กระดูกคอเสื่อม สาเหตุคืออะไร ปวดคอแบบไหนอันตราย
ภาวะกระดูกคอเสื่อมในผู้สูงอายุเกิดจากกระดูกคอเสื่อมสภาพตามอายุ แต่ปัจจุบันวัยกลางคนก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะมีพฤติกรรมก้มคอพิมพ์งานหรือเล่นสมาร์ตโฟน ใช้คอผิดท่า หรือใช้งานซ้ำ ๆ ซึ่งเร่งให้กระดูกคอเสื่อมเร็วขึ้น อาการมักเริ่มจากปวดตึงคอ มีเสียงลั่นเมื่อหันคอ
แต่ถ้าเริ่มปวดร้าวลงแขนลามไปยังส่วนต่าง ๆ ชามือและแขน ปวดหัว ทรงตัวได้ไม่ดี นี่คือสัญญาณอันตรายว่าอาจมีการกดทับเส้นประสาทได้ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยทันที เราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจสาเหตุ วิธีป้องกัน และแนวทางรักษาที่เหมาะสม
สารบัญ
- กระดูกคอเสื่อม คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
- สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของกระดูกคอเสื่อม มีอะไรบ้าง?
- อาการกระดูกคอเสื่อม สังเกตได้อย่างไร?
- อาการปวดแบบไหนที่พบแพทย์ทันที
- วิธีวินิจฉัยกระดูกคอเสื่อม แพทย์ตรวจอะไรบ้าง?
- แนวทางรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัด ยา และการผ่าตัด ต่างกันอย่างไร?
- วิธีป้องกันภาวะกระดูกคอเสื่อมในวัยทำงาน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกคอเสื่อม (FAQ)
กระดูกคอเสื่อม คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
กระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) คือ ภาวะที่กระดูกต้นคอ ข้อต่อ และหมอนรองกระดูกต้นคอเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ทำให้หมอนรองกระดูกยุบตัวและเกิดกระดูกงอก (Osteophyte) ขึ้นมาเพื่อรองรับน้ำหนัก ซึ่งอาจยื่นไปกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังที่อยู่ใกล้เคียงได้
โดยภาวะกระดูกคอเสื่อมมักจะเริ่มตั้งแต่อายุ 30-40 ปี และสะสมไปเรื่อย ๆ จนเกิดกระดูกงอก ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองกระดูกคอเริ่มเสื่อม จนกว่าจะเริ่มมีอาการปวดหรือปวดร้าวอย่างชัดเจน
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของกระดูกคอเสื่อม มีอะไรบ้าง?
ภาวะกระดูกคอเสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งความเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ และพฤติกรรมการใช้คอในแต่ละวันที่จะยิ่งเร่งให้กระดูกเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะคนที่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นประจำ
- อายุเพิ่มขึ้น ความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกระดูกคอจะค่อย ๆ เสื่อมสภาพตามเวลา
- พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ก้มคอเล่นสมาร์ตโฟน ทำงานหน้าคอมผิดท่า ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดที่กระดูกคอส่วนล่าง ทำให้กระดูกคอเสื่อมไวขึ้น
- อุบัติเหตุ เช่น เคยหกล้มหรือถูกกระแทกที่คออย่างรุนแรง ทำให้มีความเสี่ยงกว่าคนทั่วไป
อาการกระดูกคอเสื่อม สังเกตได้อย่างไร?
อาการเบื้องต้นของภาวะกระดูกคอเสื่อม คือ ปวดตึงต้นคอ ขยับคอได้น้อยลง มีเสียงลั่นเบาๆ เมื่อหันคอ และบางรายปวดร้าวไปถึงบ่าหรือสะบัก หากเริ่มปวดชาหรือปวดแปลบ ๆ ลงแขน อาจเป็นเพราะกระดูกงอกเริ่มกดทับเส้นประสาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับรุนแรง
กระดูกคอเสื่อม vs ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอต่างกันยังไง?
