กระดูกสันหลังคด สาเหตุคืออะไร อาการ และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง
โรคกระดูกสันหลังคด เป็นภาวะความผิดปกติที่พบได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด มักพบในวัยรุ่น ส่วนที่เหลือเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดหรือความเสื่อมสภาพตามวัย อาการที่สังเกตได้คือระดับหัวไหล่และสะโพกทั้งสองข้างสูงไม่เท่ากัน
นอกจากทำให้บุคลิกภาพไม่ดีแล้ว ยังอาจนำไปสู่อาการปวดหลังเรื้อรัง เส้นประสาทถูกกดทับ และปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ในรายที่คดมาก ระยะแรกดูแลด้วยการเฝ้าระวังหรือกายภาพบำบัด ส่วนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดกระดูกสันหลัง ซึ่งเราจะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษาที่เหมาะสม
สารบัญ
- โรคกระดูกสันหลังคดคืออะไร
- กระดูกสันหลังคด เกิดจากอะไรบ้าง
- กระดูกสันหลังคด มีกี่ระดับ รุนแรงแค่ไหนต้องรักษา
- วิธีการใดที่สามารถบอกว่าเราอาจเป็นโรคกระดูกสันหลังคด
- การวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังคด
- ผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุจะต้องทำอย่างไร
- การรักษาด้วยการไม่ผ่าตัด
- จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเมื่อไร
- คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังคด (FAQ)
โรคกระดูกสันหลังคดคืออะไร
โรคกระดูกสันหลังคด คือ โรคที่ผู้ป่วยจะมีลักษณะของกระดูกสันหลังผิดรูป เริ่มโค้งงอไปทางด้านข้าง และหากวัดมุมส่วนโค้ง หรือที่เรียกว่ามุมกระดูกสันหลังคด (Cobb angle) มีมากกว่า 10 องศา
กระดูกสันหลังคด เกิดจากอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่ไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ที่เรียกว่ากระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Scoliosis) พบบ่อยในเด็กวัยรุ่นช่วงอายุประมาณ 10-15 ปี ในบางรายอาจสังเกตเห็นตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ ก็ได้ ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดกระดูกสันหลังคด ได้แก่
- โรคกระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด (Congenital Scoliosis): การคดชนิดนี้มักเป็นมาตั้งแต่เกิด หรือค่อย ๆ คดมากขึ้นตั้งแต่เด็กเล็ก ทำให้กระดูกสันหลังผิดรูปหรือเติบโตได้ไม่สมบูรณ์
- โรคกระดูกสันหลังคดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อระบบประสาท (Neuromuscular Scoliosis): เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ ไขสันหลัง หรือระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้กล้ามเนื้อที่พยุงหลังอ่อนแรง
- โรคกระดูกสันหลังคดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลัง (Degenerative Scoliosis): เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการใช้งานหนักสะสม บางรายอาจมีกระดูกสันหลังเคลื่อนร่วมด้วย
- กระดูกสันหลังคดจากสาเหตุอื่น (Functional Scoliosis): มักเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ขายาวไม่เท่ากัน สะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว หรือนั่งผิดท่า ซึ่งสามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้
กระดูกสันหลังคด มีกี่ระดับ รุนแรงแค่ไหนต้องรักษา
ภาวะกระดูกสันหลังคด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ วัดความรุนแรงจากมุมองศาความโค้ง (Cobb angle) ทราบได้จากการเอกซเรย์ (X-ray) ที่ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ มุมยิ่งคดมากก็ยิ่งรุนแรง และมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้
| ลักษณะ | ระดับน้อย | ระดับปานกลาง | ระดับรุนแรง |
|---|---|---|---|
| องศาความโค้ง | ประมาณ 10-15 องศา | 25-45 องศา | มากกว่า 45 องศาขึ้นไป |
| แนวทางการรักษา | เฝ้าระวัง ติดตามอาการทุก 4-6 เดือน | ใส่เสื้อเกราะดัดหลัง | ผ่าตัดจัดแนวกระดูกสันหลัง |
วิธีการใดที่สามารถบอกว่าเราอาจเป็นโรคกระดูกสันหลังคด
นอกจากแนวกระดูกสันหลังไม่ตรง ความสูงของระดับหัวไหล่ไม่เท่ากันแล้ว อาจดูได้จากการตรวจง่าย ๆ คือ Adam's forward bending test ให้ผู้ป่วยยืนเท้าชิดกัน และให้ก้มไปด้านหน้า พยายามใช้มือ 2 ข้างแตะพื้น จะเห็นความนูนของหลังไม่เท่ากัน
การวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังคด
นอกจากการดูลักษณะที่ผิดปกติแล้ว แพทย์จะตรวจการทำงานของระบบประสาท และอาจส่งตรวจทางรังสี หรือส่งเอกซเรย์เพื่อการวินิจฉัย และประเมินระดับความรุนแรงของโรค
ผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Scoliosis) จะต้องทำอย่างไร
ผู้ป่วยและญาติต้องเข้าใจโรคกระดูกสันหลังคด การดำเนินโรค และคอยช่วยแพทย์สังเกตความเปลี่ยนแปลง ความคดของกระดูกสันหลัง และมาติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะจุดประสงค์การรักษา คือ ควบคุมหรือลดการคดของกระดูกสันหลังไม่ให้เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น หลังจากแพทย์ประเมินระดับความรุนแรงของโรค อายุกระดูก และการเจริญเติบโตของผู้ป่วยแล้วจึงจะพิจารณาให้การรักษา
การรักษาด้วยการไม่ผ่าตัด
การรักษาวิธีนี้ใช้ในกรณีผู้ป่วยมีมุมองศาที่คดไม่มาก โดยการใช้การสังเกตอาการ (observe) หรืออาจจะต้องใช้เสื้อเกราะ (brace) ในผู้ป่วยบางราย
รักษาด้วยการสังเกตอาการ (Observe)
กรณีที่ผู้ป่วยมีมุมองศาที่คดไม่มากจึงสามารถใช้วิธีการรักษานี้ได้ โดยการสังเกตว่ากระดูกสันหลังคดมากขึ้นหรือไม่ และจำเป็นต้องมาติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิดทุก 4-6 เดือน ถ้ามีการเพิ่มขึ้นของมุมองศาที่คด อาจต้องใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย
รักษาด้วยเสื้อเกราะ (Brace) ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
การรักษาจะใช้เสื้อเกราะ (brace) ใส่ป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังคดมากขึ้น ผู้ป่วยจะใส่ตลอดเวลาประมาณ 23 ชั่วโมงต่อวัน ยกเว้นเวลาอาบน้ำสามารถถอดได้ การใส่เสื้อเกราะจะต้องใส่จนกว่าผู้ป่วยหยุดเจริญเติบโต และค่อย ๆ ลดจำนวนชั่วโมงที่ใส่ลงจนแน่ใจว่ากระดูกสันหลังไม่คดมากขึ้นแล้ว ก็จะหยุดใส่ได้
จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเมื่อไร
- ผู้ป่วยที่มีมุมของกระดูกสันหลังคดมากกว่า 45 องศาในวัยกำลังเจริญเติบโต (Immature)
- ผู้ป่วยที่มีมุมของกระดูกสันหลังคดมากกว่า 50-55 องศาในวัยที่หยุดการเจริญเติบโตแล้ว (Maturity)
- ผู้ป่วยที่มีการคดของกระดูกสันหลังมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะรับการรักษาโดยการใส่เสื้อเกราะ (Brace)
สรุป
โรคกระดูกสันหลังคดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และในแต่ละชนิดก็มีความรุนแรงของโรคและการดำเนินของโรคแตกต่างกันไป สำคัญที่การวินิจฉัยในระยะแรก ๆ ของโรค ถ้าวินิจฉัยได้เร็วและเริ่มการรักษาได้เร็ว ก็อาจจะสามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้ ดังนั้นถ้าตรวจพบ ควรรีบมาพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นจากสาเหตุใด เพื่อการเฝ้าระวังอย่างถูกต้อง และให้การรักษาที่เหมาะสม
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังคด (FAQ)
กระดูกสันหลังคด อันตรายถึงชีวิตไหม?
ส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะชนิดไม่ทราบสาเหตุและมีมุมคดไม่มาก แต่หากปล่อยให้คดรุนแรงโดยไม่รักษา อาจกดทับปอดจนทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือกระทบหัวใจในระยะยาวได้
เด็กที่กระดูกสันหลังคด โตขึ้นจะหายเองไหม?
ส่วนใหญ่ไม่หายเอง หากเกิดในเด็กเล็กมีโอกาสที่หายได้เอง แต่สำหรับเด็กที่อายุ 4-10 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องติดตามอาการและใส่เสื้อเกราะดัดหลัง หากกระดูกเริ่มคดอยู่ที่ 25-45 องศา
กระดูกสันหลังคดในผู้ใหญ่ ต่างจากในเด็กไหม?
ต่างกัน เด็กและวัยรุ่นมักเป็นชนิดไม่ทราบสาเหตุและไม่ค่อยมีอาการปวด ส่วนผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงอายุมักเป็นจากความเสื่อมของกระดูกสันหลัง และมักมีอาการปวดร่วมด้วย
กระดูกสันหลังคด ต้องใส่เสื้อเกราะตลอดเวลาไหม?
ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ใส่ติดต่อกัน 16-23 ชั่วโมง เพื่อจัดแนวกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เฉพาะทางเป็นหลัก
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
โทร. 0-2265-7777





