ขาโก่ง ปวดเข่า หกล้มบ่อย สัญญาณเตือน “ข้อเข่าเสื่อม” ที่ไม่ควรมองข้าม
เวลาพูดถึง “ข้อเข่าเสื่อม” หลายคนมักนึกถึงผู้สูงอายุหรือผู้หญิง แต่จริง ๆ แล้วพบได้ทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะคนที่มี “แนวขาผิดรูป” เช่น ขาโก่ง ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ผิวข้อสึกเร็วขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
แต่เมื่อแนวขาเริ่มเอียงหรือผิดรูป แรงกดในข้อเข่าจะไม่กระจายเท่ากันอีกต่อไป แรงส่วนใหญ่จะไปกองอยู่ที่ผิวข้อด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้กระดูกอ่อนบริเวณนั้นสึกเร็วกว่าปกติและนำไปสู่การอักเสบ ปวดเข่า และข้อเข่าเสื่อมตามมา
ลักษณะของแนวขาที่พบบ่อยมี 2 แบบ ได้แก่
1. ขาโก่ง (Bow leg)
เมื่อยืนชิดข้อเท้าแล้ว เข่าจะแยกออกจากกัน ลักษณะนี้ทำให้แรงกดไปลงที่ผิวข้อเข่าด้านในมากกว่าปกติ จึงเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของข้อเข่าเสื่อมด้านใน
2. ขาหุบ (Knock knee)
ในทางกลับกัน หากเข่าชิดกัน แต่ข้อเท้าแยกออก แรงกดจะไปเพิ่มที่ผิวข้อเข่าด้านนอก ภาวะนี้พบได้น้อยกว่า แต่ก็อาจสัมพันธ์กับการสึกของข้อด้านนอก หรือปัญหาการทำงานของลูกสะบ้าในบางราย
สรุปง่าย ๆ คือ
เมื่อแนวขาไม่ตรง → แรงกดในข้อเข่าไม่สมดุล → กระดูกอ่อนสึกเร็ว → เกิดอาการปวดและเมื่อเริ่มปวด หลายคนจะเดินเลี่ยงการลงน้ำหนักด้านที่เจ็บ ทำให้การกระจายแรงยิ่งผิดสมดุล และข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นไปอีก
ไม่ว่าจะเริ่มจากขาโก่งหรือเข่าเสื่อมก่อน สุดท้ายทั้งสองภาวะนี้สามารถส่งผลต่อกันและกัน จนกลายเป็นวงจรที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นได้ หากปล่อยไว้นาน อาการปวด การเอียงของเข่า และการเสื่อมของข้ออาจค่อย ๆ รุนแรงมากขึ้นตามลำดับ การประเมินแนวขาและดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงมีความสำคัญ เพราะสามารถช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่า และลดการผิดรูปของแนวขาในระยะยาวได้

- เปลี่ยนผิวข้อบางส่วน (UKA) — เหมาะกับเสื่อมด้านเดียวและเงื่อนไขข้อเหมาะสม
- เปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด (TKA) — เหมาะกับเสื่อมหลายห้อง ผิดรูปมาก คุณภาพชีวิตเสีย ปัจจุบันอาจมีระบบคอมพิวเตอร์นำวิถีหรือหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด
ขาโก่ง ปวดเข่า หกล้มบ่อย ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่ “แก่แล้วธรรมดา” เพราะอาจเป็นสัญญาณของข้อเข่าเสื่อมและการเสียการทรงตัวที่เพิ่มความเสี่ยงล้ม กระดูกหักได้ ยิ่งประเมินเร็วและวางแผนรักษาให้เหมาะกับระยะโรค โอกาสชะลอการเสื่อมและกลับมาเดินได้มั่นคงจะยิ่งสูงขึ้น
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777
ขาโก่งคืออะไร? ทำไมถึงทำให้เข่าเสื่อมเร็ว
