ข้อเข่าเสื่อม อาการเป็นอย่างไร เกิดจากอะไร และรักษาให้หายได้ไหม?
โรคข้อเข่าเสื่อมอาการที่พบมากในวัยกลางคน และผู้สูงอายุ ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้กระดูกบางลง และยังพบบ่อยในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีพฤติกรรมที่ชอบนั่งพับเพียบ ขัดสมาธิเป็นประจำอีกด้วย โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดเข่า ปวดขา ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ รู้สึกเดินขึ้น-ลงบันไดยากมากขึ้น ลุกนั่งแล้วรู้สึกเจ็บปวด แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนข้อเข่าเสื่อมรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
สารบัญ
- ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
- อาการข้อเข่าเสื่อมเป็นอย่างไร สังเกตได้จากอะไร?
- ทำไมข้อเข่าเสื่อมถึงปวด บวม และข้อเข่าโก่ง?
- ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายไหม มีวิธีรักษาอะไรบ้าง?
- ป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร ควรปฏิบัติตัวแบบไหน?
- ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นขา ช่วยป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อม (FAQ)
ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
โรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อเข่า เมื่อไม่มีกระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อ เนื้อกระดูกก็จะมาชนกันขณะรับน้ำหนัก ทำให้เกิดอาการปวด กระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 30 ปี แต่เมื่ออายุมากขึ้น เซลล์กระดูกอ่อนสร้างและซ่อมแซมผิวข้อที่สึกกร่อนไม่ทัน ทำให้ผิวข้อไม่เรียบ ความหนาของผิวกระดูกอ่อนลดลง ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม
อาการข้อเข่าเสื่อมเป็นอย่างไร สังเกตได้จากอะไร?
- ปวดเวลาใช้งาน เดินลำบาก
- ข้อเข่าฝืดตึงตอนเช้า พอขยับสักพักก็ดีขึ้น
- มีเสียงก๊อบแก๊บในข้อเวลาเคลื่อนไหว
- บวมเมื่อเกิดการอักเสบในข้อเข่า
- ข้อเข่าโก่งผิดรูป
- ข้อเข่าใหญ่ขึ้น เนื่องจากมีกระดูกงอก
- เหยียด งอเข่าได้น้อยลง
ทำไมข้อเข่าเสื่อมถึงปวด บวม และข้อเข่าโก่ง?
เมื่อผิวกระดูกอ่อนสึกกร่อน กระดูกส่วนใต้ผิวกระดูกอ่อนจะกระแทกกันเวลาเดินจึงทำให้ปวด เศษกระดูกอ่อนที่หลุดออกมาจะกระตุ้น ทำให้เกิดการอักเสบในข้อเข่าจึงทำให้บวมและปวด ผิวกระดูกอ่อนที่บางลงทำให้แนวของข้อเข่าเปลี่ยนไปจึงทำให้เข่าโก่ง เมื่อข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น ข้อเข่าจะหลวม ร่างกายจึงพยายามสร้างกระดูกให้ใหญ่ขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงแก่ข้อเข่า แต่กระดูกงอกที่เกิดขึ้นจะไปขัดขวางการงอเหยียดของข้อเข่า
ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายไหม มีวิธีรักษาอะไรบ้าง?
โรคข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะเกิดจากการสึกหรอของกระดูก ทำได้แค่ประคองอาการปวดและชะลอไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นเท่านั้น โดยแนวทางการรักษาหลัก ๆ มี 2 รูปแบบ ได้แก่ การเปลี่ยนข้อเข่าหรือรักษาแบบไม่ผ่าตัด ดังนี้
รักษาแบบไม่ผ่าตัด ทำได้อย่างไรบ้าง?
- ปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนัก: หลีกเลี่ยงนั่งยอง ๆ และลดน้ำหนักตัว เพื่อไม่ให้น้ำหนักกดทับข้อเข่า
- ออกกำลังกายเบา ๆ: เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่า โดยต้องไม่กระแทกเข่ารุนแรง เช่น ว่ายน้ำ
- ใช้ยาลดปวดและลดอักเสบ: ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- ฉีดยาเข้าข้อ: เพื่อลดการเสียดสีในข้อและดูดซับแรงกระแทก
- ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง: เช่น ไม้พยุงในฝั่งตรงข้ามกับข้างที่ปวด หรือใส่สนับเข่าเพื่อลดการรับน้ำหนัก
เมื่อไหร่ที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?
- ปวดเรื้อรัง ปวดมากจนรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
- ทำกิจวัตรลำบาก เดินลำบาก ขึ้นลงบันไดไม่ได้
- เข่าผิดรูป ข้อเข่าเริ่มโก่ง
- รักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล ลองรักษาแบบไม่ผ่าตัด แต่อาการไม่ดีขึ้น
- ข้อเข่าเสื่อมรุนแรง แพทย์พิจารณาจากผลเอกซเรย์ว่าอายุข้อเข่าเสื่อมสภาพ
ป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร ควรปฏิบัติตัวแบบไหน?
