ไข้หวัดใหญ่กับภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ
หลายคนมักมองว่า “ไข้หวัดใหญ่” เป็นเพียงโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ทำให้มีไข้ ปวดเมื่อย ไอ หรือเจ็บคอ และเมื่ออาการดีขึ้นก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ในความเป็นจริง ไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะระบบทางเดินหายใจเท่านั้น เพราะเชื้อไวรัสสามารถกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย และส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันลดลง การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจตามมาได้
สารบัญ
- ไข้หวัดใหญ่ส่งผลต่อหัวใจได้อย่างไร?
- ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจที่อาจพบจากไข้หวัดใหญ่
- ใครบ้างที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?
- สัญญาณที่ควรพบแพทย์
- วิธีลดความเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่และภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ
ไข้หวัดใหญ่ส่งผลต่อหัวใจได้อย่างไร?
เมื่อร่างกายติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองด้วยการหลั่งสารอักเสบจำนวนมากเพื่อกำจัดเชื้อโรค แม้จะเป็นกลไกตามปกติของร่างกาย แต่ในบางราย การอักเสบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อหัวใจและหลอดเลือดได้
นอกจากนี้ ขณะเจ็บป่วยร่างกายจะมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ หากผู้ป่วยมีโรคหัวใจอยู่เดิม อาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้
งานวิจัยหลายฉบับพบว่า ความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายอาจเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันแรกหลังการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด
ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจที่อาจพบจากไข้หวัดใหญ่
1. กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis)
ภาวะนี้เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด รวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่
อาการที่อาจพบ ได้แก่
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
- หายใจไม่สะดวก
- ใจสั่น
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- อ่อนเพลียมากกว่าปกติ
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไม่ชัดเจนในระยะแรก ทำให้เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการจากไข้หวัดใหญ่ทั่วไป
2. ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
การอักเสบในร่างกายสามารถกระตุ้นให้คราบไขมันภายในหลอดเลือดเกิดความไม่เสถียร และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันเฉียบพลันได้
อาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- เจ็บร้าวไปที่แขน คอ หรือกราม
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- หายใจลำบาก
- เวียนศีรษะหรือหน้ามืด
หากมีอาการดังกล่าว ควรเข้ารับการรักษาโดยเร็ว
3. ภาวะหัวใจล้มเหลวกำเริบ
ในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวอยู่เดิม การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนเกิดการกำเริบของโรค
อาการที่พบได้ ได้แก่
- เหนื่อยง่ายขึ้น
- หอบเหนื่อยเมื่อนอนราบ
- ขาบวมหรือเท้าบวม
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการคั่งของน้ำ
4. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ภาวะอักเสบ ไข้สูง หรือความผิดปกติของระดับเกลือแร่ในร่างกายระหว่างการเจ็บป่วย อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
ผู้ป่วยอาจรู้สึกใจสั่น หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ วิงเวียน หน้ามืด หรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ใครบ้างที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?
แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจจากไข้หวัดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่กลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
- ผู้ที่มีภาวะอ้วน
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันลดลง
- หญิงตั้งครรภ์
หากอยู่ในกลุ่มดังกล่าวและมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ
สัญญาณที่ควรพบแพทย์
ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ หากพบอาการต่อไปนี้
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หายใจลำบาก
- เหนื่อยมากผิดปกติ
- ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือหมดสติ
- อาการไข้หวัดใหญ่ไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงมากขึ้น
การได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
วิธีลดความเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่และภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ
1. ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
นอกจากนี้ หลักฐานทางการแพทย์ยังพบว่า การได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของเหตุการณ์ทางหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยบางกลุ่มได้อีกด้วย
2. ดูแลสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ
- ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ
- สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วยหรืออยู่ในพื้นที่แออัด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น
- พักผ่อนให้เพียงพอ
3. ควบคุมโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งและติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และช่วยให้ร่างกายพร้อมรับมือกับการติดเชื้อได้ดียิ่งขึ้น
ไข้หวัดใหญ่อาจกระทบหัวใจ รู้ทันช่วยลดความเสี่ยง
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่หลายคนคุ้นเคย แต่ผลกระทบของโรคอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาการไข้ ไอ หรือเจ็บคอเท่านั้น ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภาวะหัวใจล้มเหลวกำเริบ และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การสังเกตอาการอย่างเหมาะสม เข้ารับการประเมินจากแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติ รวมถึงการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพหัวใจและลดความเสี่ยงจากโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการไข้หวัดใหญ่ร่วมกับอาการเหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หรือมีโรคหัวใจอยู่เดิม ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
โทร. 0-2265-7777