ลักษณะการปวดคอของสองภาวะนี้อาจคล้ายกัน แต่มีจุดที่แตกต่างกันอยู่ ดังนี้
| กระดูกคอเสื่อม | ออฟฟิศซินโดรม | |
|---|---|---|
| สาเหตุ | กระดูกคอและข้อต่อคอเสื่อมสภาพ | กล้ามเนื้อและพังผืดล้าจากการใช้งานซ้ำ ๆ ติดต่อกัน |
| ตำแหน่งที่ปวด | ต้นคอ อาจปวดร้าวลงแขนตามแนวเส้นประสาท | คอ บ่า ไหล่ และหลัง |
| อาการ | ปวดตึง เสียวแปลบ หรือปวดร้าวเหมือนไฟช็อต | ปวดตื้อ ๆ และตึงเป็นวงกว้าง |
| การตรวจพบ | เห็นกระดูกเสื่อมสภาพได้ชัดจากเอกซเรย์หรือ MRI | ซักประวัติและกดเจ็บที่จุดกดเจ็บ (Trigger Point) |
ภาวะกระดูกคอเสื่อม 3 ระดับ อาการรุนแรงต่างกันแค่ไหน?
| ระดับ 1 | ระดับ 2 | ระดับ 3 | |
|---|---|---|---|
| ภาวะ | ปวดต้นคอทั่วไป | กดทับรากประสาท | กดทับไขสันหลัง |
| อาการ | ปวดตึงคอ บ่า ท้ายทอย ลามไปถึงหัวไหล่ | ปวดร้าว ชา หรือแปลบลงแขนหรือนิ้วมือ | เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ มือไม่มีแรง ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ |
อาการปวดแบบไหนที่พบแพทย์ทันที
- ปวดร้าวลึกลงแขนลามไปถึงนิ้วมือ และมือชา
- กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง หยิบจับของแล้วหล่นหลุดมือ มือไม่มีแรง
- เริ่มเดินและทรงตัวลำบาก สะดุดหกล้มบ่อย
- ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่อยู่
หากมีอาการรุนแรงข้างต้นควรรีบไปศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอาการโดยทันที เพราะเป็นสัญญาณเตือนของเส้นประสาทหรือไขสันหลังถูกกดทับรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะอัมพาตได้
วิธีวินิจฉัยกระดูกคอเสื่อม แพทย์ตรวจอะไรบ้าง?
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย สอบถามอาการปวด ชา และกิจวัตรประจำวัน จากนั้นจะทดสอบรีเฟล็กซ์ (Reflex) ของกล้ามเนื้อ และการทำงานของระบบประสาท
- เอกซเรย์ (X-ray) ตรวจเช็กความเสื่อมของกระดูก ช่องว่างระหว่างหมอนรองกระดูก รวมถึงภาวะกระดูกคองอก
- MRI ตรวจสภาพเนื้อเยื่อ เส้นเอ็น ไขสันหลัง และเส้นประสาทว่าถูกกดทับหรือไม่
สามารถประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้ด้วยการนั่งหลังตรง เงยคอและเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ถ้ามีอาการปวดร้าวลงมาที่ไหล่หรือแขน และเริ่มเคลื่อนไหวคอได้จำกัด อาจเสี่ยงเป็นภาวะกระดูกคอเสื่อมได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันอย่างละเอียดต่อไป
แนวทางรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัด ยา และการผ่าตัด ต่างกันอย่างไร?
เป้าหมายหลักของการรักษาภาวะกระดูกคอเสื่อม คือ ลดอาการปวดและป้องกันไม่ให้เส้นประสาทถูกกดทับมากขึ้น โดยแพทย์จะเลือกวิธีการรักษาตามความรุนแรงของอาการ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
รักษาโดยไม่ผ่าตัด
สำหรับผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นและอาการยังไม่รุนแรงมาก แพทย์จะเน้นการรับประทานยาและปรับพฤติกรรม ดังนี้
- ปรับพฤติกรรม ไม่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ไม่นั่งท่าเดิมนาน ๆ ตั้งหมอนไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป
- ใช้ยา ได้แก่ ยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบกลุ่ม NSAIDs และยาคลายกล้ามเนื้อ ตามคำแนะนำของแพทย์
- ทำกายภาพบำบัด เช่น การใช้คลื่น Shock Wave ให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเอง ควบคู่ไปกับการประคบเย็นหรือร้อน เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
รักษาด้วยการฉีดยาและผ่าตัด
- ฉีดยาสเตียรอยด์ โดยจะฉีดบริเวณโพรงกระดูกสันหลัง เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดร้าวชั่วคราว
- ผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดกระดูกคอเสื่อม เมื่อมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดรุนแรง และสูญเสียการทรงตัว จากเส้นประสาทและไขสันหลังที่ถูกกดทับ
วิธีป้องกันภาวะกระดูกคอเสื่อมในวัยทำงาน
การป้องกันกระดูกคอเสื่อมในวัยทำงาน จะเน้นไปที่การลดแรงกดสะสมบนกระดูกคอด้วยการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้าจอต่อเนื่องนาน ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนอายุน้อยเริ่มมีปัญหากระดูกคอเร็วขึ้น
- วางคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา ป้องกันการก้มหรือเงยหน้ามากเกินไป และนั่งหลังตรงชิดกับพนักพิง
- อย่าให้ตัวเองอยู่ท่าเดิมนาน ๆ พยายามลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 30-45 นาที
- วางคีย์บอร์ดและเมาส์ในระดับ 90 องศา และไม่ยกหัวไหล่ขณะพิมพ์งาน
ท่าบริหารคอสำหรับคนทำงานออฟฟิศ
- ท่าเอียงคอ นั่งตัวตรง ใช้มือซ้ายจับศีรษะด้านขวาและดึงไปทางซ้ายช้า ๆ จนกว่าจะรู้สึกตึงที่คอ ค้างไว้ 15-20 วินาทีและสลับข้าง
- ท่าคางสองชั้น นั่งหรือยืนหลังตรงและเก็บคางเข้ามาด้านใน เกร็งคอประมาณ 10-15 วินาทีแล้วปล่อย
- ท่ายืดคอด้านหลัง นั่งหลังตรง มือทั้ง 2 ข้างประสานที่ท้ายทอยและก้มศีรษะให้รู้สึกตึง ค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกคอเสื่อม (FAQ)
กระดูกคอเสื่อม ควรนอนท่าอะไร?
ควรนอนหงาย โดยเลือกหมอนที่มีส่วนโค้งรองรับกับคอพอดี เพื่อให้กระดูกคออยู่ในลักษณะปกติ หรือถ้านอนตะแคง ควรเลือกหมอนที่มีความสูงเสมอกับระยะห่างจากไหล่ถึงคอ
กระดูกคอเสื่อม รักษาหายขาดไหม?
ไม่สามารถรักษาให้กระดูกกลับมาเหมือนเดิมได้ แต่สามารถควบคุมอาการปวดและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงได้ ด้วยการปรับพฤติกรรม ทำกายภาพบำบัด หรือใช้ยาช่วย
กระดูกคอเสื่อมกับกระดูกสันหลังคด คืออาการเดียวกันไหม?
ไม่ใช่อาการเดียวกัน ภาวะกระดูกคอเสื่อม เกิดจากความเสื่อมสภาพของกระดูกและข้อต่อตามการใช้งานและอายุ มักปวดบริเวณคอ ส่วนกระดูกสันหลังคด คือ แนวกระดูกสันหลังที่บิดโค้งผิดปกติ ทำให้ไหล่ทั้งสองข้างไม่เท่ากันและปวดบริเวณหลังส่วนล่าง
กระดูกคอเสื่อมกับมือชา เกี่ยวข้องกันยังไง?
เมื่อกระดูกงอกหรือหมอนรองกระดูกคอไปกดทับรากประสาทที่ทำหน้าที่เลี้ยงแขนและมือ จะทำให้เกิดอาการชาหรือปวดแปลบลงไปตามแนวเส้นประสาทนั้น
นวดคอเวลาที่ปวดคอ อันตรายไหม?
ทำได้ ถ้าเป็นการนวดเบา ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ แต่ควรหลีกเลี่ยงการดัด บิด หรือหมุนคอแรง ๆ เพราะหากมีกระดูกงอกหรือหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทอยู่แล้ว อาจทำให้อาการแย่ลงได้





