กรนแบบไหน ถึงควรตรวจ Sleep Test
เสียงกรนเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย หลายคนอาจกรนเป็นบางคืน โดยเฉพาะวันที่เหนื่อยมาก นอนหงาย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีอาการคัดจมูก แต่ถ้าเสียงกรนเกิดขึ้นเป็นประจำและมีอาการบางอย่างร่วมด้วย เช่น มีช่วงเงียบเหมือนหยุดหายใจ สะดุ้งตื่นกลางดึก หรือกลางวันง่วงมากทั้งที่คิดว่านอนเพียงพอ ลักษณะเหล่านี้อาจบอกได้ว่า การกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเสียง แต่อาจสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “กรนดังแค่ไหน” แต่คือ ระหว่างที่กรน เรายังหายใจและนอนหลับได้ดีตลอดทั้งคืนหรือไม่
บางคนอาจมีเพียงอาการกรนโดยไม่มีความผิดปกติของการหายใจ แต่ในบางคนทางเดินหายใจอาจตีบแคบมากขึ้นจนลมหายใจผ่านได้น้อย หรือปิดกั้นเป็นช่วง ๆ ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) ได้
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำหลายครั้งตลอดคืน การนอนจะถูกทำให้สะดุดเป็นระยะ แม้เจ้าตัวจะจำไม่ได้ว่าตื่นขึ้นมากี่ครั้งก็ตาม ผลที่ตามมาคือ ตื่นมาแล้วรู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ ง่วงหรือมึนศีรษะระหว่างวัน สมาธิลดลง หรือปวดศีรษะในตอนเช้าได้
1. กรนเสียงดังเป็นประจำ
ถ้ากรนเสียงดังเกือบทุกคืน หรือเสียงกรนดังจนคนในครอบครัวสังเกตเห็น ควรนำข้อมูลนี้มาประกอบการประเมิน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอื่นร่วมด้วย เพราะการกรนเสียงดังเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
2. กรนสลับกับช่วงเงียบเหมือนหยุดหายใจ
อาการนี้มักเป็นสิ่งที่คู่นอนหรือคนในครอบครัวสังเกตเห็นก่อนเจ้าตัว เช่น กำลังกรนอยู่แล้วเสียงเงียบไปชั่วขณะ ก่อนกลับมาหายใจแรง กรนดัง หรือเฮือกขึ้นมา หากพบลักษณะเช่นนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม เพราะเป็นหนึ่งในอาการสำคัญที่สัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
3. สะดุ้งตื่น หายใจเฮือก หรือรู้สึกเหมือนสำลักระหว่างนอน
บางคนไม่ได้รู้ตัวว่าหยุดหายใจ แต่จะจำได้ว่าตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับหายใจแรง หายใจเฮือก หรือรู้สึกเหมือนสำลัก หากเกิดขึ้นบ่อยร่วมกับการกรน ควรได้รับการประเมินรูปแบบการหายใจระหว่างหลับ
4. นอนหลายชั่วโมง แต่ตื่นมาแล้วยังไม่สดชื่น
ถ้านอนในระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว แต่ตอนเช้ายังรู้สึกเหมือนพักผ่อนไม่เต็มที่ หรือมีอาการปวดศีรษะ ปากแห้ง อ่อนเพลีย อาจต้องมองต่อไปถึง “คุณภาพ” ของการนอน เพราะการหายใจที่ติดขัดซ้ำ ๆ สามารถรบกวนการนอนตลอดทั้งคืนได้
5. ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน
อาการง่วงหลังอาหารหรือในวันที่พักผ่อนน้อยสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่ถ้าง่วงเป็นประจำจนเผลอหลับขณะประชุม ดูโทรทัศน์ ทำงาน หรือรู้สึกง่วงขณะขับรถ ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม โดยเฉพาะอาการง่วงขณะขับรถ ควรให้ความสำคัญ เพราะความง่วงที่เกิดจากการนอนหลับไม่มีคุณภาพสามารถส่งผลต่อสมาธิและการตอบสนองระหว่างวันได้
6. มีปัจจัยเสี่ยงร่วมกับการกรน
แพทย์จะพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้ดูจากเสียงกรนเพียงอย่างเดียว เช่น น้ำหนักตัวและรอบคอ โครงสร้างของทางเดินหายใจ อายุ รวมถึงโรคประจำตัวและประวัติสุขภาพของแต่ละคน ดังนั้น หากมีอาการกรนร่วมกับอาการผิดปกติระหว่างนอนหรืออาการง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน การเข้ารับการประเมินจะช่วยให้ทราบว่าควรตรวจ Sleep Test หรือไม่
