• banner

ปวดท้องแบบไหนต้องรีบหาหมอ? เช็ก 5 สัญญาณเตือนโรคระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่

เคยไหม? ท้องอืด แน่นท้อง กินยาขับลมเท่าไหร่ก็ไม่หาย หรือมีอาการปวดท้องที่ดูเหมือนเรื่องปกติ แต่กลับเรื้อรังไม่หายขาด หลายคนมักมองข้ามอาการเหล่านี้เพราะคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน แต่ในความเป็นจริง ร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยเงียบที่น่ากังวลกว่านั้น
ระบบทางเดินอาหารเป็นเรื่องซับซ้อน อาการเพียงเล็กน้อยอาจซ่อนโรคร้ายอย่าง มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือความผิดปกติของอวัยวะภายในที่รอวันแสดงอาการรุนแรง บทความนี้ แพทย์ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลวิชัยยุทธ จะพาคุณไปเช็กลิสต์อาการผิดปกติที่ "ไม่ควรวางใจ" หากเกิดขึ้นบ่อยหรือเรื้อรัง อย่ารอช้า เพราะการรู้ทันและตรวจเจอตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยชีวิตคุณได้

สารบัญ


ปวดท้อง ปวดหลัง พร้อมกัน สัญญาณเตือนอวัยวะภายในผิดปกติ?

อาการปวดท้องธรรมดา มักจะปวดแค่บริเวณหน้าท้อง แต่เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกปวดท้องและปวดหลังพร้อมกัน หรือมีอาการปวดร้าวไปหลัง นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีและไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะตำแหน่งของกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และถุงน้ำดี วางตัวอยู่ลึกและใกล้กับบริเวณหลัง เช่น
  • แผลในกระเพาะอาหาร: หากแผลลึกหรืออักเสบมาก อาการปวดแสบช่องท้องอาจร้าวทะลุไปถึงกลางหลังได้
  • ตับอ่อนอักเสบ: เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปวดท้องรุนแรงร่วมกับปวดหลัง โดยมักปวดบริเวณลิ้นปี่ร้าวไปด้านหลัง อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มักปวดเสียดท้องด้านขวาบน หรือลิ้นปี่ และปวดร้าวไปที่สะบักขวาหรือไหล่ขวา
หากอาการปวดสัมพันธ์กับมื้ออาหาร หรือปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน

ปวดท้องข้างซ้าย เรื้อรัง... ระวังมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

ตำแหน่งการปวดบอกโรคได้แม่นยำกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะหากคุณกังวลเรื่องปวดท้องข้างซ้าย มะเร็ง หรือโรคร้ายอื่นๆ เนื่องจากช่องท้องด้านซ้ายล่างเป็นตำแหน่งของ "ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย" (Sigmoid colon) และลำไส้ตรง
หากมีเนื้องอก หรือ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Polyp) ไปขวางทางเดินอุจจาระ จะทำให้เกิดแรงดันและการบีบตัวที่ผิดปกติ จนเกิดอาการปวดหน่วงๆ หรือปวดเกร็งบริเวณท้องน้อยซ้ายเรื้อรัง
นอกจากนี้ให้สังเกตอาการร่วมอื่นๆ ที่บ่งชี้ความเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่
  • น้ำหนักลดผิดปกติ โดยไม่ได้ตั้งใจลด
  • เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซีดเซียว
  • ระบบขับถ่ายแปรปรวน เดี๋ยวท้องผูก เดี๋ยวท้องเสีย


แยกให้ออก! อาการ "โรคติดเชื้อ" vs "มะเร็งลำไส้" ต่างกันอย่างไร?

หลายคนสับสนระหว่างอาการท้องเสียทั่วไปกับความผิดปกติที่ร้ายแรง มาลองแยกความแตกต่างกันชัด ๆ
  • โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร : มักเกิดขึ้น "เฉียบพลัน" (Acute) หลังจากรับประทานอาหารไม่สะอาด มีอาการปวดบิดรุนแรง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย อาการมักดีขึ้นภายในไม่กี่วันเมื่อได้รับยาฆ่าเชื้อหรือเกลือแร่
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่: อาการมักเป็นแบบ "เรื้อรัง" (Chronic) ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ปวดบิดรุนแรงทันทีเหมือนอาหารเป็นพิษ แต่จะมีลักษณะถ่ายเป็นมูกเลือด ปนออกมากับอุจจาระ หรือถ่ายกะปริดกะปรอย รู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุดตลอดเวลา
หากคุณรักษาอาการติดเชื้อแล้ว แต่ยังคงถ่ายเป็นเลือด หรือมีมูกเลือดปนต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ ต้องรีบตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที

สีอุจจาระบอกโรค: อุจจาระดำ หรือ มีเลือดปน อันตรายแค่ไหน?

การก้มดูชักโครกหลังขับถ่าย อาจช่วยชีวิตคุณได้ เพราะ "สี" ของอุจจาระคือตัวบ่งชี้จุดเลือดออกในร่างกาย
  • อุจจาระดำ (Melena): หากถ่ายออกมาเป็นสีดำสนิท เหนียวข้นคล้ายยางมะตอย และมีกลิ่นเหม็นคาวจัด มักเกิดจากมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น แผลในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น เลือดที่ผ่านน้ำย่อยและแบคทีเรียจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
  • ถ่ายเป็นเลือดสด (Hematochezia): หากถ่ายออกมามีเลือดสีแดงสดเคลือบผิวอุจจาระ หรือหยดตามหลัง อาจเกิดจากริดสีดวงทวาร หรือมีเลือดออกใน ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ซึ่งอาจเกิดจากติ่งเนื้อ หรือก้อนเนื้อร้าย
ไม่ว่าจะเป็นสีดำหรือสีแดงสด หากไม่ได้เกิดจากการทานอาหาร เช่น เลือดหมู ตับ หรือยาบำรุงเลือด ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์

สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่ร่างกายฟ้องว่า "ลำไส้ป่วย" ควรตรวจ

การก้มดูชักโครกหลังขับถ่าย อาจช่วยชีวิตคุณได้ เพราะ "สี" ของอุจจาระคือตัวบ่งชี้จุดเลือดออกในร่างกาย
  • อุจจาระดำ (Melena): หากถ่ายออกมาเป็นสีดำสนิท เหนียวข้นคล้ายยางมะตอย และมีกลิ่นเหม็นคาวจัด มักเกิดจากมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น แผลในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น เลือดที่ผ่านน้ำย่อยและแบคทีเรียจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
  • ถ่ายเป็นเลือดสด (Hematochezia): หากถ่ายออกมามีเลือดสีแดงสดเคลือบผิวอุจจาระ หรือหยดตามหลัง อาจเกิดจากริดสีดวงทวาร หรือมีเลือดออกใน ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ซึ่งอาจเกิดจากติ่งเนื้อ หรือก้อนเนื้อร้าย
ไม่ว่าจะเป็นสีดำหรือสีแดงสด หากไม่ได้เกิดจากการทานอาหาร เช่น เลือดหมู ตับ หรือยาบำรุงเลือด ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์

ลำไส้ป่วย จะรู้ได้ยังไง

ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)?

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น "มักไม่มีอาการ" ดังนั้น การรอให้เจ็บป่วยก่อนอาจสายเกินไป
กลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ได้แก่
  • ผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป (ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ)
  • มีประวัติคนในครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีติ่งเนื้อ
  • ผู้ที่มีประวัติลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จัด ชอบทานปิ้งย่าง อาหารแปรรูป และไม่ค่อยทานผักผลไม้

การตรวจคัดกรองลำไส้เจ็บไหม? ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

หลายคนกลัวการส่องกล้อง แต่เทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เรื่องนี้ง่ายและสบายกว่าที่คิด
  • เจ็บไหม?: ขณะตรวจแพทย์จะให้ยานอนหลับชนิดอ่อน (Sedation) ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเคลิ้มหรือหลับไป ตื่นมาอีกทีก็ตรวจเสร็จแล้ว
  • ดีอย่างไร?: การส่องกล้องเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่แม่นยำที่สุด หากแพทย์พบติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Polyp) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดมะเร็ง สามารถตัดออกได้ทันทีในขณะส่องกล้อง เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม
  • การเตรียมตัว: หลัก ๆ คือการทานอาหารอ่อนและทานยาระบายเพื่อล้างลำไส้ให้สะอาดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เห็นผนังลำไส้ได้ชัดเจนที่สุด


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรดไหลย้อน (FAQ)

อายุยังน้อย (20-30 ปี) แต่ "ปวดท้องข้างซ้าย" บ่อยๆ จำเป็นต้องส่องกล้องไหม?

แม้มะเร็งจะพบมากในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันพบในคนอายุน้อยมากขึ้น หากปวดเรื้อรัง ทานยาไม่ดีขึ้น หรือมีอาการร่วมอย่างถ่ายเป็นเลือด/น้ำหนักลด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณา อาจเป็นการตรวจเบื้องต้นก่อน หากมีความเสี่ยงสูงแพทย์จึงจะแนะนำให้ส่องกล้อง

แยกอย่างไร "อุจจาระดำ" จากเลือดออก vs จากการกินยาบำรุงเลือด/อาหาร

อุจจาระดำจากเลือดออก (Melena) จะมีลักษณะ "ดำ เหนียว เหมือนยางมะตอย และเหม็นคาวจัด" ส่วนสีดำจากยาบำรุงเลือด (ธาตุเหล็ก) หรืออาหาร มักจะดำแต่ไม่เหนียวหนืด และไม่มีกลิ่นคาวเลือด หากไม่แน่ใจ แนะนำให้นำอุจจาระมาตรวจหาเลือดแฝงที่โรงพยาบาล

ปวดท้องร้าวไปหลัง ต้องตรวจด้วยวิธีไหนดีกว่ากัน "อัลตร้าซาวด์" หรือ "ส่องกล้อง"?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่สงสัย หากสงสัยนิ่วในถุงน้ำดี หรือตับอ่อนอักเสบ อัลตราซาวด์ หรือ CT Scan ช่องท้องส่วนบนจะเหมาะสมกว่า แต่หากสงสัยความผิดปกติในลำไส้ หรือมีถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย การส่องกล้องลำไส้ใหญ่จะตรงจุดกว่า โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้คุณ

ข้อแนะนำจากแพทย์

อาการทางเดินอาหารเป็นเรื่องใกล้ตัวที่มักถูกละเลย หากคุณมีอาการปวดท้องและปวดหลังพร้อมกัน พบอุจจาระดำ หรือมีความกังวลเรื่องปวดท้องข้างซ้าย มะเร็ง ไม่ควรรอให้เจ็บปวดรุนแรง การพบแพทย์ระบบทางเดินอาหาร เพื่อซักประวัติและตรวจคัดกรอง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันและรักษาโรคให้หายขาด ยิ่งเจอเร็ว โอกาสหายยิ่งสูง และค่าใช้จ่ายในการรักษาก็น้อยกว่าการรอให้โรคลุกลาม

นัดหมายแพทย์ศูนย์ทางเดินอาหาร

อย่าปล่อยให้ความสงสัยทำลายสุขภาพของคุณ นัดหมายแพทย์ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ


ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 02/08/2025

แพทย์ผู้เขียน

นพ. ภูริกร เฟื่องวรรธนะ

img

ความถนัดเฉพาะทาง

อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา