ปวดหัวบ่อย อาจไม่ใช่แค่พักผ่อนน้อย
ปวดหัวบ่อย อาจไม่ใช่แค่พักผ่อนน้อย
หลายคนเคยรู้สึก “ปวดหัว” หลังจากนอนดึก ทำงานหนัก หรือใช้สายตากับหน้าจอนานเกินไป จนคิดว่าแค่พักผ่อนให้เพียงพอก็น่าจะดีขึ้น แต่หากอาการปวดหัวเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน อาการนี้อาจกำลังเป็นสัญญาณจากร่างกายที่ควรใส่ใจมากขึ้น
อาการปวดหัวมีหลายรูปแบบ ทั้งปวดตื้อ ปวดตุบ ๆ ปวดข้างเดียว หรือปวดร้าวไปบริเวณคอและบ่า ซึ่งสาเหตุของอาการก็แตกต่างกันไป ตั้งแต่ความเครียด ไมเกรน ภาวะสายตาผิดปกติ ไปจนถึงโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและหลอดเลือด
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า “ปวดหัวบ่อย” เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหนที่ควรพบแพทย์ และดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะสม
หากเริ่มมีอาการปวดหัวบ่อยขึ้น ปวดรุนแรง หรือมีอาการร่วมผิดปกติ การเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ดูแลสุขภาพได้ตรงจุด และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
ศูนย์์อายุรกรรม
โทร. 0-2265-7777
หลายคนเคยรู้สึก “ปวดหัว” หลังจากนอนดึก ทำงานหนัก หรือใช้สายตากับหน้าจอนานเกินไป จนคิดว่าแค่พักผ่อนให้เพียงพอก็น่าจะดีขึ้น แต่หากอาการปวดหัวเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน อาการนี้อาจกำลังเป็นสัญญาณจากร่างกายที่ควรใส่ใจมากขึ้น
อาการปวดหัวมีหลายรูปแบบ ทั้งปวดตื้อ ปวดตุบ ๆ ปวดข้างเดียว หรือปวดร้าวไปบริเวณคอและบ่า ซึ่งสาเหตุของอาการก็แตกต่างกันไป ตั้งแต่ความเครียด ไมเกรน ภาวะสายตาผิดปกติ ไปจนถึงโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและหลอดเลือด
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า “ปวดหัวบ่อย” เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหนที่ควรพบแพทย์ และดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะสม
สารบัญ
- ปวดหัวบ่อย เกิดจากอะไรได้บ้าง?
- สัญญาณแบบไหน ควรพบแพทย์?
- วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการปวดหัวบ่อย
- การตรวจวินิจฉัยอาการปวดหัวทำอย่างไร?
- ปวดหัวบ่อย อย่าปล่อยให้กระทบคุณภาพชีวิต
ปวดหัวบ่อย เกิดจากอะไรได้บ้าง?
-
ปวดหัวจากความเครียด (Tension Headache)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดจากการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม หรือการนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ ลักษณะอาการ ได้แก่- ปวดตื้อ ๆ เหมือนมีอะไรรัดรอบศีรษะ
- ปวดบริเวณหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย
- อาจมีอาการตึงคอ บ่า และไหล่ร่วมด้วย
- อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อนหรือผ่อนคลายความเครียด
-
ไมเกรน (Migraine)
ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวที่พบได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยทำงานและผู้หญิง ลักษณะเด่นของไมเกรน ได้แก่- ปวดตุบ ๆ และมักปวดข้างเดียว
- ปวดนานหลายชั่วโมงถึงหลายวัน
- ไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่น
- อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย
- บางคนอาจมีอาการเตือนก่อนปวด เช่น เห็นแสงวูบวาบ ชามือ หรือมองภาพไม่ชัด
-
ปวดหัวจากการใช้สายตาหนัก
การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือแท็บเล็ตต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อรอบศีรษะทำงานหนัก อาการที่พบได้ เช่น- ปวดรอบดวงตา
- ปวดบริเวณหน้าผาก
- ตาล้า ตาแห้ง หรือมองไม่ชัด
- พบได้มากขึ้นในผู้ที่มีค่าสายตาผิดปกติแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
-
ปวดหัวจากไซนัสอักเสบ
หากมีอาการปวดบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก หรือรอบดวงตา ร่วมกับคัดจมูก น้ำมูกข้น หรือแน่นจมูก อาจเกี่ยวข้องกับไซนัสอักเสบ อาการมักเป็นมากขึ้นเวลาก้มหน้า หรือในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง -
ปวดหัวจากโรคหรือภาวะอื่น ๆ
ในบางกรณี อาการปวดหัวอาจสัมพันธ์กับภาวะทางสุขภาพ เช่น- ความดันโลหิตสูง
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง
- ภาวะติดเชื้อบางชนิด
สัญญาณแบบไหน ควรพบแพทย์?
อาการปวดหัวบางลักษณะควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้- ปวดหัวบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดต่อเนื่องหลายวัน
- ปวดรุนแรงเฉียบพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- มีไข้ คอแข็ง หรืออ่อนแรงร่วมด้วย
- พูดไม่ชัด แขนขาชา หรือเดินเซ
- มองเห็นผิดปกติ หรือหมดสติ
- ปวดหัวหลังเกิดอุบัติเหตุ
- รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการปวดหัวบ่อย
แม้อาการปวดหัวหลายประเภทสามารถดูแลเบื้องต้นได้ แต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดอาการซ้ำได้เช่นกัน-
นอนหลับให้เพียงพอ
ควรนอนวันละประมาณ 7–9 ชั่วโมง และพยายามเข้านอนให้เป็นเวลา -
ลดความเครียด
การพักสายตา ยืดกล้ามเนื้อ เดินเล่น หรือทำกิจกรรมผ่อนคลาย จะช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอได้ -
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ภาวะขาดน้ำเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดหัวได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานหนักหรืออยู่ในห้องปรับอากาศตลอดทั้งวัน -
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมกระตุ้นอาการ
- นอนดึก
- อดอาหาร
- ดื่มคาเฟอีนมากเกินไป
- ใช้หน้าจอต่อเนื่องเป็นเวลานาน
-
ไม่ใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันบ่อยเกินไป
การรับประทานยาแก้ปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (Medication Overuse Headache) ได้
การตรวจวินิจฉัยอาการปวดหัวทำอย่างไร?
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอาการอย่างละเอียด เช่น- ลักษณะของอาการปวด
- ความถี่ของอาการ
- ระยะเวลาที่ปวด
- ปัจจัยกระตุ้น
- โรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่
- ตรวจวัดสายตา
- ตรวจเลือด
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan)
- ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI)
ปวดหัวบ่อย อย่าปล่อยให้กระทบคุณภาพชีวิต
อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่บางครั้งก็อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพในด้านอื่นที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมหากเริ่มมีอาการปวดหัวบ่อยขึ้น ปวดรุนแรง หรือมีอาการร่วมผิดปกติ การเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ดูแลสุขภาพได้ตรงจุด และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
ศูนย์์อายุรกรรม
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์อายุรกรรม
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 29/05/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. ดำเกิง ตันธรรมจาริก
ความถนัดเฉพาะทาง
อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ





