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กเพิ่มมากผิดปกติ (SIBO): แบคทีเรียเพิ่มจำนวนมากเกินในลำไส้เล็ก ผลิตแก๊สมากกว่าปกติ
  • นิ่วในถุงน้ำดี: ทำให้ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา แน่นท้องหลังกินอาหารมัน
  • ภาวะแพ้แลคโตส (Lactose Intolerance): ย่อยนมและผลิตภัณฑ์จากนมไม่ได้ ทำให้ท้องอืดและท้องเสีย
  • โรคกระเพาะอาหาร (Gastritis) หรือแผลในกระเพาะ: ทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ และแน่นท้องเรื้อรัง

วิธีแก้ท้องอืดด้วยตัวเอง ทำได้ที่บ้าน

วิธีแก้ท้องอืด หรืออาการพะอืดพะอม วิธีแก้ทำได้ด้วยตัวเองมักได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและวิธีการดูแลตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน โดยอาการมักดีขึ้นภายใน 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมงหลังดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

กินอะไรแก้ท้องอืดได้? และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารที่ช่วยแก้ท้องอืด เหตุผล อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
ขิง ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร และลดการอักเสบในทางเดินอาหาร น้ำอัดลม / เบียร์
ชาเปปเปอร์มินต์ ลดอาการบีบเกร็งของช่องท้อง ถั่ว กะหล่ำ บร็อคโคลี
โยเกิร์ต ช่วยปรับสมดุลลำไส้ อาหารทอด / อาหารที่มีความมันสูง
น้ำอุ่นผสมมะนาว กระตุ้นน้ำย่อย ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดี นมสด (กรณีแพ้แลคโตส)
กล้วย มีโพแทสเซียม ช่วยเพิ่มกากใย หัวหอม กระเทียมดิบ
แอปเปิลไซเดอร์วิเนการ์ผสมน้ำ ช่วยปรับ pH กระเพาะ กระตุ้นการย่อยอาหาร อาหารมีกากสูงมากเกินไป

วิธีไล่ลมในท้องด้วยตัวเอง

หากต้องเผชิญอาการท้องอืด อึดอัด หรือมีความรู้สึกแน่นท้องจากแก๊สในกระเพาะอาหาร ลองทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้เพื่อไล่ลมในท้องด้วยตัวเองเบื้องต้น

  • นวดท้องตามเข็มนาฬิกา: ใช้ฝ่ามือนวดวนจากด้านขวาล่างขึ้นบน แล้วข้ามไปด้านซ้ายลงล่าง ประมาณ 10-15 รอบ ทำให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดีขึ้น และขับลมได้ค่อนข้างดี
  • ท่านอนดึงเข่าชิดอก: นอนหงาย ดึงเข่าทั้งสองข้างเข้าหาอก ค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำ 3-5 รอบ เพื่อช่วยลดความอึดอัดและระบายแก๊สในช่องท้อง
  • ท่าเด็ก: คุกเข่า ก้มตัวลงให้หน้าผากแตะพื้น และเหยียดแขนไปข้างหน้า ค้างไว้ 1-2 นาที เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณช่องท้อง
  • เดินเบา ๆ: เดินแกว่งแขนเบา ๆ 10-15 นาทีโดยประมาณ จะช่วยทำให้ลำไส้มีการไล่ลมออกตามธรรมชาติ
  • ดื่มชาอุ่น ๆ: แนะนำให้จิบชาขิงหรือเปปเปอร์มินต์อุ่น ๆ ซึ่งจะช่วยคลายกล้ามเนื้อลำไส้และสามารถขับแก๊สส่วนเกินได้ดียิ่งขึ้น

ท้องอืดเรื้อรัง ต่างจากท้องอืดธรรมดายังไง

ท้องอืดเรื้อรัง ต่างจากท้องอืดธรรมดาอย่างไร?

ท้องอืดธรรมดามักหายเองภายใน 2-4 ชั่วโมง แต่ท้องอืดเรื้อรัง คือ อาการที่เกิดขึ้นบ่อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันนานกว่า 4 สัปดาห์ หรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาการแบบนี้มักบ่งบอกถึงความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์โดยตรง

ท้องอืดบ่อย ควรตรวจอะไรบ้าง?

สิ่งที่ควรตรวจเมื่อมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ ได้แก่

  • การตรวจอุจจาระ: ตรวจหาเลือดในอุจจาระ
  • ตรวจผ่านลมหายใจ (Urea Breath Test): ตรวจหาแบคทีเรีย H. pylori
  • Ultrasound ช่องท้อง: ตรวจตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน และอวัยวะในช่องท้อง
  • ส่องกล้องกระเพาะ (Gastroscopy): ตรวจดูกระเพาะและลำไส้เล็กตอนต้นโดยตรง
  • ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy): กรณีสงสัยปัญหาลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งลำไส้

ท้องอืดแบบไหนที่ต้องพบแพทย์ทันที?

แม้ท้องอืดส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่มีสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หากพบอาการเหล่านี้

  • ปวดท้องรุนแรงและเฉียบพลัน ไม่ดีขึ้นหลังเรอหรือผายลม
  • ท้องแข็ง กดเจ็บมาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของช่องท้องอักเสบ
  • อาเจียนซ้ำ ๆ โดยเฉพาะอาเจียนเป็นสีเขียวหรือน้ำตาล
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • ถ่ายเป็นเลือด หรืออุจจาระมีสีดำเหมือนน้ำมันดิน
  • ผิวหนังหรือตาเหลือง อาจเกี่ยวข้องกับตับหรือถุงน้ำดี
  • มีไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับปวดท้องเรื้อรัง

ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารของโรงพยาบาลวิชัยยุทธพร้อมให้คำปรึกษาและวินิจฉัยอาการท้องอืดเรื้อรัง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการท้องอืด

ท้องอืดหลังกินข้าวทุกมื้อ เป็นสัญญาณของโรคอะไร?

ท้องอืดหลังกินอาหารทุกมื้อ เป็นสัญญาณของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis) โรคกรดไหลย้อน (GERD) หรือโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) นอกจากนี้ อาจเกิดจากการแพ้อาหารบางชนิด เช่น แพ้กลูเตนหรือแลคโตสได้เช่นเดียวกัน

น้ำอัดลมและโปรตีนเชคทำให้ท้องอืดจริงไหม?

จริง น้ำอัดลมมีส่วนที่ทำให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะอาหาร ส่วนโปรตีนเชค บางชนิดมีแลคโตสหรือสารให้ความหวานที่ลำไส้ย่อยยาก ส่งผลให้แบคทีเรียผลิตแก๊สออกมามากผิดปกติ ถ้าหากมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ ควรลองเปลี่ยนเป็นโปรตีนสูตรปราศจากแลคโตส (Lactose-free)

โพรไบโอติกส์ช่วยแก้ท้องอืดได้ไหม?

โพรไบโอติกส์ช่วยแก้ท้องอืดได้ โดยเฉพาะท้องอืดที่เกิดจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ เช่น หลังกินยาปฏิชีวนะ หรือในผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน แต่สุดท้ายแล้วแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อการรับประทานที่เหมาะสมกับอาการของแต่ละบุคคล

ออกกำลังกายช่วยลดอาการท้องอืดได้ไหม?

ออกกำลังกายช่วยได้แน่นอน โดยเฉพาะการเดิน วิ่งเบา ๆ หรือโยคะ จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และเร่งการระบายแก๊สออก แต่ข้อสำคัญ คือ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันทีหลังมื้ออาหาร เพราะอาจทำให้คลื่นไส้และไม่สบายท้องได้

ท้องอืดระหว่างมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์ ดูแลตัวเองได้อย่างไร?

ภาวะนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำให้ลำไส้บีบตัวช้าลง เบื้องต้นแพทย์แนะนำให้ปรับพฤติกรรมโดยแบ่งรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส ดื่มน้ำให้เพียงพอ และขยับร่างกายเบา ๆ แต่หากปวดท้องรุนแรงผิดปกติควรรีบพบแพทย์

ท้องอืดแล้วน้ำหนักลด อันตรายไหม?

ท้องอืดร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถือเป็น "สัญญาณเตือนอันตราย" ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจมีความเสี่ยงของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งระบบทางเดินอาหาร

ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 07/08/2026

แพทย์ผู้เขียน

นพ. ภูริกร เฟื่องวรรธนะ

img

ความถนัดเฉพาะทาง

อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา

โปรแกรมอื่นๆ