Work From Home ให้ปลอดภัย ห่างไกล Office Syndrome

924

หนุ่มสาวออฟฟิศที่กำลัง Work from Home ถ้ายังไม่อยากให้อาการ Office Syndromeเล่นงาน ลองอ่านข้อมูลสุขภาพเกี่ยวกับการ Work from Home ให้ปลอดภัยจาก Office Syndrome โดย นพ.สุดหล้า ปรีชานนท์ แพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิชัยยุทธกันค่ะ

ทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า Office Syndrome หรือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืดที่เกิดขึ้นจากการทำงานในออฟฟิศโดยมีท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะการนั่ง ส่งผลต่อการเกิดอาการปวดได้หลายจุด เช่น บ่า คอ ไหล่ หรือหลัง และมักจะเป็นเรื้อรัง  หนึ่งในเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19  คือ การเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานจากออฟฟิศเป็นที่บ้าน หรือ “Work From Home” ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาที่หลายคนไม่คาดคิด คือ อาการปวดต่างๆ ที่ตนเองเคยเป็นจาก Office Syndrome กลับแย่ลงกว่าเดิม หรือคนที่ไม่เคยปวดมาก่อนเลยก็อาจจะเริ่มมีอาการได้ ทำให้ช่วงนี้ผู้ป่วยหลายท่านต้องมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลด้วยอาการและสาเหตุที่คล้ายๆ กัน (จึงขอเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า “Work From Home Syndrome”)

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการนี้?
แบ่งเป็น 2 สาเหตุหลักๆ คือ
1. จากการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เช่น บางบริษัทมีการประชุมเพื่อปรับแผนกลยุทธการดำเนินงานต่างๆ ทำให้ในแต่ละวันมีการประชุมทางไกลโดยใช้ Computer, Tablet  หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานมากขึ้น (ผู้ป่วยบางรายเล่าว่า เวลาประชุมนั้นตนเองแทบจะไม่สามารถไปทำอย่างอื่นได้เพราะต้องเปิดกล้องไว้ตลอดและมิหนำซ้ำในแต่ละวันยังมีการประชุมติดต่อกันหลายเรื่องทั้งวัน)
2. จากท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) เช่น
– นั่งทำงานบนเตียงหรือนั่งกับพื้น ใช้โต๊ะญี่ปุ่นแทนโต๊ะทำงาน
– นั่งทำงานในห้องรับประทานอาหาร ใช้โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงาน
– ใช้ Laptop Computer แทนการใช้ Desktop Computer เป็นเวลานานๆ
– ติดต่อสื่อสารกันโดยการพิมพ์ในโทรศัพท์มือถือหรือ Tablet มากขึ้น ส่งผลให้ท่าทางในการทำงานอยู่ในลักษณะไม่เหมาะสมมากขึ้น เช่น ไหล่สองข้างห่อ คางยื่นไปด้านหน้า บ่ายกตัว หลังโก่งงอหรือเอียง     

หลักการในการแก้ไข
1. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้มีความกระชับมากขึ้น เช่น ในการประชุมต่างๆควรมีช่วงเวลาพักระหว่างการประชุมมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ประชุมสามารถทำกิจกรรมอื่นๆในบ้านได้ในขณะที่กำลังประชุม รวมถึงจำกัดเวลาในการประชุมในแต่ละวันไม่ให้มากเกินไป
2. ปรับสภาพแวดล้อมและท่าทางการทำงานให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)
3. มีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อลดความตึงจากการใช้งานนานๆอยู่สม่ำเสมอ ทุก 1/2-1 ชั่วโมง

หลักการยศาสตร์ในการนั่งทำงาน
1. ศีรษะ ตั้งตรงหรือก้มเล็กน้อยทำมุม 10-15 องศา สายตาขนานกับพื้นและอยู่ระนาบเดียวกันกับขอบบนสุดของหน้าจอคอมพิวเตอร์
2. คอ ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
3. หลัง ชิดกับพนักพิงหลัง ไม่แอ่นหรือก้ม
4. สะโพก แนบกับมุมฉากของพนักเก้าอี้ ลงน้ำหนักที่สะโพกทั้ง 2 ข้างเท่าๆกัน
5. ข้อศอก วางแนบลำตัวหรือวางบนพนักวางแขน งอศอกทำมุมประมาณ 90 องศา
6. ข้อมือ สามารถวางบนโต๊ะทำงานได้ในขณะที่ใช้ Computer
7. ต้นขา วางราบกับที่นั่ง
8. เข่า งอทำมุม 90 องศา
9. เท้า วางราบกับพื้น ถ้าเท้าลอยจากพื้นให้นำวัสดุมารองได้ เช่น หมอนหนาๆ

คำแนะนำเพิ่มเติม
1. ถ้าคิดว่าในอนาคตต้องทำงานจากที่บ้านเป็นระยะเวลานาน ควรจัดสิ่งแวดล้อมและสถานที่ในการทำงานให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์เลย เช่น จัดหาเก้าอี้หรือโต๊ะทำงานมาไว้ในบ้าน
2. ควรใช้ Desktop Computer มากกว่าการใช้ Laptop Computer เพราะทำให้เราสามารถจัดท่าทางการทำงานได้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ หรือทำการปรับเปลี่ยนโดยการยกความสูงของ Laptop Computer ขึ้นมาให้ขอบด้านบนของหน้าจอ อยู่ในระนาบเดียวกันกับสายตา และทำการเชื่อมต่อ Keyboard รวมถึง Mouse ภายนอกแยกออกมาต่างหาก

แพทย์ผู้เขียน

แพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 4.7]
เรายึดมั่นในหลักการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลและติดตามผลการรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด