• banner

ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นบ่อยแค่ไหนถึงควรผ่าตัด?

หลายคนเคยมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก มีไข้ หรือส่องกระจกแล้วพบว่าต่อมทอนซิลบวมแดง บางครั้งอาการหายได้ภายในไม่กี่วัน แต่บางคนกลับเป็นซ้ำหลายครั้งในหนึ่งปี จนเริ่มสงสัยว่า "ถ้าเป็นบ่อยแบบนี้ ควรผ่าตัดต่อมทอนซิลหรือยัง?"

คำตอบคือ การผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะประเมินร่วมกับความรุนแรงของอาการ ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมที่สุด


ต่อมทอนซิลคืออะไร?

ต่อมทอนซิล (Tonsils) เป็นเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณด้านข้างของลำคอ ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก

เมื่อมีการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรีย ต่อมทอนซิลอาจเกิดการอักเสบ ส่งผลให้มีอาการเจ็บคอ ต่อมทอนซิลบวมแดง มีหนอง และกลืนอาหารลำบาก ซึ่งเรียกว่า ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
อาการของต่อมทอนซิลอักเสบที่พบได้บ่อย

อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่จะพบอาการดังต่อไปนี้

  • เจ็บคอมาก โดยเฉพาะเวลากลืน
  • ต่อมทอนซิลบวมแดง หรือมีคราบสีขาว
  • มีไข้
  • กลืนอาหารหรือดื่มน้ำลำบาก
  • มีกลิ่นปาก
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโตและกดเจ็บ
หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น Group A Streptococcus แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ แต่หากเกิดจากไวรัส ส่วนใหญ่สามารถรักษาตามอาการและหายได้เอง

ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นบ่อยแค่ไหนจึงควรพิจารณาผ่าตัด?

หลายคนเข้าใจว่าการเป็นต่อมทอนซิลอักเสบเพียง 2-3 ครั้งก็จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ในทางการแพทย์ มีเกณฑ์ที่ใช้ประกอบการพิจารณาอย่างชัดเจน
โดยทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาผ่าตัดต่อมทอนซิล หากมีอาการอักเสบซ้ำตามเกณฑ์ ดังนี้
  • เป็น 6 ครั้งขึ้นไป ภายใน 1 ปี หรือทุก 2 เดือน
  • เป็น 5 ครั้งขึ้นไปต่อปี ติดต่อกัน 2 ปี
  • เป็น 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี ติดต่อกัน 3 ปี
ในแต่ละครั้ง มีอาการที่ชัดเจน เช่น มีไข้สูง เจ็บคอ ต่อมทอนซิลมีหนอง หรือผลตรวจยืนยันการติดเชื้อประกอบด้วยเสมอ อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนครั้งจะไม่ถึงเกณฑ์ หากมีภาวะบางอย่างร่วมด้วย แพทย์ก็อาจแนะนำการผ่าตัดต่อมทอนซิลได้เช่นกัน

กรณีที่ควรพิจารณาผ่าตัด?

ในผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้
1. ต่อมทอนซิลโตจนรบกวนการหายใจ
โดยเฉพาะในเด็กที่นอนกรน หายใจติดขัด หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากต่อมทอนซิลโต การผ่าตัดสามารถช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นและช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น
2. มีฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscess)
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้กลืนลำบากมาก อ้าปากได้น้อย และมีอาการปวดคอข้างเดียวอย่างชัดเจน ในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดหลังรักษาการติดเชื้อแล้ว
3. สงสัยความผิดปกติของต่อมทอนซิล
เช่น ต่อมทอนซิลโตเพียงข้างเดียว ที่สงสัยมะเร็งของต่อมทอนซิล ซึ่งต้องส่งตรวจชิ้นเนื้อเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
4. อาการส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อต่อมทอนซิลอักเสบจนต้องหยุดเรียน หยุดงาน รับประทานอาหารลำบาก หรือจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหลายครั้งต่อปี แพทย์จะนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย

การผ่าตัดต่อมทอนซิลทำอย่างไร?

การผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy) เป็นการผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว หรือพักสังเกตอาการตามดุลยพินิจของแพทย์

หลังผ่าตัด อาจมีอาการเจ็บคอประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่แผลกำลังสมาน ผู้ป่วยควรรับประทานยาให้ครบตามคำแนะนำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารอ่อนที่กลืนง่าย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเลือดออกหลังผ่าตัด

หากยังไม่ถึงเกณฑ์ผ่าตัด ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

ในผู้ที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การดูแลตนเองสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบซ้ำ ได้แก่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าหักโหมการทำงานจนร่างกายเหนื่อยล้า
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ
  • รับประทานอาหารเพียงพอ
  • กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นตามคำแนะนำ
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่น และสิ่งระคายเคือง
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อแบคทีเรีย
ต่อมทอนซิลอักเสบเป็นโรคที่พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยยาและการดูแลตามอาการ แต่หากเกิดซ้ำหลายครั้ง มีภาวะแทรกซ้อน หรือส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การผ่าตัดอาจเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว

การตัดสินใจผ่าตัดควรอาศัยการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อพิจารณาจากจำนวนครั้งของการอักเสบ ความรุนแรงของอาการ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยแต่ละราย

ศูนย์โรคหู คอ จมูก
โทร. 0-2265-7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคหู คอ จมูก
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 30/08/2026

แพทย์ผู้เขียน

นพ. กรีฑา ม่วงทอง

img

ความถนัดเฉพาะทาง

โสต ศอ นาสิกวิทยา

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา