ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน อันตรายถึงชีวิต รู้สัญญาณก่อนสายเกินแก้
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis) อาการที่พบได้บ่อย คือ การปวดท้องรุนแรงฉับพลันบริเวณลิ้นปี่ ปวดร้าวทะลุไปถึงแผ่นหลัง คลื่นไส้และอาเจียนอย่างหนัก ซึ่งหลายคนอาจสับสนกับโรคกระเพาะหรือภาวะไขมันพอกตับ สถิติทางการแพทย์ระบุว่า ในกรณีที่อาการอักเสบรุนแรงจนเกิดเนื้อตาย ผู้ป่วยอาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30% ดังนั้นภาวะตับอ่อนอักเสบไม่ใช่เรื่องที่สามารถซื้อยาทานเองแล้วรอดูอาการที่บ้านได้ การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนและรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุดจะช่วยรักษาชีวิตและหยุดยั้งไม่ให้อวัยวะภายในล้มเหลวก่อนที่จะสายเกินแก้

สารบัญ
- ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันคืออะไร?
- อาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันที่ต้องรู้
- สาเหตุตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
- การรักษาตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันคืออะไร?
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis) เป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากน้ำย่อยในตับอ่อนถูกกระตุ้นให้ทำงานก่อนกำหนด ทำให้น้ำย่อยที่มีฤทธิ์ในการย่อยสลายย้อนกลับมาทำลายเนื้อเยื่อของตนเองและอวัยวะข้างเคียงเสียเองจนเกิดการอักเสบ เพื่อทำความเข้าใจถึงกลไกที่นำไปสู่ความรุนแรงของโรคนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับบทบาทหน้าที่ของตับอ่อนและเกณฑ์การประเมินความรุนแรงของโรคกัน
กายวิภาคและหน้าที่ของตับอ่อน
ตับอ่อน (Pancreas) เป็นอวัยวะที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่สำคัญ 2 ประการหลัก ได้แก่ การผลิตน้ำย่อยเพื่อส่งไปช่วยย่อยอาหารในลำไส้เล็ก โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต และการผลิตฮอร์โมนสำคัญอย่าง อินซูลิน (Insulin) และ กลูคากอน (Glucagon) เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเมื่อเกิดภาวะตับอ่อนอักเสบ น้ำย่อยบางชนิด เช่น โปรตีเอส (Protease) และไลเปส (Lipase) จะถูกกระตุ้นให้ทำงานผิดปกติในขณะที่ยังขังอยู่ในตับอ่อน ทำให้น้ำย่อยเหล่านี้เริ่มกัดกร่อนและย่อยสลายเนื้อตับอ่อน รวมถึงเนื้อเยื่อรอบข้างก่อให้เกิดภาวะ อักเสบ บวมน้ำและปวดเกร็งอย่างรุนแรง
ระดับความรุนแรง
แพทย์จะประเมินความรุนแรงของตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เพื่อวางแผนการรักษา โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
| ระดับความรุนแรง | ลักษณะความเสียหายของร่างกาย | อัตราการเสียชีวิต |
|---|---|---|
| ระดับเบา (Mild) |
ตับอ่อนอักเสบและบวมน้ำเพียงเล็กน้อย ไม่มีภาวะอวัยวะล้มเหลว | น้อยกว่า 1% |
| ระดับปานกลาง (Moderate) | เริ่มมีเนื้อตับอ่อนตาย (Necrosis) บางส่วนหรือมีภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่ |
2–10% |
| ระดับรุนแรง (Severe) | มีภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ เช่น ไตวาย หายใจล้มเหลว |
20–30% |
อาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันที่ต้องรู้
อาการของตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง การสังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างรวดเร็วจะช่วยให้แพทย์ทำการรักษาได้ทันท่วงที โดยเราสามารถแบ่งอาการออกเป็นกลุ่มเบื้องต้นและกลุ่มสัญญาณอันตราย ดังนี้
อาการหลัก
- ปวดท้องรุนแรงแบบฉับพลัน บริเวณลิ้นปี่หรือกลางช่องท้อง
- อาการปวดมักจะแผ่ร้าวทะลุไปถึงแผ่นหลังหรือร้าวไปทางสีข้างด้านซ้าย
- อาการปวดจะทุเลาลงเมื่อผู้ป่วยโน้มตัวก้มไปข้างหน้าหรือนอนขดตัวแบบคุดคู้
- มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนรุนแรงจนทานอาหารไม่ได้
- ท้องอืด ท้องเฟ้อและคลำพบว่า หน้าท้องแข็งตึง
- มีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลียและหนาวสั่น
อาการบ่งชี้ว่ารุนแรง (ต้องไปห้องฉุกเฉิน)
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ปวดท้องรุนแรงมากจนนอนนิ่ง ๆ ไม่ได้ กระสับกระส่ายตลอดเวลา
- มีภาวะดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งบ่งชี้ว่าท่อน้ำดีอาจอุดตัน
- ความดันโลหิตตก หน้ามืดและคลำชีพจรได้เร็วผิดปกติ
- หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก อาจเป็นสัญญาณของน้ำท่วมปอด
- ปัสสาวะออกน้อยลงมากหรือไม่มีปัสสาวะเลย อาจเป็นสัญญาณของภาวะไตวาย
ทีมแพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลวิชัยยุทธพร้อมรับผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบ หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการข้างต้น รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลได้ทันที

สาเหตุตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มีปัจจัยกระตุ้นที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและน้ำดี โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยในทางการแพทย์ มีดังนี้
| สาเหตุหลัก | สัดส่วนที่พบ | กลไกการเกิดโรค |
|---|---|---|
| นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) | 40–70% | ก้อนนิ่วหลุดไปอุดตันที่ท่อร่วมน้ำดีและตับอ่อน ทำให้น้ำย่อยไหลออกไม่ได้และย้อนกลับมาทำลายตับอ่อน |
| การดื่มแอลกอฮอล์ | 30% | สารพิษจากแอลกอฮอล์เข้าไปกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งน้ำย่อยออกมามากเกินไปจนเกิดการอักเสบ |
| ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง | 1–4% | ผู้ที่มีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงวิกฤต (เกิน 1,000 mg/dL) จะทำให้เลือดหนืดและเซลล์ตับอ่อนขาดออกซิเจน |
| ผลข้างเคียงจากยา | น้อยกว่า 2% | การแพ้ยาหรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ Thiazide ยากดภูมิ Azathioprine หรือยาคุมกำเนิด Estrogen |
| ไม่ทราบสาเหตุ | 10–15% | ไม่พบความผิดปกติที่แน่ชัด แต่อาจเชื่อมโยงกับพันธุกรรมหรือไวรัสบางชนิด |
การรักษาตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
เนื่องจากตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันเป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่สามารถรักษาด้วยตัวเองที่บ้านได้ การรักษาทางการแพทย์จึงมุ่งเน้นไปที่การพักการทำงานของตับอ่อนและประคับประคองการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ ไม่ให้ล้มเหลว โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
หลักการรักษาในโรงพยาบาล
ผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยแพทย์ในกลุ่มโรคทางเดินอาหารจะดูแลประคับประคองเพื่อให้ตับอ่อนฟื้นตัว ดังนี้
- ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluid) เป็นขั้นตอนแรก เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสีย ป้องกันภาวะขาดน้ำและลดความเสี่ยงต่อภาวะช็อก
- งดอาหารและน้ำทางปาก (NPO) ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ตับอ่อนได้หยุดพักการหลั่งน้ำย่อยและลดการอักเสบ
- ให้ยาแก้ปวดระดับสูง เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องที่มักจะรุนแรงมาก
- ติดตามผลเลือดอย่างใกล้ชิด ตรวจเช็กค่าเอนไซม์ตับอ่อน (Lipase, Amylase) ค่าเม็ดเลือดสมบูรณ์ (CBC) และการทำงานของไต (Creatinine) อย่างสม่ำเสมอ
- แก้ไขที่สาเหตุ หากพบว่าเกิดจากนิ่วอุดตัน แพทย์จะทำการส่องกล้อง เพื่อคีบเอานิ่วออกหรืออาจต้องผ่าตัดถุงน้ำดีทิ้งในภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน รักษาให้หายขาดได้ไหม?
หากเป็นในระดับเบาถึงปานกลาง ตับอ่อนสามารถสมานแผลและฟื้นตัวกลับมาทำงานได้ตามปกติภายใน 1–2 สัปดาห์ด้วยการรักษาแบบประคับประคองในโรงพยาบาล แต่ในกรณีรุนแรงที่มีเนื้อตับอ่อนตายหรือมีฝีหนอง ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและต้องใช้เวลารักษายาวนานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ซึ่งเนื้อเยื่อที่ตายไปแล้วอาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้
หลังหายจากตับอ่อนอักเสบควรกินอะไร?
ในช่วงแรกหลังออกจากโรงพยาบาล ควรเริ่มจากการทานอาหารอ่อน ย่อยง่ายและมีไขมันต่ำมาก ๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม เนื้อปลาต้มหรือผักต้มเปื่อย ที่สำคัญ คือ ต้องงดดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงอาหารมัน ของทอด กะทิ เพื่อไม่ให้ตับอ่อนทำงานหนักเกินไป จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณอาหารตามที่แพทย์แนะนำ
ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังต่างจากเฉียบพลันอย่างไร?
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจะเกิดขึ้นทันที มีอาการรุนแรงและมักหายขาดได้หากได้รับการรักษาทันเวลา ส่วนตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง คือ การที่ตับอ่อนเกิดการอักเสบซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องจนเกิดพังผืด ทำให้ตับอ่อนสูญเสียการทำงานอย่างถาวร นำไปสู่โรคเบาหวานและการดูดซึมสารอาหารบกพร่อง ซึ่งสาเหตุหลักร้อยละ 80 ของแบบเรื้อรังมาจากการดื่มแอลกอฮอล์
ดื่มแอลกอฮอล์เพียงครั้งเดียวทำให้ตับอ่อนอักเสบได้ไหม?
เป็นไปได้ โดยเฉพาะหากเป็นการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมหาศาลรวดเดียวในระยะเวลาสั้น ๆ (Binge Drinking) แม้ความเสี่ยงจะสูงกว่าในคนที่ดื่มหนักเป็นประจำ แต่ในบางคน การดื่มเหล้าหนักเพียงครั้งเดียวก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารพิษที่เข้าไปทำลายเซลล์ตับอ่อนจนเกิดการอักเสบเฉียบพลัน ได้ทันทีเช่นกัน





