ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นบ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด?
หลายคนเคยมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก มีไข้ หรือส่องกระจกแล้วพบว่าต่อมทอนซิลบวมแดง บางครั้งอาการหายได้ภายในไม่กี่วัน แต่บางคนกลับเป็นซ้ำหลายครั้งในหนึ่งปี จนเริ่มสงสัยว่า "ถ้าเป็นบ่อยแบบนี้ ควรผ่าตัดต่อมทอนซิลหรือยัง?"
คำตอบคือ การผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะประเมินร่วมกับความรุนแรงของอาการ ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมที่สุด
ต่อมทอนซิล (Tonsils) เป็นเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณด้านข้างของลำคอ ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก
เมื่อมีการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรีย ต่อมทอนซิลอาจเกิดการอักเสบ ส่งผลให้มีอาการเจ็บคอ ต่อมทอนซิลบวมแดง มีหนอง และกลืนอาหารลำบาก ซึ่งเรียกว่า ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
อาการของต่อมทอนซิลอักเสบที่พบได้บ่อย
โดยทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาผ่าตัดต่อมทอนซิล หากมีอาการอักเสบซ้ำตามเกณฑ์ ดังนี้
1. ต่อมทอนซิลโตจนรบกวนการหายใจ
โดยเฉพาะในเด็กที่นอนกรน หายใจติดขัด หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากต่อมทอนซิลโต การผ่าตัดสามารถช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นและช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น
2. มีฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscess)
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้กลืนลำบากมาก อ้าปากได้น้อย และมีอาการปวดคอข้างเดียวอย่างชัดเจน ในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดหลังรักษาการติดเชื้อแล้ว
3. สงสัยความผิดปกติของต่อมทอนซิล
เช่น ต่อมทอนซิลโตเพียงข้างเดียว ที่สงสัยมะเร็งของต่อมทอนซิล ซึ่งต้องส่งตรวจชิ้นเนื้อเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
4. อาการส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อต่อมทอนซิลอักเสบจนต้องหยุดเรียน หยุดงาน รับประทานอาหารลำบาก หรือจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหลายครั้งต่อปี แพทย์จะนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย
หลังผ่าตัด อาจมีอาการเจ็บคอประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่แผลกำลังสมาน ผู้ป่วยควรรับประทานยาให้ครบตามคำแนะนำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารอ่อนที่กลืนง่าย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเลือดออกหลังผ่าตัด
การตัดสินใจผ่าตัดควรอาศัยการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อพิจารณาจากจำนวนครั้งของการอักเสบ ความรุนแรงของอาการ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยแต่ละราย
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
คำตอบคือ การผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะประเมินร่วมกับความรุนแรงของอาการ ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมที่สุด
ต่อมทอนซิลคืออะไร?
ต่อมทอนซิล (Tonsils) เป็นเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณด้านข้างของลำคอ ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กเมื่อมีการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรีย ต่อมทอนซิลอาจเกิดการอักเสบ ส่งผลให้มีอาการเจ็บคอ ต่อมทอนซิลบวมแดง มีหนอง และกลืนอาหารลำบาก ซึ่งเรียกว่า ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
อาการของต่อมทอนซิลอักเสบที่พบได้บ่อย
อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่จะพบอาการดังต่อไปนี้
- เจ็บคอมาก โดยเฉพาะเวลากลืน
- ต่อมทอนซิลบวมแดง หรือมีคราบสีขาว
- มีไข้
- กลืนอาหารหรือดื่มน้ำลำบาก
- มีกลิ่นปาก
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโตและกดเจ็บ
ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นบ่อยแค่ไหนจึงควรพิจารณาผ่าตัด?
หลายคนเข้าใจว่าการเป็นต่อมทอนซิลอักเสบเพียง 2-3 ครั้งก็จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ในทางการแพทย์ มีเกณฑ์ที่ใช้ประกอบการพิจารณาอย่างชัดเจนโดยทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาผ่าตัดต่อมทอนซิล หากมีอาการอักเสบซ้ำตามเกณฑ์ ดังนี้
- เป็น 6 ครั้งขึ้นไป ภายใน 1 ปี หรือทุก 2 เดือน
- เป็น 5 ครั้งขึ้นไปต่อปี ติดต่อกัน 2 ปี
- เป็น 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี ติดต่อกัน 3 ปี
กรณีที่ควรพิจารณาผ่าตัด?
ในผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้1. ต่อมทอนซิลโตจนรบกวนการหายใจ
โดยเฉพาะในเด็กที่นอนกรน หายใจติดขัด หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากต่อมทอนซิลโต การผ่าตัดสามารถช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นและช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น
2. มีฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscess)
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้กลืนลำบากมาก อ้าปากได้น้อย และมีอาการปวดคอข้างเดียวอย่างชัดเจน ในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดหลังรักษาการติดเชื้อแล้ว
3. สงสัยความผิดปกติของต่อมทอนซิล
เช่น ต่อมทอนซิลโตเพียงข้างเดียว ที่สงสัยมะเร็งของต่อมทอนซิล ซึ่งต้องส่งตรวจชิ้นเนื้อเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
4. อาการส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อต่อมทอนซิลอักเสบจนต้องหยุดเรียน หยุดงาน รับประทานอาหารลำบาก หรือจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหลายครั้งต่อปี แพทย์จะนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย
การผ่าตัดต่อมทอนซิลทำอย่างไร?
การผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy) เป็นการผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว หรือพักสังเกตอาการตามดุลยพินิจของแพทย์หลังผ่าตัด อาจมีอาการเจ็บคอประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่แผลกำลังสมาน ผู้ป่วยควรรับประทานยาให้ครบตามคำแนะนำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารอ่อนที่กลืนง่าย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเลือดออกหลังผ่าตัด
หากยังไม่ถึงเกณฑ์ผ่าตัด ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
ในผู้ที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การดูแลตนเองสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบซ้ำ ได้แก่- พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าหักโหมการทำงานจนร่างกายเหนื่อยล้า
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ
- รับประทานอาหารเพียงพอ
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นตามคำแนะนำ
- หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่น และสิ่งระคายเคือง
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อแบคทีเรีย
การตัดสินใจผ่าตัดควรอาศัยการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อพิจารณาจากจำนวนครั้งของการอักเสบ ความรุนแรงของอาการ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยแต่ละราย
ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026
แพทย์ผู้เขียน
นพ. กรีฑา ม่วงทอง
ความถนัดเฉพาะทาง
โสต ศอ นาสิกวิทยา