หลังจากเราเข้าใจการทำงานของข้อเข่าแล้ว เราก็มาเรียนรู้การดูแลรักษาข้อเข่าเพื่อให้เรามีข้อที่ดีใช้ไปนาน ๆ
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
คนไทยมีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนพื้น เช่น นั่งยอง ๆ ซักผ้า ล้างจาน นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ การใช้ห้องน้ำแบบนั่งยอง ๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ต้องการการงอเข่ามากกว่าปกติ ทำให้มีแรงกระทำต่อข้อเข่า ซึ่งถ้าทำกิจกรรมเหล่านี้เป็นเวลานาน และทำเป็นประจำจะส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น เราควรปรับพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยการนั่งบนเก้าอี้ ใช้ห้องน้ำชักโครกแบบมีโถรองนั่ง การใช้งานเข่าในกิจกรรมหนัก เช่น ปีนเขา วิ่งทางไกล กระโดด เล่นกีฬาหนัก จะต้องมีการซ้อมอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกาย และกล้ามเนื้อมีความพร้อมรองรับกิจกรรมหนัก ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ถ้าไปทำกิจกรรมหนักเหล่านี้อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
ลดน้ำหนัก
การปรับลดกิจกรรมหนักเป็นสิ่งที่ดีต่อข้อเข่า แต่เราอาจลืมไปว่าน้ำหนักตัวของเราเป็นสิ่งแรกที่ข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก การที่จะรู้ว่าเราอ้วนแค่ไหนเราวัดจากดัชนีมวลกาย โดยการนำน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง ถ้าผลที่ได้เกิน 25 ก็จัดว่าอ้วน
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสม
การออกกำลังกายอย่างการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แอโรบิกจะทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ซึ่งกล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงจะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อเข่า ทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักน้อยลง จะช่วยป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้ แต่อย่าลืมว่าต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและต้องค่อย ๆ เริ่มปรับความหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่ควรหักโหมในทันที อาจทำให้บาดเจ็บได้ การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อข้อเข่ามาก เพราะมีแรงกระทำต่อข้อเข่าน้อยและเป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย
ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นขา ช่วยป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร?
- นั่งบนเก้าอี้: กระดกข้อเท้าขึ้น เกร็งต้นขาและยกขาเหยียดเข่าตรง เกร็งค้างไว้ นับ 1-10 แล้วเอาลง ให้ทำสลับกันทั้งสองข้างต่อเนื่องกัน 30 นาที
- การถีบจักรยาน: โดยเฉพาะจักรยานสำหรับออกกำลังกายที่สามารถปรับความหนืดได้ จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แต่มีข้อสำคัญคือ ต้องปรับอานที่นั่งให้สูงเพื่อไม่ให้เข่างอมาก ลักษณะแบบต้องเขย่งปลายเท้าในการถีบเล็กน้อย ควรถีบจักรยานให้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อม (FAQ)
ข้อเข่าเสื่อมหายขาดได้ไหม?
ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะเกิดจากกระดูกอ่อนสึกหรอและไม่สามารถกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิมได้ แต่สามารถควบคุมอาการปวดได้ด้วยปรับพฤติกรรม รับประทานยา และรักษาตามอาการ
ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ ต่างจากวัยทำงานอย่างไร?
ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุมักเกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติ ส่วนในวัยทำงานมักเกิดจากน้ำหนักตัวเกิน หรือใช้งานเข่าหนักเกินไป
เข่าเสื่อมระยะไหนต้องผ่าตัด?
ระยะรุนแรง โดยมีอาการปวดจนเดินยาก รบกวนการนอนและใช้ชีวิตลำบาก ข้อเข่าโก่งผิดรูปชัดเจน หรือเคยรักษาแบบไม่ผ่าตัดมาแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น หากเข้ามารักษาที่ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ข้อเข่าเสื่อมป้องกันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
ตั้งแต่อายุ 30 ปีเป็นต้นไป เพราะเป็นวัยที่ข้อเข่าเริ่มเสื่อมตามธรรมชาติ หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงการใช้งานเข่าหนักจนเกินไป จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของข้อเข่าได้
ออกกำลังกายแบบไหนที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น?
การวิ่งบนพื้นแข็ง กระโดดเชือก บาสเกตบอล หรือออกกำลังกายโดยที่ไม่ได้วอร์มร่างกายให้พร้อม
ข้อเข่าเสื่อมกินอะไรดี อาหารช่วยบำรุงข้อเข่า
- คอลลาเจนและโอเมก้า-3: เพื่อเสริมสร้างกระดูกอ่อน เช่น ปลาทะเล แซลมอน น้ำซุปกระดูก
- วิตามินซี: จากผลไม้รสเปรี้ยวที่ช่วยสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี
- แคลเซียม: จากนมหรือผักใบเขียว เพื่อเสริมความแข็งแรงของมวลกระดูกโดยรวม
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777





