• banner

ตรวจการทำงานของตับสำคัญอย่างไร

ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานเงียบ ๆ แต่หนักมากในแต่ละวัน ตั้งแต่ช่วยกำจัดสารพิษ จัดการไขมันและน้ำตาล สร้างโปรตีนสำคัญ ไปจนถึงช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือด หลายคนจึงมักเพิ่งนึกถึงสุขภาพตับ ตอนเจอผลเลือดค่าตับสูง หรือเริ่มมีอาการบางอย่างที่รบกวนชีวิตประจำวัน

การตรวจการทำงานของตับคืออะไร?

ที่หลายคนเรียกกันว่า “ตรวจค่าตับ” หรือ LFTs (Liver Function Tests) คือ การตรวจเลือดหลายค่า เพื่อประเมินว่า
  • มีการระคายเคือง บาดเจ็บของเซลล์ตับหรือไม่
  • การไหลของน้ำดีเป็นปกติหรือเปล่า
  • ตับทำหน้าที่สร้างโปรตีนและช่วยการแข็งตัวของเลือดได้ดีแค่ไหน
ตัวอย่างค่าที่พบบ่อยในใบผลตรวจ ได้แก่ ALT, AST, ALP, GGT, Bilirubin, Albumin และบางกรณีอาจดู PT/INR เพิ่มเติม เพื่อช่วยประเมินภาพรวมของการทำงานตับมากขึ้น

อ่านค่าตับแบบเข้าใจง่าย แต่ละค่าบอกอะไร?

1) ALT / AST
บอกถึงการบาดเจ็บของเซลล์ตับ แต่ระดับที่สูงไม่ได้แปลว่าความรุนแรงต้องมากเสมอไป ต้องดูร่วมกับอาการ ประวัติ และค่าอื่น ๆ
2) ALP / GGT
ช่วยบอกเรื่องท่อน้ำดี การคั่งของน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี ท่อน้ำดีอักเสบ หรือปัจจัยอื่น ๆ
3) Bilirubin (บิลิรูบิน)
เกี่ยวข้องกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม และภาวะคั่งน้ำดี การทำงานของตับบางส่วน
4) Albumin และ PT/INR
บอกถึงสมรรถนะการทำงานของตับในการสร้างโปรตีน และระบบการแข็งตัวของเลือด ซึ่งมีความหมายมากเมื่อใช้ประเมินภาพรวมทางคลินิก
หมายเหตุสำคัญ: ค่าตับปกติไม่ได้ตัดโรคตับได้ทั้งหมด และค่าตับสูงก็มีหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรง เช่น พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายหนัก ไปจนถึงโรครุนแรงที่ควรประเมินต่อโดยแพทย์

ใครบ้างที่ควรตรวจการทำงานของตับ?

  • ผู้มีน้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูง น้ำตาลสูง เบาหวาน เพราะสัมพันธ์กับภาวะไขมันพอกตับได้บ่อย
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือมีช่วงที่ดื่มถี่ขึ้น
  • ทานยา สมุนไพร อาหารเสริมต่อเนื่อง
  • มีอาการที่สัมพันธ์กับโรคตับ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร แน่นท้องด้านขวาบน คลื่นไส้ ผิว/ตาออกเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คันตามตัว
  • เคยมีประวัติไวรัสตับอักเสบบี หรือซี

ตรวจแล้ว “ผิดปกติ” ต้องทำอย่างไรต่อ?

สิ่งที่แพทย์มักทำต่อจากผล LFT ที่ผิดปกติ คือ
1. ซักประวัติแบบละเอียดเพื่อหาสาเหตุ เช่น จากยา อาหารเสริม แอลกอฮอล์ โรคประจำตัว น้ำหนัก การนอน
2. ตรวจซ้ำ ติดตามแนวโน้ม ดูว่าค่าตับสูงขึ้นหรือไม่
3. พิจารณาตรวจเพิ่มตามความเหมาะสม เช่น
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบบีหรือซี (HBV/HCV)
  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง หรือเครื่องมือประเมินพังผืดตับ (FibroScan)

เตรียมตัวก่อนตรวจค่าตับ ทำอย่างไรเพื่อให้ผลใกล้เคียงความจริงที่สุด?

  • แจ้งแพทย์ เรื่องยาที่ใช้ประจำ อาหารเสริม สมุนไพร
  • หากมีโปรแกรมตรวจสุขภาพที่รวมไขมัน น้ำตาล อาจมีคำแนะนำเรื่องดอาหารก่อนเจาะเลือด ตามแพ็กเกจของแต่ละสถานพยาบาล
  • เลี่ยงแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักมากในช่วงก่อนตรวจ เพราะอาจทำให้ค่าเอนไซม์เพี้ยนได้
  • ถ้ามีอาการผิดปกติชัดเจน ควรตรวจตามนัดและให้แพทย์ประเมินร่วมกับอาการเป็นหลัก

ดูแลตับในชีวิตประจำวัน 6 ข้อที่ทำได้จริง

  • คุมรอบเอว น้ำหนัก ด้วยการรับประทานอาหารพอดีและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ลดหวานจัด มันจัด ของทอด เพิ่มผัก โปรตีน
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์
  • ใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำ และระวังการใช้อาหารเสริม
  • นอนให้พอ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะตับและระบบเผาผลาญเชื่อมโยงกับการพักผ่อน
  • ตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี

ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 24/12/2025

แพทย์ผู้เขียน

นพ. เกษม แสงหิรัญวัฒนา

img

ความถนัดเฉพาะทาง

อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา

โปรแกรมอื่นๆ