• banner

โรครูมาตอยด์ คืออะไร? อาการ สาเหตุ และวิธีสังเกตที่ควรรู้

ถ้าคุณมีอาการปวดข้อบริเวณต่าง ๆ นานติดกันหลายเดือน อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรครูมาตอยด์ ที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อต่อ สามารถสังเกตได้จากอาการปวด บวม แดง และร้อนบริเวณข้อต่อเล็ก ๆ อย่างข้อมือ ข้อนิ้วมือ และข้อนิ้วเท้า หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อรอบข้อ จนทำให้กระดูกผิดรูปและไม่สามารถกลับใช้งานได้ปกติเหมือนเดิม

บทความนี้ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ จะพาทุกคนรู้จักอาการ วิธีการสังเกต และแนวทางการรักษาในปัจจุบัน ว่าเป็นอย่างไร และสามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม

สารบัญ


โรครูมาตอยด์ ต่างจากข้ออักเสบทั่วไป

โรครูมาตอยด์ คืออะไร ต่างจากข้ออักเสบทั่วไปอย่างไร?

โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) คือ โรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อของตนเอง เป็นหนึ่งในกลุ่มแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune) โดยจะมีอาการบวม ปวด และอักเสบเรื้อรังของข้อต่อ เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ ข้อศอก และข้อเข่า จากการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อของตนเอง จนเกิดเป็นอาการข้ออักเสบเรื้อรัง มักเป็นบริเวณข้อนิ้วมือ ข้อมือ และข้อนิ้วเท้าทั้งสองข้าง สามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป

โรครูมาตอยด์กับโรคข้อเข่าเสื่อม ต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจสับสนระหว่างอาการปวดของรูมาตอยด์กับข้อเข่าเสื่อมว่าแตกต่างกันอย่างไร สรุปรายละเอียดทั้งหมดมาให้แล้วในตารางด้านล่างนี้

ลักษณะ โรครูมาตอยด์ โรคข้อเข่าเสื่อม
สาเหตุ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายเยื่อบุข้อต่อ เกิดจากความเสื่อมสภาพตามอายุ
ลักษณะการปวด มักปวดข้อทั้งสองข้างพร้อมกัน ปวดเฉพาะข้างที่ใช้งานหนัก
ช่วงวัยที่พบบ่อย 20-60 ปี ผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป
อาการของโรครูมาตอยด์

อาการของโรครูมาตอยด์เป็นอย่างไร สังเกตได้จากอะไร?

ลักษณะอาการของโรครูมาตอยด์ สังเกตได้ดังนี้

  • มีอาการข้อฝืดตึงหรือข้อติดตอนเช้า เช่น กำมือได้ไม่สุด ขยับข้อต่อยาก เป็นระยะเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง
  • ปวดแบบสมมาตร (Symmetrical Polyarthritis) โดยจะรู้สึกปวดตามข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า หรือข้อมือพร้อมกัน ทั้งข้างซ้ายและขวา
  • มีอาการอื่น ๆ ทางกายร่วมด้วย เช่น มีไข้ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ตาแห้ง ชาตามมือหรือเท้า
  • มักปวดในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น หลังตื่นนอน หรือปวดตอนกลางคืน

อาการเหล่านี้จะไม่ใช่แค่ปวดอักเสบธรรมดา และหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เส้นเอ็นถูกดึงรั้งจนนิ้วมือบิดเบี้ยว ข้อต่อถูกทำลายจนผิดรูปและพิการได้


โรครูมาตอยด์ มีทั้งหมดกี่ระยะ

โรครูมาตอยด์มีกี่ระยะ แต่ละระยะอาการเป็นอย่างไร?

โรครูมาตอยด์สามารถแบ่งตามระดับความรุนแรงตามระบบการประเมินความรุนแรงของโรค (Steinbrocker Staging System) ได้ทั้งหมด 4 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มต้น ระยะปานกลาง ระยะรุนแรง และระยะสุดท้าย โดยแพทย์จะประเมินจากภาพถ่ายรังสี (X-ray) สรุปอาการแต่ละระยะได้ดังนี้

ระดับความรุนแรง อาการที่พบ ลักษณะสำคัญ
ระยะเริ่มต้น มีอาการบวมและอักเสบของเนื้อเยื่อรอบข้อ ยังเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ยังไม่พบการทำลายกระดูกจากภาพเอกซเรย์
ระยะปานกลาง เริ่มเคลื่อนไหวได้จำกัด กล้ามเนื้อรอบข้อเริ่มลีบ เริ่มพบกระดูกอ่อนถูกทำลายเล็กน้อย
ระยะรุนแรง บริเวณข้อเริ่มผิดรูป เช่น ข้อเคลื่อน นิ้วเริ่มบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อลีบ ทั้งกระดูกอ่อนและกระดูกถูกทำลาย
ระยะสุดท้าย ข้อต่อไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย ข้อยึดติดถาวร
โรครูมาตอยด์ แพทย์วินิจฉัยอย่างไรบ้าง

วินิจฉัยโรครูมาตอยด์อย่างไร แพทย์ตรวจอะไรบ้าง?

