ผู้สูงวัยควรตรวจตาบ่อยแค่ไหน?
เมื่ออายุมากขึ้น การมองเห็นมักเปลี่ยนแปลงตามวัย หลายคนเริ่มสังเกตว่ามองตัวหนังสือไม่ชัด แสงจ้าทำให้ตาพร่า หรือรู้สึกว่าการมองเห็นไม่เหมือนเดิมเหมือนช่วงวัยหนุ่มสาว
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ขับรถ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัว การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลคุณภาพการมองเห็นให้ดีอยู่เสมอ
การตรวจตาเป็นประจำมีประโยชน์หลายด้าน เช่น
อายุ 40–54 ปี ควรตรวจสุขภาพตา ทุก 2–4 ปี
ในช่วงวัยนี้หลายคนเริ่มพบภาวะสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ทำให้การมองใกล้ไม่ชัด เช่น อ่านหนังสือลำบากหรือใช้มือถือแล้วต้องถือห่างออก
อายุ 55–64 ปี ควรตรวจสุขภาพตา ทุก 1–3 ปี
ช่วงวัยนี้อาจเริ่มพบความเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตา เช่น ภาวะต้อกระจกในระยะเริ่มต้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของจอประสาทตา โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ควรได้รับการคัดกรองจอประสาทตาทุก 1 ปี เป็นอย่างน้อย
อายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง
ผู้สูงวัยมีโอกาสพบโรคตาที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น
การตรวจตาโดยจักษุแพทย์มักประกอบด้วยหลายขั้นตอน เพื่อประเมินสุขภาพตาอย่างครบถ้วน เช่น
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในวัยเกษียณที่ต้องการคุณภาพการมองเห็นที่ดีเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยทั่วไปผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง และผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยงอาจต้องตรวจบ่อยกว่านั้นตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
การตรวจตาเป็นประจำร่วมกับการดูแลสุขภาพสายตาในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้การมองเห็นยังคงมีคุณภาพและรองรับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยได้อย่างเหมาะสม
ศูนย์โรคตา
โทร. 0-2265-7777
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ขับรถ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัว การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลคุณภาพการมองเห็นให้ดีอยู่เสมอ
ทำไมผู้สูงวัยจึงควรตรวจตาเป็นประจำ
ดวงตาเป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงตามอายุ โครงสร้างภายในตาบางส่วนอาจเสื่อมตามธรรมชาติ เช่น เลนส์ตา จอประสาทตา หรือเส้นประสาทตาการตรวจตาเป็นประจำมีประโยชน์หลายด้าน เช่น
- ช่วยประเมินคุณภาพการมองเห็นในแต่ละช่วงวัย
- ช่วยค้นหาความผิดปกติของดวงตาในระยะเริ่มต้น
- ช่วยให้แพทย์แนะนำวิธีดูแลสายตาที่เหมาะสม
- ปรับแว่นสายตาให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ผู้สูงวัยควรตรวจตาบ่อยแค่ไหน
ความถี่ในการตรวจตาอาจแตกต่างกันตามอายุ สุขภาพโดยรวม และโรคประจำตัว โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำแนวทางดังนี้อายุ 40–54 ปี ควรตรวจสุขภาพตา ทุก 2–4 ปี
ในช่วงวัยนี้หลายคนเริ่มพบภาวะสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ทำให้การมองใกล้ไม่ชัด เช่น อ่านหนังสือลำบากหรือใช้มือถือแล้วต้องถือห่างออก
อายุ 55–64 ปี ควรตรวจสุขภาพตา ทุก 1–3 ปี
ช่วงวัยนี้อาจเริ่มพบความเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตา เช่น ภาวะต้อกระจกในระยะเริ่มต้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของจอประสาทตา โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ควรได้รับการคัดกรองจอประสาทตาทุก 1 ปี เป็นอย่างน้อย
อายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง
ผู้สูงวัยมีโอกาสพบโรคตาที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น
- ต้อกระจก
- ต้อหิน
- จอประสาทตาเสื่อมตามวัย (AMD)
- ภาวะเบาหวานเข้าจอตา (หากมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน)
กลุ่มผู้สูงวัยที่ควรตรวจตาถี่กว่าปกติ
ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจตาบ่อยกว่าปีละครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง เช่น- ผู้ที่มีโรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีประวัติโรคต้อหินในครอบครัว
- ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดดวงตา
- ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดต่อเนื่อง เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
สัญญาณที่ควรเข้ารับการตรวจตา
แม้ว่าจะยังไม่ถึงกำหนดตรวจประจำปี หากพบอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจตาเพิ่มเติม- มองเห็นภาพเบลอ หรือไม่คมชัด
- เห็นภาพซ้อน
- มองเห็นจุดดำหรือเงาลอยในสายตา
- เห็นแสงแฟลชวาบในสายตา
- ปวดตาหรือรู้สึกตาล้าเป็นประจำ
- อ่านหนังสือลำบากมากขึ้น
การตรวจสุขภาพตาประกอบด้วยอะไรบ้าง
การตรวจตาโดยจักษุแพทย์มักประกอบด้วยหลายขั้นตอน เพื่อประเมินสุขภาพตาอย่างครบถ้วน เช่น- การวัดสายตา
- การตรวจความดันลูกตา
- การตรวจโครงสร้างลูกตาด้วย Slit-Lamp Biomicroscope
- การตรวจจอประสาทตา
- การประเมินเส้นประสาทตา
วิธีดูแลสายตาสำหรับผู้สูงวัย
นอกจากการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ การดูแลสายตาในชีวิตประจำวันก็มีส่วนช่วยรักษาคุณภาพการมองเห็นได้เช่นกัน- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา อาหารที่มีวิตามิน A, C, E และโอเมก้า-3 เช่น ผักใบเขียว ปลา และผลไม้หลากสี
- พักสายตาเมื่อใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ใช้หลักการ 20-20-20 คือ พักสายตาเมื่อใช้สายตาเกิน 20 นาที โดยมองไปไกลๆ ระยะ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
- ใส่แว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง ช่วยลดผลกระทบจากรังสี UV
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิต ซึ่งมีผลต่อสุขภาพดวงตา
- ตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์ติดตามสุขภาพตาอย่างต่อเนื่อง
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในวัยเกษียณที่ต้องการคุณภาพการมองเห็นที่ดีเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยทั่วไปผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง และผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยงอาจต้องตรวจบ่อยกว่านั้นตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
การตรวจตาเป็นประจำร่วมกับการดูแลสุขภาพสายตาในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้การมองเห็นยังคงมีคุณภาพและรองรับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยได้อย่างเหมาะสม
ศูนย์โรคตา
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Eye Center
Publish date desc: 19/03/2026
Author doctor
Dr. Itsara Pokawattana
Specialty
Retinal ophthalmologist (retina/vitreous)






