เข่าบวม หัวเข่าบวม เกิดจากอะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร?
ภาวะเข่าบวม เกิดจากการสะสมของน้ำหรือของเหลวในข้อเข่ามากเกินไป ซึ่งปกติภายในข้อเข่าจะมีน้ำหล่อลื่นอยู่แล้ว แต่เมื่อมีอาการอักเสบ ร่างกายจะสร้างน้ำขึ้นมาเพิ่มเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ทำให้เข่ามีลักษณะบวมโต และตึง ดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการประคบเย็นและพักการใช้งานเข่า
แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเลย รู้สึกปวดรุนแรง และเข่าเริ่มผิดรูป ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการทันที บทความนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีสังเกตอาการ ว่าเป็นอย่างไร เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์ และมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง
สารบัญ
- เข่าบวม งอเข่าไม่ได้ เกิดจากอะไร สาเหตุมีกี่แบบ?
- อาการเข่าบวม เป็นอย่างไร มีวิธีสังเกตยังไงบ้าง?
- หัวเข่าบวมข้างเดียว VS บวมสองข้าง ต่างกันอย่างไร?
- วิธีรักษาเข่าบวม ทำได้เองที่บ้านอย่างไร?
- เข่าบวมแบบไหนที่ต้องพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอ?
- เข่าบวม แพทย์รักษาอย่างไร ต้องเจาะดูดออกไหม?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเข่าบวม
เข่าบวม งอเข่าไม่ได้ เกิดจากอะไร สาเหตุมีกี่แบบ?
ภาวะเข่าบวม เกิดจากการที่มีของเหลวหรือน้ำในข้อเข่า (Synovial Fluid) มากเกินไป สาเหตุเป็นได้ทั้งการใช้งานเข่าหนัก การบาดเจ็บอย่างเอ็นเข่าฉีก หมอนรองกระดูกฉีก การติดเชื้อในข้อเข่า จนถึงเป็นสัญญาณเตือนของโรคข้ออักเสบต่าง ๆ เช่น โรคเก๊าท์ โรคข้อเข่าเสื่อม หรือโรครูมาตอยด์
อาการเข่าบวม เป็นอย่างไร มีวิธีสังเกตยังไงบ้าง?
อาการเข่าบวมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย โดยสามารถสังเกตความผิดปกติของข้อเข่าได้ง่าย ๆ จากการเทียบขนาดของเข่าทั้งสองข้าง ที่มาพร้อมกับความรู้สึกตึง หรือยืดได้ไม่เต็มที่ โดยรูปแบบอาการที่พบบ่อยมีดังนี้
- หัวเข่าบวมหรือใหญ่กว่าปกติ รูปร่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
- ปวดและเจ็บเข่าเวลาขึ้นบันได เคลื่อนไหวลำบากขึ้น
- ขยับหรือยืดเข่าได้ไม่สุด รู้สึกหนักและตึงข้อเข่า
- รู้สึกแดงและร้อนตรงหัวเข่า เมื่อเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ
หัวเข่าบวมข้างเดียว VS บวมสองข้าง ต่างกันอย่างไร?
ภาวะเข่าบวมข้างเดียว มักเกิดจากการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อเฉพาะจุด ส่วนเข่าบวมทั้งสองข้างพร้อมกัน มักเป็นสัญญาณของโรคอันตราย โดยมีสาเหตุและลักษณะอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้
| ลักษณะ | เข่าบวมข้างเดียว | เข่าบวมสองข้าง |
|---|---|---|
| สาเหตุ | การบาดเจ็บเฉพาะจุด การติดเชื้อ หรือโรคเก๊าท์ | โรครูมาตอยด์ ข้อเข่าเสื่อมระยะลุกลาม น้ำหนักตัวเกิน |
| ลักษณะอาการ | บวมและปวดภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังบาดเจ็บ มักงอเข่าไม่ได้ | ค่อย ๆ บวมและตึง ๆ บริเวณเข่า ปวดมากเมื่อขยับหรือลงน้ำหนัก |
| ช่วงวัยที่พบบ่อย | พบได้ทุกวัย โดยเฉพาะวัยทำงานและนักกีฬา | พบมากในวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ |
วิธีรักษาเข่าบวม ทำได้เองที่บ้านอย่างไร?
หากเป็นภาวะเข่าบวมจากบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ และไม่รุนแรง สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านด้วยการประคบเย็น และออกกำลังกายเบา ๆ หลังหายดี เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่า
ประคบเย็นหรือประคบร้อน อันไหนดีกว่าสำหรับเข่าบวม?
ประคบเย็นเหมาะกว่า เพราะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดการอักเสบและบรรเทาอาการบวมได้ดี ควรประคบซ้ำทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง หลังจากที่อาการบวมแดงลดลงแล้ว สามารถประคบร้อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อได้
ท่าออกกำลังกายที่ช่วยลดเข่าบวม โดยไม่ทำให้แย่ลง
ท่าเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและยกขาตรง จะช่วยลดแรงกดที่เข่าและเสริมกล้ามเนื้อรอบเข่าได้โดยไม่ต้องงอเข่า นอกจากนี้ การปั่นจักรยานและว่ายน้ำเบา ๆ ยังลดเข่าบวมได้ดี และเป็นการออกกำลังกายแบบไม่มีแรงกระแทกเข่าด้วย
เข่าบวมแบบไหนที่ต้องพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอ?