การวินิจฉัยโรครูมาตอยด์ แนะนำให้ตรวจกับอายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติสซั่ม ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร่วมกับตรวจเลือดหาค่าการอักเสบ โดยแพทย์จะประเมินผลรวมตามเกณฑ์การวินิจฉัยมาตรฐานสากล (ACR/EULAR 2010) เพื่อนำไปวิเคราะห์และรักษาต่อได้สะดวกมากขึ้น

ตรวจร่างกาย

ตรวจหาข้อบวม ข้อกดเจ็บ ข้อผิดรูป การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ รวมถึงอาการอื่น ๆ เช่น ตาแห้ง อาการทางปอด หรือผื่น

ตรวจเลือดและภาพถ่ายรังสี

  • ตรวจค่าการอักเสบ (ESR, CRP)
  • ตรวจหาสารรูมาตอยด์ในเลือด (Rheumatoid Factor)
  • ตรวจหาแอนติบอดีเฉพาะอย่าง Anti-Cyclic Citrullinated Peptides (Anti-CCP)
  • อาจส่งตรวจเอกซเรย์มือสองข้าง (กรณีเป็นมานานหลายเดือน)

โรครูมาตอยด์ รักษาหายขาดไหม มีวิธีรักษาอะไรบ้าง

โรครูมาตอยด์ รักษาหายขาดไหม มีวิธีรักษาอะไรบ้าง?

โรครูมาตอยด์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมให้อาการสงบได้ด้วยยาปรับภูมิคุ้มกัน (DMARDs) โดยมีตัวยาหลัก คือ ยาเมโธเทรกเซท รับประทานสัปดาห์ละครั้ง ออกฤทธิ์เต็มที่ใน 6 เดือน ร่วมกับการตรวจติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอกับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงปกติมากที่สุด

ทำไมต้องตรวจติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

ในกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อยาข้างต้นภายใน 3-6 เดือน แพทย์จะพิจารณาปรับแนวทางการรักษา ซึ่งบางรายอาจต้องใช้ยาสเตียรอยด์ร่วมด้วย จึงจำเป็นต้องตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพราะการใช้สเตียรอยด์ระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนได้

นอกจากยา มีวิธีรักษาและดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?

  • เลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้โรครุนแรงขึ้น
  • ดูแลฟันและช่องปากให้สะอาด ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • ประคบอุ่นบริเวณที่ข้ออักเสบ
  • บริหารข้อเบา ๆ เพื่อป้องกันข้อติด
  • พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง
  • รับประทานอาหารปรุงสุกผ่านความร้อนใหม่ ๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์

รูมาตอยด์ห้ามกินอะไร อาหารไหนที่ควรหลีกเลี่ยง?

ของทอด แป้งขัดสี น้ำตาล เนื้อแดง เนื้อแปรรูป อาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เบเกอรี่ ฟาสต์ฟู้ด ผลิตภัณฑ์จากนม และแอลกอฮอล์ เพราะกระตุ้นการอักเสบของข้อต่อได้

รูมาตอยด์กับเก๊าท์ต่างกันอย่างไร?

รูมาตอยด์ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเยื่อบุข้อ และมักเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคแพ้ภูมิตัวเอง (บางคนอาจเรียกว่าภูมิแพ้ตัวเอง) ส่วนเก๊าท์เกิดจากกรดยูริกที่สะสมจนตกผลึกในข้อต่อ โดยมักปวดเพียงข้อเดียว

โรครูมาตอยด์อันตรายถึงชีวิตไหม?

หากปล่อยทิ้งไว้และไม่รักษา การอักเสบเรื้อรังอาจลุกลามไปยังอวัยวะต่าง ๆ เช่น หัวใจ ปอด และหลอดเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้

ถ้าอาการดีขึ้นแล้ว หยุดยาเองได้ไหม?

ผู้ป่วยไม่ควรปรับยาเอง เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงกว่าเดิม ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนปรับลดหรือหยุดยาทุกครั้ง

รูมาตอยด์รักษาที่วิชัยยุทธพบแพทย์เฉพาะทางอะไร?

สามารถวินิจฉัยและทำการรักษากับแพทย์เฉพาะทางอายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติสซั่ม ที่ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ


ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777

ศูนย์รักษา: ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 31/07/2026

แพทย์ผู้เขียน

พญ. บุญจริง ศิริไพฑูรย์

img

ความถนัดเฉพาะทาง

อายุรศาสตร์

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

อายุรศาสตร์โรคข้อและรูมาติสซั่ม

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา

โปรแกรมอื่นๆ