โดยปกติแล้ว ขาของคนเราจะมีแนวแกนรับน้ำหนัก (mechanical axis) ที่พาดจากสะโพก ผ่านเข่า ลงไปถึงข้อเท้า แนวนี้ทำหน้าที่สำคัญคือ ช่วยกระจายแรงกดในข้อเข่าให้สมดุลกันทั้งสองด้าน เวลายืนหรือเดิน น้ำหนักตัวจึงไม่ไปกดที่ผิวข้อด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปแต่เมื่อแนวขาเริ่มเอียงหรือผิดรูป แรงกดในข้อเข่าจะไม่กระจายเท่ากันอีกต่อไป แรงส่วนใหญ่จะไปกองอยู่ที่ผิวข้อด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้กระดูกอ่อนบริเวณนั้นสึกเร็วกว่าปกติและนำไปสู่การอักเสบ ปวดเข่า และข้อเข่าเสื่อมตามมา
ลักษณะของแนวขาที่พบบ่อยมี 2 แบบ ได้แก่
1. ขาโก่ง (Bow leg)
เมื่อยืนชิดข้อเท้าแล้ว เข่าจะแยกออกจากกัน ลักษณะนี้ทำให้แรงกดไปลงที่ผิวข้อเข่าด้านในมากกว่าปกติ จึงเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของข้อเข่าเสื่อมด้านใน
2. ขาหุบ (Knock knee)
ในทางกลับกัน หากเข่าชิดกัน แต่ข้อเท้าแยกออก แรงกดจะไปเพิ่มที่ผิวข้อเข่าด้านนอก ภาวะนี้พบได้น้อยกว่า แต่ก็อาจสัมพันธ์กับการสึกของข้อด้านนอก หรือปัญหาการทำงานของลูกสะบ้าในบางราย
สรุปง่าย ๆ คือ
เมื่อแนวขาไม่ตรง → แรงกดในข้อเข่าไม่สมดุล → กระดูกอ่อนสึกเร็ว → เกิดอาการปวดและเมื่อเริ่มปวด หลายคนจะเดินเลี่ยงการลงน้ำหนักด้านที่เจ็บ ทำให้การกระจายแรงยิ่งผิดสมดุล และข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นไปอีก
“ขาโก่ง” มาก่อน หรือ “เข่าเสื่อม” มาก่อน?
พบได้ทั้งสองแบบ และในหลายคนภาวะทั้งสองนี้มักค่อย ๆ กลายเป็นวงจรที่เร่งกันเอง- กรณีที่ขาโก่งเกิดก่อน
- ในอีกกรณีหนึ่ง เข่าเสื่อมอาจเกิดก่อน
ไม่ว่าจะเริ่มจากขาโก่งหรือเข่าเสื่อมก่อน สุดท้ายทั้งสองภาวะนี้สามารถส่งผลต่อกันและกัน จนกลายเป็นวงจรที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นได้ หากปล่อยไว้นาน อาการปวด การเอียงของเข่า และการเสื่อมของข้ออาจค่อย ๆ รุนแรงมากขึ้นตามลำดับ การประเมินแนวขาและดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงมีความสำคัญ เพราะสามารถช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่า และลดการผิดรูปของแนวขาในระยะยาวได้
ผู้ชายก็เข่าเสื่อมได้ ทำไมหลายคนเป็นแล้วรู้ตัวช้า
ผู้ชายจำนวนไม่น้อยใช้เข่าหนักต่อเนื่อง เช่น ยกของ เดิน-ยืนนาน งานใช้แรง หรือมีประวัติบาดเจ็บจากกีฬา เช่น หมอนรองเข่า หรือเอ็นไขว้ ช่วงแรกอาจยังทนได้ แต่พอมาปวดชัดเจน มักเริ่มเสื่อมไปพอสมควรแล้วปวดเข่าแบบไหน “น่าจะใช่” สัญญาณเข่าเสื่อม
อาการที่พบบ่อยในระยะเริ่มต้น ได้แก่- ปวดก้าวแรกหลังนั่งหรือพักนาน แล้วค่อยดีขึ้นเมื่อเดินไปสักพัก
- ปวดขึ้น-ลงบันได โดยเฉพาะลงบันได
- ฝืดตึงตอนเช้า เหยียดไม่สุด งอได้น้อยลง
- มีเสียงกรอบแกรบในข้อ
- เข่าบวมน้ำเป็น ๆ หาย ๆ หลังใช้งาน
ทำไมเข่าเสื่อมถึงทำให้ “หกล้มบ่อย”
ข้อเข่าเกี่ยวข้องกับการทรงตัว เมื่อเข่าเริ่มเสื่อม อาจเกิดพร้อมกันหลายอย่าง- การรับรู้ตำแหน่งข้อ (proprioception) ลดลง → ก้าวพลาดง่าย
- กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง → เข่าทรุด พยุงไม่ทัน
- ปวดเข่า → เดินผิดท่าโดยไม่รู้ตัว → จังหวะเดินเสียสมดุล
ถ้าขาโก่งและยังเสื่อมไม่มาก ทำอย่างไรไม่ให้ทรุดเร็ว
- ลดน้ำหนัก แม้ลดเพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดภาระเข่าได้ชัด
- เสริมกล้ามเนื้อหน้าขาและสะโพก เลือกกิจกรรมไม่กระแทก เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เดินในน้ำ
- เลี่ยงท่าพับเข่าลึกและบิดเข่า เช่น นั่งยอง คุกเข่า พับเพียบ นั่งขัดสมาธินาน ๆ
- พิจารณาอุปกรณ์ช่วย เช่น แผ่นรองรองเท้า อุปกรณ์พยุง ควรให้แพทย์ประเมินก่อน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- ปวดเข่าซ้ำที่เดิมนานเกิน 6–12 สัปดาห์ หรือรบกวนชีวิตประจำวัน
- ขาโก่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ เดินไม่มั่นคง เข่าทรุด
- เข่าบวมบ่อย หรือสงสัยมีประวัติบาดเจ็บในข้อ
- กรณีควรรีบพบแพทย์ บวมแดงร้อน ปวดมาก ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือมีไข้ร่วมด้วย
แนวทางการรักษาและการประเมิน
- ประเมินโดยแพทย์ ซักประวัติ ตรวจแนวขา ช่วงการเคลื่อนไหว จุดกดเจ็บ ความมั่นคงของเอ็น และประเมินความเสี่ยงหกล้ม
- การตรวจภาพถ่าย (X-ray) โดยมากเริ่มจาก X-ray เข่าแบบลงน้ำหนัก (standing) เพื่อดูช่องว่างข้อและแนวเข่า บางรายอาจพิจารณา X-ray ทั้งขา (long-leg alignment) เพื่อประเมินแนวแกนขา; กรณีสงสัยหมอนรองเข่าหรือเอ็น อาจต้องใช้ MRI ตามดุลยพินิจแพทย์
- กายภาพบำบัด เน้นลดปวด เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว เสริมกล้ามเนื้อ (quadriceps/สะโพก) ฝึกการทรงตัว และปรับรูปแบบการเดิน เพื่อลดการหกล้ม
- ยาและการดูแลประคอง ยาทา ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบตามข้อบ่งชี้ รวมถึงการปรับกิจกรรม ลดน้ำหนัก และอุปกรณ์พยุง ไม้เท้าเมื่อจำเป็น
- การฉีดยาเข้าเข่า(เลือกตามระยะและอาการ) เช่น สเตียรอยด์ (ช่วยลดอักเสบช่วงกำเริบ) น้ำเลี้ยงข้อ (hyaluronic acid) หรือ PRP ในบางรายผลตอบสนองแตกต่างกัน ควรชั่งข้อดีข้อจำกัดร่วมกับแพทย์
- การผ่าตัด เมื่ออาการรบกวนชีวิตมากหรือโครงสร้างผิดรูปชัด
- เปลี่ยนผิวข้อบางส่วน (UKA) — เหมาะกับเสื่อมด้านเดียวและเงื่อนไขข้อเหมาะสม
- เปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด (TKA) — เหมาะกับเสื่อมหลายห้อง ผิดรูปมาก คุณภาพชีวิตเสีย ปัจจุบันอาจมีระบบคอมพิวเตอร์นำวิถีหรือหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด
ขาโก่ง ปวดเข่า หกล้มบ่อย ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่ “แก่แล้วธรรมดา” เพราะอาจเป็นสัญญาณของข้อเข่าเสื่อมและการเสียการทรงตัวที่เพิ่มความเสี่ยงล้ม กระดูกหักได้ ยิ่งประเมินเร็วและวางแผนรักษาให้เหมาะกับระยะโรค โอกาสชะลอการเสื่อมและกลับมาเดินได้มั่นคงจะยิ่งสูงขึ้น
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777
Medical Center: Bone and Joint Center
Publish date desc: 18/03/2026
Author doctor
Dr. Puthi Tantikosol
Specialty
Orthopaedic Surgeon