เข่าบวมส่วนใหญ่ไม่อันตรายและดูแลด้วยตัวเองได้ แต่หากมีอาการร่วมเพิ่มเติมและปวดรุนแรงขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามเป็นโรคร้ายแรง โดยสัญญาณที่ควรพบแพทย์มีดังนี้
- เข่าบวม แดง ร้อน สัมผัสหัวเข่าแล้วรู้สึกร้อนกว่าบริเวณอื่น
- หัวเข่าผิดรูป เข่าบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน
- มีไข้ อ่อนเพลีย หนาวสั่น หลังมีอาการปวด
- งอเข่าไม่ได้ ไม่สามารถยืดหรือเหยียดเข่าตรง ๆ ได้
หัวเข่าบวมกี่วันควรหาย ถ้าไม่หายต้องทำอย่างไร?
ควรยุบภายใน 3-7 วัน หลังจากประคบเย็นและพักการใช้งานเข่าอย่างถูกวิธี แต่หากผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือเข่ากลับมาบวมซ้ำ ควรรีบมาที่ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
เข่าบวม แพทย์รักษาอย่างไร ต้องเจาะดูดออกไหม?
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย ก่อนส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ MRI เพื่อหาสาเหตุของอาการเข่าบวม โดยจะมีการเจาะดูดน้ำออกกรณีที่ปวดเข่าจนขยับไม่ได้ หรือเฉพาะผู้ป่วยที่เสี่ยงติดเชื้อเท่านั้น
วิธีวินิจฉัยหาสาเหตุเข่าบวม
หลังจากแพทย์ซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้นแล้ว จะทำการส่งตรวจ 1-2 วิธี ตามความเหมาะสมของอาการ เพื่อตรวจหาสาเหตุของเข่าบวม โดยมีวิธีดังนี้
- เอกซเรย์: ดูโครงสร้างกระดูกและข้อเข่าสองข้าง ทั้งด้านตรงและด้านข้าง
- อัลตราซาวด์: ตรวจหาการอักเสบของข้อเข่า ใช้เวลาน้อยและไม่รู้สึกเจ็บ
- MRI: ตรวจสภาพเนื้อเยื่อ กระดูกอ่อน และเส้นเอ็น กรณีที่สงสัยว่าเอ็นเข่าฉีกหรือหมอนรองกระดูกฉีก
- เจาะดูดน้ำ: เฉพาะกรณีที่สงสัยว่าผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด
วิธีรักษาเข่าบวมตามสาเหตุที่พบ
- ใช้ยาแก้ปวด: บรรเทาอาการปวดด้วยยาแก้ปวด มีทั้งชนิดทาและชนิดรับประทาน
- ฉีดยาสเตียรอยด์: หากปวดเข่ารุนแรง และแพทย์อาจพิจารณาฉีดยาปฏิชีวนะ หากพบว่าผู้ป่วยติดเชื้อ
- ฉีดน้ำเลี้ยงข้อ: โดยจะฉีดกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) เพื่อลดการเสียดสีและทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
- ทำกายภาพบำบัด: บรรเทาอาการปวด ฟื้นฟูความแข็งแรง
- ผ่าตัดข้อเข่า: เมื่อไม่สามารถรักษาอาการได้ด้วยวิธีอื่น โดยแบ่งเป็น 2 วิธี ได้แก่ ผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเข่าบวม
เข่าบวมหลังเดินหรือออกกำลังกายเยอะ ปกติไหม?
ปกติ เพราะใช้งานหนักเข่าไปและมีการอักเสบเล็กน้อย มักยุบเองใน 1-2 วัน แนะนำให้พักเข่าและหมั่นประคบเย็นเป็นประจำ
เข่าบวมไม่เจ็บ แต่ตึงมาก ควรกังวลไหม?
อาจเกิดจากของเหลวสะสมในเข่ามากเกินไป ลองสังเกตอาการ 3-5 วัน หากยังไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการต่อไป
เข่าบวมกินยาอะไรลดบวมได้?
ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือยาในกลุ่ม NSAIDs และยาพาราเซตามอล ช่วยลดอาการปวดและบวมได้ระดับหนึ่ง แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์
เข่าบวมน้ำกับข้อเข่าเสื่อม เกี่ยวกันไหม?
เกี่ยวข้องกันโดยตรง เพราะข้อเข่าเสื่อมทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอ ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างน้ำในข้อมากกว่าปกติ เพื่อลดแรงเสียดสี จึงอาจทำให้เกิดอาการบวมขึ้นได้หลังจากเดินนาน ๆ หรือใช้งานเข่าหนัก
เข่าบวมเป็น ๆ หาย ๆ บ่งบอกถึงโรคอะไร?
อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเรื้อรัง เช่น โรคเก๊าท์ โรครูมาตอยด์ และโรคข้อเข่าเสื่อม หากสังเกตว่าเข่าบวมซ้ำ ๆ แบบไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777





