วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุนก่อนวัยอันควร

2026

โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่มีความแข็งแกร่งของกระดูกลดลง หมายถึงความหนาแน่น และคุณภาพของกระดูกลดลงไป ส่งผลทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย

ทั่วโลกมีสตรีเป็นโรคกระดูกพรุนประมาณ 200 ล้านคน ในแต่ละปีมีคนไข้กระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน
8.9 ล้านคน เท่ากับว่ามีกระดูกหักใหม่เกิดขึ้นทุก ๆ 3 วินาที

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน ใช้เกณฑ์จากองค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ว่า ผู้ป่วยที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน จะมีความหนาแน่นกระดูก เท่ากับ หรือ ต่ำกว่า 2.5 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากค่าเฉลี่ยของความหนาแน่นกระดูกในคนหนุ่มสาว

ปัจจัยเสี่ยงหลักที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ

1.ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้

  • อายุมากกว่า 65 ปี
  • เพศหญิง
  • หญิงผิวขาว และ หญิงชาวเอเชีย
  • หมดประจำเดือนก่อนอายุ 35 ปี
  • ผอม บาง น้ำหนักตัวน้อย
  • มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
  • เคยกระดูกหักจากภาวะกระดูกเปราะบาง

2.ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้

  • บริโภคอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอ สตรีวัยหมดประจำเดือน ควรได้รับแคลเซียมจากอาหาร 800-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ขาดการออกกำลังกาย แนะนำให้มีการออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักที่ขา เช่น เดิน วิ่ง เต้นรำ รำมวยจีน 150 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับการออกกำลังกายโดยใช้แรงต้านของแขนและขา สัปดาห์ละ 2 วัน
  • งดสูบบุหรี่และงดดื่มสุรา
  • ไม่ดื่มกาแฟมากเกินควร แนะนำไม่ดื่มเกิน 2-3 ถ้วยต่อวัน
  • ภาวะขาดวิตามินซี เป็นปัจจัยทางอ้อมที่ทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง สตรีสูงอายุควรได้สัมผัสแสงแดด
    อ่อน ๆ วันละ 15 นาที


เมื่อไหร่ถึงส่งตรวจวัดความหนาแน่นกระดูก

  1. ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
  2. หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี
  3. มีภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี ก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
  4. ได้รับยากลูโคคอร์ติคอยด์เป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน
  5. มีประวัติบิดาหรือมารดากระดูกสะโพกหัก
  6. หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
  7. หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีส่วนสูงลดลง อย่างน้อย 4 เซนติเมตร
  8. ตรวจพบภาวะกระดูกบาง หรือกระดูกสันหลังผิดรูป จากการถ่ายภาพรังสีเอกซ์
  9. มีประวัติกระดูกหักจากอันตรายแบบไม่รุนแรง

ข้อมูลจาก มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย

แพทย์ผู้เขียน

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 2.7]