• banner

ใครบ้างเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก? เช็กปัจจัยเสี่ยงก่อนสายเกินไป

เมื่อพูดถึงโรคมะเร็งในผู้หญิง หลายคนมักนึกถึงมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับแรก แต่ "มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก" (Endometrial Cancer) ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และมีแนวโน้มพบเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

สิ่งสำคัญคือ โรคนี้มักส่งสัญญาณให้สังเกตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากรู้จักปัจจัยเสี่ยงและเข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติ ก็ช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม


มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก คืออะไร?

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์บริเวณเยื่อบุด้านในของโพรงมดลูก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่หนาตัวและหลุดลอกตามรอบเดือนในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์

โรคนี้พบได้มากในผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน แม้จะพบได้น้อยในผู้หญิงอายุน้อย แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงบางประการ ก็สามารถเกิดโรคได้เช่นกัน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก?

แม้โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่จะพบมากในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้

1. ผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือหลังหมดประจำเดือน
อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากเซลล์ในร่างกายผ่านการแบ่งตัวมาเป็นเวลานาน ทำให้โอกาสเกิดความผิดปกติของเซลล์เพิ่มขึ้น หากมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน แม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ

2. ผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือมีน้ำหนักเกิน
ไขมันในร่างกายสามารถเปลี่ยนฮอร์โมนบางชนิดให้กลายเป็น เอสโตรเจน (Estrogen) ได้มากขึ้น เมื่อร่างกายได้รับเอสโตรเจนต่อเนื่องโดยไม่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมาช่วยปรับสมดุล อาจกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ และเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งได้ ผู้ที่มีค่า BMI สูง จึงควรดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

3. ผู้ที่มีประจำเดือนผิดปกติหรือไม่มีการตกไข่เป็นประจำ
ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือมีประจำเดือนมาห่างเป็นเวลานาน มักมีการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื่อง จึงมีโอกาสเกิดความผิดปกติของเซลล์ได้มากขึ้น

4. ผู้ที่ไม่เคยตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายได้รับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในระดับสูง ซึ่งช่วยลดการกระตุ้นของเยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นผู้ที่ไม่เคยตั้งครรภ์จึงอาจมีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มที่เคยตั้งครรภ์

5. ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด
โรคบางชนิดสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ได้แก่
    • โรคเบาหวาน
    • ความดันโลหิตสูง
    • กลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome)
โรคเหล่านี้มักพบร่วมกับภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงของโรค

6. ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียว
การใช้ฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือนที่มีเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีโปรเจสเตอโรนร่วมอาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากขึ้น การใช้ฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อเลือกชนิดและระยะเวลาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

7. ผู้ที่ใช้ยา Tamoxifen
Tamoxifen เป็นยาที่ใช้รักษามะเร็งเต้านมบางชนิด แม้จะช่วยลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านม แต่ในบางรายอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูก ผู้ที่ใช้ยาชนิดนี้ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกทางช่องคลอด และเข้ารับการตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

8. ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งบางชนิด

หากมีญาติสายตรง เช่น แม่ พี่สาว หรือน้องสาว เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมีประวัติ Lynch Syndrome ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการตรวจติดตาม

อาการที่ควรสังเกต

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก คือ
  • เลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน
  • ประจำเดือนมามากกว่าปกติ หรือมานานผิดปกติ
  • มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน
  • มีตกขาวปนเลือดหรือมีสีน้ำตาล
  • ปวดท้องน้อยหรือปวดเชิงกรานเรื้อรัง
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ในบางราย
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคทางนรีเวชหลายชนิด ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง


สามารถป้องกันความเสี่ยงได้อย่างไร?

แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เช่น
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • รับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ และธัญพืชหลากหลาย
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
  •     • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ฮอร์โมนทดแทน
  • พบสูตินรีแพทย์เมื่อมีเลือดออกผิดปกติ แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย

แพทย์วินิจฉัยโรคอย่างไร?

เมื่อผู้ป่วยมีอาการหรือมีปัจจัยเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
  • ตรวจภายใน
  • อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound)
  • ตัดชิ้นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial Biopsy)
  • ส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy) ในบางกรณี
การตรวจแต่ละวิธีจะขึ้นอยู่กับอายุ อาการ และดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่เหมาะสมที่สุด

การรู้ปัจจัยเสี่ยง คือจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพผู้หญิง

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นโรคที่สามารถส่งสัญญาณผ่านอาการผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะเลือดออกหลังหมดประจำเดือน หรือเลือดออกผิดปกติในช่วงวัยเจริญพันธุ์

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และเข้ารับการตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้ จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล


ศูนย์สุขภาพสตรี
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์สุขภาพสตรี
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 23/07/2026

แพทย์ผู้เขียน

พญ. กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์

img

ความถนัดเฉพาะทาง

แพทย์ทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา