เอ็นข้อมืออักเสบ สาเหตุคืออะไร ทำไมถึงพบบ่อยในคุณแม่และพนักงานออฟฟิศ
ภาวะปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เกิดจากการใช้งานข้อมือหนักและซ้ำ ๆ ต่อเนื่องกัน เป็นอาการที่พบบ่อยในหมู่พนักงานออฟฟิศ เพราะต้องใช้งานมือหรือพิมพ์งานตลอดทั้งวัน รวมถึงคุณแม่มือใหม่ที่ต้องทำงานบ้านและอุ้มลูกเป็นเวลานาน ทำให้รู้สึกปวดข้อมือ บวม และกำมือได้ลำบาก
เบื้องต้นรักษาได้ด้วยการประคบ พักการใช้งาน และใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวและลดแรงเสียดสีของเส้นเอ็น แต่หากปวดรุนแรงหรือเคลื่อนไหวลำบาก แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาหรือผ่าตัดตามความจำเป็น เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักอาการ สาเหตุ วิธีวินิจฉัย และแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
สารบัญ
- เอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
- สาเหตุที่ทำให้เอ็นข้อมืออักเสบมีอะไรบ้าง?
- อาการเอ็นข้อมืออักเสบ สังเกตอย่างไร ต่างจากข้อมืออักเสบทั่วไปไหม?
- วิธีวินิจฉัยเอ็นข้อมืออักเสบ แพทย์ตรวจอะไรบ้าง?
- แนวทางการรักษาเอ็นข้อมืออักเสบ ไม่ผ่าตัด vs ผ่าตัด เลือกแบบไหนดี?
- ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นเอ็นข้อมืออักเสบ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอ็นข้อมืออักเสบ (FAQ)
เอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain Tenosynovitis) คือ ภาวะที่ปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณข้อมือใกล้โคนนิ้วหัวแม่มืออักเสบและหนาตัวขึ้น จากการเสียดสีซ้ำ ๆ ทำให้เกิดอาการปวดและบวมเมื่อขยับข้อมือหรือนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นแบบสะสมทีละเล็กทีละน้อย เพราะผู้ป่วยต้องใช้งานข้อมือหนักและต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน จึงไม่รู้ตัวจนกว่าจะแสดงอาการปวดออกมา
สาเหตุที่ทำให้เอ็นข้อมืออักเสบมีอะไรบ้าง?
ภาวะปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งจากการใช้งานสะสมและปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบุคคล โดยพบว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย รวมถึงผู้ที่มีอายุ 30-50 ปีและใช้งานข้อมือหนักในชีวิตประจำวัน เช่น นักกีฬาเทนนิสหรือแบดมินตัน
- ใช้งานข้อมือซ้ำ ๆ และต่อเนื่อง เช่น พิมพ์งาน ใช้เมาส์ เล่นโทรศัพท์มือถือ ทำงานบ้าน ซักผ้า หรืออุ้มเด็กด้วยท่าทางเดิมนาน ๆ
- อุบัติเหตุ ถูกกระแทกบริเวณข้อมือหรือหกล้มเอามือยันพื้น จึงทำให้เอ็นบาดเจ็บเฉียบพลัน
- ภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัว เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเบาหวาน และไทรอยด์ เพราะทำให้เส้นเอ็นบางและอ่อนแอลง
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในหญิงตั้งครรภ์ เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและเนื้อเยื่ออุ้มน้ำ ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้อมือบวมและอักเสบง่ายขึ้น
อาการเอ็นข้อมืออักเสบ สังเกตอย่างไร ต่างจากข้อมืออักเสบทั่วไปไหม?
อาการเด่นที่สุดของภาวะเอ็นข้อมืออักเสบ คือ ปวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ บวม แดง ร้อน และอาจมือชาร่วมด้วย รุนแรงขึ้นเมื่อขยับข้อมือ กางนิ้วหัวแม่มือ หรือบิดข้อมือ ต่างจากข้อมืออักเสบทั่วไปที่มักปวดกว้างทั่วข้อมือโดยไม่เจาะจงตำแหน่งที่นิ้วโป้งอย่างเดียว และมักเกิดจากการเสื่อมสภาพตามวัย
เอ็นข้อมืออักเสบ vs นิ้วล็อค ต่างกันยังไง?
| เอ็นข้อมืออักเสบ | นิ้วล็อค | |
|---|---|---|
| ตำแหน่งที่ปวด | ข้อมือด้านโคนนิ้วหัวแม่มือ | โคนนิ้วมือ นิ้วใดก็ได้ |
| อาการเด่น | ปวดมากเมื่อกางนิ้วหัวแม่มือ หยิบของ หรือบิดข้อมือ | นิ้วสะดุดหรือล็อคค้าง เวลากำมือหรือเหยียดนิ้ว |
| เสียงที่พบ | เสียงก็อบแก็บเวลาขยับข้อมือ | เสียงดังกึกหรือคลิกตอนขยับ |
วิธีวินิจฉัยเอ็นข้อมืออักเสบ แพทย์ตรวจอะไรบ้าง?
การวินิจฉัยภาวะเอ็นข้อมืออักเสบ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเฉพาะจุด เพื่อหาสาเหตุได้อย่างตรงจุดที่สุด ได้แก่
- ทดสอบ Finkelstein Test กำนิ้วโป้งไว้ในฝ่ามือแล้วงอนิ้วอื่นทับ จากนั้นเอียงข้อมือไปทางนิ้วก้อย หากเกิดอาการปวดจี๊ดหรือแปลบที่โคนนิ้วหัวแม่มือ ถือว่าผิดปกติ ซึ่งเป็นวิธีที่แพทย์ใช้บ่อยที่สุดเพราะทำได้ง่ายและให้ผลชัดเจน
- คลำจุดกดเจ็บ บริเวณข้อมือด้านโคนนิ้วหัวแม่มือ ว่ารู้สึกเจ็บหรือมีอาการบวมไหม
- อัลตราซาวด์ ตรวจความหนาของปลอกหุ้มเอ็นหรืออาการอักเสบเพิ่มเติม
แนวทางการรักษาเอ็นข้อมืออักเสบ ไม่ผ่าตัด vs ผ่าตัด เลือกแบบไหนดี?
การรักษาภาวะปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ผ่านการพักใช้งานข้อมือ ประคบเย็นหรือร้อน และใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวด แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลหรือกลับเป็นซ้ำ
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
- ใส่อุปกรณ์พยุงข้อ เช่น เผือกอ่อนหรือที่ดามข้อมือ เพื่อลดการเคลื่อนไหวของข้อมือ
- ใช้ยา แพทย์อาจจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs
การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด
- ทำกายภาพบำบัด โดยการใช้เลเซอร์ อัลตราซาวด์ หรือกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อลดการอักเสบชั้นลึก
- ฉีดยาสเตียรอยด์ กรณีที่ปวดมาก แพทย์อาจพิจารณาฉีดเข้าบริเวณปลอกหุ้มเอ็น เพื่อลดการอักเสบเฉพาะจุด โดยจะฉีดไม่เกิน 2 ครั้งต่อตำแหน่ง เพื่อป้องกันผลข้างเคียง
- ผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่รักษาวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์เฉพาะทางของศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ หากพิจารณาให้ผ่าตัดผ่านโปรแกรมผ่าตัดปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ ซึ่งเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก 1-2 ซม. และไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นเอ็นข้อมืออักเสบ
การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งควรทำควบคู่กับการรักษาที่แพทย์แนะนำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- หยุดพักการใช้งานข้อมือและนิ้วหัวแม่มือชั่วคราว หลีกเลี่ยงการยกของหนักและบิดมือ
- ปรับวิธีอุ้มเด็กให้ใช้ทั้งแขนรับน้ำหนัก ไม่ใช้แค่นิ้วหัวแม่มือและข้อมือเพื่อรับน้ำหนักทั้งตัวเด็ก
- ประคบเย็น หากเพิ่งอักเสบ บวม และแดงได้ไม่นาน ทำทุก ๆ 15-20 นาที แล้วค่อยประคบอุ่น เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด หากมีอาการปวดเรื้อรัง
- ยืดกล้ามเนื้อข้อมือและนิ้วหัวแม่มือเบา ๆ เป็นประจำ เพิ่มความยืดหยุ่นและลดการหดเกร็งของเส้นเอ็น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอ็นข้อมืออักเสบ (FAQ)
เอ็นข้อมืออักเสบจากการอุ้มลูก/เล่นมือถือ ป้องกันยังไง?
สำหรับคุณแม่ ควรใช้ทั้งแขนรับน้ำหนักเด็ก หรือใช้เป้อุ้มเด็กช่วยกระจายน้ำหนัก ส่วนคนที่เล่นมือถือบ่อย ควรใช้สองมือจับโทรศัพท์แทนถือด้วยมือเดียวแล้วเลื่อนจอด้วยนิ้วโป้ง และควรพักมือเป็นระยะทุก 20-30 นาที
ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ รักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ไหม?
ได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้ด้วยการพักการใช้งาน ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ กินยาต้านการอักเสบ หรือฉีดยาสเตียรอยด์
เอ็นข้อมืออักเสบ กับพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ ต่างกันยังไง
เอ็นข้อมืออักเสบเกิดจากปลอกหุ้มเอ็นเสียดสีจนอักเสบ ทำให้ปวดเฉพาะโคนนิ้วหัวแม่มือ ส่วนพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ มักชาที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง มักปวดมากตอนกลางคืน
เอ็นข้อมืออักเสบ ใช้เวลารักษานานแค่ไหน?
อาการมักจะดีขึ้นภายใน 2-6 สัปดาห์ สำหรับรายที่ไม่รุนแรงและดูแลตัวเองถูกวิธี ส่วนรายที่ต้องฉีดยาสเตียรอยด์อาจเห็นผลภายในไม่กี่วันถึงสัปดาห์ หากต้องผ่าตัด ส่วนใหญ่กลับไปใช้งานมือได้ตามปกติภายใน 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด
เอ็นข้อมืออักเสบ กลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?
กลับมาเป็นซ้ำได้ หากยังมีพฤติกรรมเสี่ยงเดิม เช่น ใช้งานนิ้วหัวแม่มือหนักต่อเนื่อง แม้รักษาหายแล้วก็ควรดูแลต่อเนื่อง เช่น ยืดเหยียดข้อมือเป็นประจำ และปรับวิธีใช้งานมือให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงเป็นซ้ำในระยะยาว