Sleep Test หรือการตรวจการนอนหลับ เป็นการบันทึกการทำงานของร่างกายระหว่างที่เราหลับ เพื่อดูว่าเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่เจ้าตัวไม่สามารถสังเกตตัวเองได้
การตรวจแบบ Polysomnography สามารถบันทึกข้อมูลหลายด้าน เช่น คลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ ลักษณะการหายใจ การเคลื่อนไหวของตาและขา รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนอน
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจ หายใจแผ่วผิดปกติหรือติดขัดระหว่างหลับหรือไม่ เกิดบ่อยเพียงใด และมีผลต่อระดับออกซิเจนและคุณภาพการนอนมากน้อยแค่ไหน
หนึ่งในค่าที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย คือ Apnea-Hypopnea Index (AHI) ซึ่งแสดงจำนวนครั้งเฉลี่ยต่อชั่วโมงที่เกิดภาวะหยุดหายใจหรือหายใจแผ่วผิดปกติระหว่างหลับ โดยแพทย์จะนำผลดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
การตรวจที่บ้านมักใช้อุปกรณ์และตัววัดน้อยกว่าการตรวจ Polysomnography แบบเต็มรูปแบบ จึงไม่ได้เหมาะกับทุกกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือสงสัยความผิดปกติของการนอนประเภทอื่นร่วมด้วย แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการตรวจแบบใดเหมาะสมกับแต่ละคน
หากคุณกรนเป็นประจำและมีอาการร่วม เช่น มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจ หายใจเฮือก ตื่นบ่อย ปวดศีรษะตอนเช้า มีอาการง่วงมากหรือมึนศีรษะในเวลากลางวัน การพบแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณา Sleep Test จะช่วยให้เข้าใจคุณภาพการนอนและลักษณะการหายใจของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น และนำไปสู่แนวทางดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน
ไม่จำเป็นทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะการกรน อาการร่วม ปัจจัยเสี่ยง ประวัติสุขภาพ และการตรวจร่างกาย หากสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจึงพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม
กรนไม่ดังมาก สามารถมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ไหม?
ความดังของเสียงกรนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันหรือแยกภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ จึงต้องดูอาการอื่นและผลการประเมินร่วมกัน ผู้สูงอายุแรงหายใจมักแผ่วลงกว่าคนอายุน้อย เสียงกรนจะเบาลง จนบางคนแทบไม่กรน
ไม่มีคนนอนข้าง ๆ จะรู้ได้อย่างไรว่าควรตรวจ?
สังเกตอาการหลังตื่นและระหว่างวัน เช่น ตื่นแล้วไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า ปากแห้ง ง่วงมากผิดปกติ หรือสมาธิลดลง หากเกิดเป็นประจำสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินได้
Sleep Test เจ็บไหม?
การตรวจการนอนหลับเป็นการติดอุปกรณ์ตรวจวัดและเซนเซอร์ตามตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อบันทึกข้อมูลระหว่างหลับ โดยทั่วไปไม่ได้เป็นการตรวจที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่อาจรู้สึกไม่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ในคืนที่ตรวจ
ถ้าคืนตรวจนอนไม่หลับ จะตรวจได้ไหม?
ไม่จำเป็นต้องหลับครบตลอดทั้งคืนจึงจะได้ข้อมูลเสมอไป ทีมแพทย์จะประเมินว่าระยะเวลาการนอนและข้อมูลที่บันทึกได้เพียงพอต่อการแปลผลหรือไม่
ศูนย์อายุรกรรม
โทร. 0-2265-7777
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “กรนดังแค่ไหน” แต่คือ ระหว่างที่กรน เรายังหายใจและนอนหลับได้ดีตลอดทั้งคืนหรือไม่
ทำไมถึงนอนกรน?
เสียงกรนเกิดจากอากาศที่ผ่านทางเดินหายใจส่วนบนซึ่งแคบลงในขณะหลับ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่เกิดการสั่นจนเป็นเสียงขึ้นมาบางคนอาจมีเพียงอาการกรนโดยไม่มีความผิดปกติของการหายใจ แต่ในบางคนทางเดินหายใจอาจตีบแคบมากขึ้นจนลมหายใจผ่านได้น้อย หรือปิดกั้นเป็นช่วง ๆ ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) ได้
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำหลายครั้งตลอดคืน การนอนจะถูกทำให้สะดุดเป็นระยะ แม้เจ้าตัวจะจำไม่ได้ว่าตื่นขึ้นมากี่ครั้งก็ตาม ผลที่ตามมาคือ ตื่นมาแล้วรู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ ง่วงหรือมึนศีรษะระหว่างวัน สมาธิลดลง หรือปวดศีรษะในตอนเช้าได้
กรนแบบไหน ถึงควรตรวจ Sleep Test?
การกรนเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าจะต้องตรวจ Sleep Test แต่มีลักษณะอาการบางอย่างที่แพทย์จะให้ความสำคัญ เพราะอาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของการหายใจระหว่างหลับ1. กรนเสียงดังเป็นประจำ
ถ้ากรนเสียงดังเกือบทุกคืน หรือเสียงกรนดังจนคนในครอบครัวสังเกตเห็น ควรนำข้อมูลนี้มาประกอบการประเมิน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอื่นร่วมด้วย เพราะการกรนเสียงดังเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
2. กรนสลับกับช่วงเงียบเหมือนหยุดหายใจ
อาการนี้มักเป็นสิ่งที่คู่นอนหรือคนในครอบครัวสังเกตเห็นก่อนเจ้าตัว เช่น กำลังกรนอยู่แล้วเสียงเงียบไปชั่วขณะ ก่อนกลับมาหายใจแรง กรนดัง หรือเฮือกขึ้นมา หากพบลักษณะเช่นนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม เพราะเป็นหนึ่งในอาการสำคัญที่สัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
3. สะดุ้งตื่น หายใจเฮือก หรือรู้สึกเหมือนสำลักระหว่างนอน
บางคนไม่ได้รู้ตัวว่าหยุดหายใจ แต่จะจำได้ว่าตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับหายใจแรง หายใจเฮือก หรือรู้สึกเหมือนสำลัก หากเกิดขึ้นบ่อยร่วมกับการกรน ควรได้รับการประเมินรูปแบบการหายใจระหว่างหลับ
4. นอนหลายชั่วโมง แต่ตื่นมาแล้วยังไม่สดชื่น
ถ้านอนในระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว แต่ตอนเช้ายังรู้สึกเหมือนพักผ่อนไม่เต็มที่ หรือมีอาการปวดศีรษะ ปากแห้ง อ่อนเพลีย อาจต้องมองต่อไปถึง “คุณภาพ” ของการนอน เพราะการหายใจที่ติดขัดซ้ำ ๆ สามารถรบกวนการนอนตลอดทั้งคืนได้
5. ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน
อาการง่วงหลังอาหารหรือในวันที่พักผ่อนน้อยสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่ถ้าง่วงเป็นประจำจนเผลอหลับขณะประชุม ดูโทรทัศน์ ทำงาน หรือรู้สึกง่วงขณะขับรถ ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม โดยเฉพาะอาการง่วงขณะขับรถ ควรให้ความสำคัญ เพราะความง่วงที่เกิดจากการนอนหลับไม่มีคุณภาพสามารถส่งผลต่อสมาธิและการตอบสนองระหว่างวันได้
6. มีปัจจัยเสี่ยงร่วมกับการกรน
แพทย์จะพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้ดูจากเสียงกรนเพียงอย่างเดียว เช่น น้ำหนักตัวและรอบคอ โครงสร้างของทางเดินหายใจ อายุ รวมถึงโรคประจำตัวและประวัติสุขภาพของแต่ละคน ดังนั้น หากมีอาการกรนร่วมกับอาการผิดปกติระหว่างนอนหรืออาการง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน การเข้ารับการประเมินจะช่วยให้ทราบว่าควรตรวจ Sleep Test หรือไม่
Sleep Test ตรวจอะไรบ้าง?
Sleep Test หรือการตรวจการนอนหลับ เป็นการบันทึกการทำงานของร่างกายระหว่างที่เราหลับ เพื่อดูว่าเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่เจ้าตัวไม่สามารถสังเกตตัวเองได้การตรวจแบบ Polysomnography สามารถบันทึกข้อมูลหลายด้าน เช่น คลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ ลักษณะการหายใจ การเคลื่อนไหวของตาและขา รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนอน
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจ หายใจแผ่วผิดปกติหรือติดขัดระหว่างหลับหรือไม่ เกิดบ่อยเพียงใด และมีผลต่อระดับออกซิเจนและคุณภาพการนอนมากน้อยแค่ไหน
หนึ่งในค่าที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย คือ Apnea-Hypopnea Index (AHI) ซึ่งแสดงจำนวนครั้งเฉลี่ยต่อชั่วโมงที่เกิดภาวะหยุดหายใจหรือหายใจแผ่วผิดปกติระหว่างหลับ โดยแพทย์จะนำผลดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
Sleep Test ต้องนอนโรงพยาบาลทุกคนไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ปัจจุบันการตรวจเพื่อประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีทั้งการตรวจใน Sleep Lab และ Home Sleep Apnea Test สำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มการตรวจที่บ้านมักใช้อุปกรณ์และตัววัดน้อยกว่าการตรวจ Polysomnography แบบเต็มรูปแบบ จึงไม่ได้เหมาะกับทุกกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือสงสัยความผิดปกติของการนอนประเภทอื่นร่วมด้วย แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการตรวจแบบใดเหมาะสมกับแต่ละคน
อย่าดูแค่ “เสียงกรน” ให้สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งคืน
หากจะสังเกตอาการของตัวเองหรือคนในครอบครัว ลองดูภาพรวมมากกว่าแค่ความดังของเสียงกรน ได้แก่ กรนบ่อยหรือไม่ มีช่วงหยุดหายใจหรือไม่ มีการหายใจเฮือกหรือสะดุ้งตื่นหรือไม่ และหลังตื่นนอนรู้สึกสดชื่นเพียงใด เพราะบางครั้งเจ้าตัวอาจไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างหลับ ข้อมูลจากคู่นอนหรือสมาชิกในครอบครัวจึงมีประโยชน์มากในการช่วยแพทย์ประเมินอาการหากคุณกรนเป็นประจำและมีอาการร่วม เช่น มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจ หายใจเฮือก ตื่นบ่อย ปวดศีรษะตอนเช้า มีอาการง่วงมากหรือมึนศีรษะในเวลากลางวัน การพบแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณา Sleep Test จะช่วยให้เข้าใจคุณภาพการนอนและลักษณะการหายใจของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น และนำไปสู่แนวทางดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกรนและ Sleep Test
นอนกรนจำเป็นต้องตรวจ Sleep Test หรือไม่?ไม่จำเป็นทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะการกรน อาการร่วม ปัจจัยเสี่ยง ประวัติสุขภาพ และการตรวจร่างกาย หากสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจึงพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม
กรนไม่ดังมาก สามารถมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ไหม?
ความดังของเสียงกรนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันหรือแยกภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ จึงต้องดูอาการอื่นและผลการประเมินร่วมกัน ผู้สูงอายุแรงหายใจมักแผ่วลงกว่าคนอายุน้อย เสียงกรนจะเบาลง จนบางคนแทบไม่กรน
ไม่มีคนนอนข้าง ๆ จะรู้ได้อย่างไรว่าควรตรวจ?
สังเกตอาการหลังตื่นและระหว่างวัน เช่น ตื่นแล้วไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า ปากแห้ง ง่วงมากผิดปกติ หรือสมาธิลดลง หากเกิดเป็นประจำสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินได้
Sleep Test เจ็บไหม?
การตรวจการนอนหลับเป็นการติดอุปกรณ์ตรวจวัดและเซนเซอร์ตามตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อบันทึกข้อมูลระหว่างหลับ โดยทั่วไปไม่ได้เป็นการตรวจที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่อาจรู้สึกไม่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ในคืนที่ตรวจ
ถ้าคืนตรวจนอนไม่หลับ จะตรวจได้ไหม?
ไม่จำเป็นต้องหลับครบตลอดทั้งคืนจึงจะได้ข้อมูลเสมอไป ทีมแพทย์จะประเมินว่าระยะเวลาการนอนและข้อมูลที่บันทึกได้เพียงพอต่อการแปลผลหรือไม่
ศูนย์อายุรกรรม
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์อายุรกรรม
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 20/10/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. สิทธิ์เทพ ธนกิจจารุ
ความถนัดเฉพาะทาง
อายุรศาสตร์



